วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
28 มิถุนายนนี้ การหย่อนบัตรเลือกตั้ง เพื่อลงคะแนนเลือก “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” กับ“สมาชิกสภากรุงเทพฯ” หรือ สก. จะเกิดขึ้นแล้ว
1) บรรยากาศโดยรวมยังคงถูกชี้นำด้วยโพลว่า ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากนะครับ เพราะ
1.ผู้ว่าชัชชาติ ไม่มีงานที่เป็นชิ้นงานโดดเด่นเป็นแต่ “งานประจำ” ชนิดที่ข้าราชการประจำของ กทม. ก็ทำได้ ถ้ามีอำนาจ ไม่มีงานในเชิง “วิสัยทัศน์” และ “การพัฒนา” เลยว่า ได้นำพาให้กรุงเทพมหานคร ขยับ “ก้าวหน้า” ในเรื่องใดขึ้นมา
2.ผู้ว่าชัชชาติ ยังมีพฤติการณ์ที่ต้อง เอ๊ะ! เรื่อง “ระบอบอากง” เรื่อง “แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ” เรื่องการเป็น “อิสระปลอม” ไม่ส่ง สก. แต่มีกลุ่ม สก. ที่ใช้คำหาเสียงเดียวกัน สีเดียวกัน ตัวหนังสือฟ้อนต์เดียวกันหากเสียงอยู่ ในนาม สก.กลุ่มคนทำงาน แถมมัก “เจอกันโดยบังเอิญ” ตามจุดหาเสียงต่างๆ ทุกวันไป
3.คน กทม. ไม่สนใจเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ และความไม่ตรงไปตรงมา ว่าอิสระหรือไม่อิสระกันเลยหรือไร?
2) ขณะที่ อาจารย์อัษฎางค์ ยมนาค ก็นำเสนอความเห็นว่า “ทำไมคนกรุงเทพฯ ควรเลือก “อนุชา บูรพชัยศรี” ความว่า...
“การเลือกผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ ไม่ควรมองแค่ว่าใครพูดเก่ง ใครลงพื้นที่เก่ง หรือใครมีภาพลักษณ์เป็นมิตรกับประชาชนมากกว่าเท่านั้น แต่ควรถามให้ลึกกว่านั้นว่า กรุงเทพฯ วันนี้ต้องการ “ผู้ว่าฯ แบบไหน”
ปัญหาของกรุงเทพฯ เป็นปัญหาเชิงระบบน้ำท่วม รถติด ทางเท้า ขยะ ฝุ่น ความปลอดภัย เขตบริการสาธารณสุข โรงเรียน กทม. และระบบร้องเรียนประชาชน
กรุงเทพฯ ไม่ได้ขาดคนเดินตรวจงาน
แต่กรุงเทพฯ ขาดคนที่เชื่อมระบบเมืองให้ทำงานร่วมกันได้จริง
รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ทางเท้า ฟีดเดอร์ตั๋วร่วม น้ำท่วม ขยะ ฝุ่น PM2.5 สาธารณสุขชุมชน ผู้สูงอายุ รายได้เมือง และการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปัญหาแยกส่วน แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ
จุดแข็งของอนุชา บูรพชัยศรี จึงไม่ใช่แค่การเป็นอดีต สส.กทม. หรืออดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่คือการมีประสบการณ์ทั้งการเมืองระดับพื้นที่ การทำงานฝ่ายบริหาร และพื้นฐานด้านวิศวกรรม พลังงาน และบริหารธุรกิจ ซึ่งเข้ากับโจทย์ของเมืองใหญ่ที่ต้องการทั้งความเข้าใจเชิงเทคนิคและความสามารถในการประสานงาน
นโยบายของเขาไม่ได้ขายฝันแบบกว้างๆ แต่ตั้งอยู่บน 5 แกนที่จับต้องได้ คือ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ใช้ชีวิตสบาย มีรายได้มากขึ้น และตรวจสอบได้หมด
เรื่องเดินทาง เขาพูดถึงการเชื่อมรถเมล์ รถไฟฟ้า ฟีดเดอร์ รถ Shuttle Bus EV เรือ EV และระบบตั๋วร่วม
เรื่องขยะ เขาพูดถึงระบบปิด เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน และลดปัญหากลิ่น น้ำเสีย และการฝังกลบ
เรื่องชีวิตคนเมือง เขาพูดถึงคลินิกชุมชน Telemedicine พื้นที่สาธารณะ ลานกีฬา Co-working Space และ AI Hub
เรื่องรายได้เมือง เขาพูดถึงการเพิ่มรายได้ กทม. การลดขั้นตอนอนุญาตทางธุรกิจ และการยกระดับเมืองสู่ Smart City
เรื่องความโปร่งใส เขาพูดถึงการนำแพลตฟอร์มตรวจสอบการใช้งบประมาณและจัดซื้อจัดจ้างมาใช้กับ กทม.
นี่คือจุดที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะปัญหา กทม.จำนวนมากไม่ใช่ปัญหาที่ผู้ว่าฯ คนเดียวสั่งแล้วจบ แต่ต้องอาศัยการประสานงานกับรัฐบาล หน่วยงานกลาง เอกชน สภา กทม. และสำนักงานเขต
ประชาธิปัตย์จึงไม่ได้ส่งมาแค่ตัวผู้ว่าฯ แต่ส่งทีม สก.ครบ 50 เขต ซึ่งหมายความว่า หากประชาชนเลือกทั้งผู้ว่าฯ และทีม สก.ที่ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสผลักดันนโยบายในสภา กทม.และในระดับเขตย่อมมีมากขึ้น
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประชาธิปัตย์เคยมีประสบการณ์บริหารกรุงเทพฯ มาแล้วหลายยุค และเคยผลักดันงานเมืองขนาดใหญ่ เช่น การต่อขยายรถไฟฟ้าไปฝั่งธนบุรี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และโครงสร้างพื้นฐานด้านระบายน้ำ ซึ่งสะท้อนว่าพรรคนี้มีความทรงจำเชิงสถาบันในการบริหารเมืองหลวง ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์
แน่นอน อนุชาไม่ใช่คนใหม่ในทางการเมือง และเขาก็มีคำถามที่ต้องตอบเรื่องเส้นทางพรรคการเมืองในอดีต แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักคือ เขากลับมาลงในนามประชาธิปัตย์อย่างเปิดเผย มีทีม สก.ครบ มีนโยบายเชิงระบบ และมีประสบการณ์ที่เชื่อมได้ทั้งภาคการเมือง ภาคบริหาร และภาคเอกชน
กรุงเทพฯ ไม่ควรหยุดอยู่ที่การ “แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”
แต่ควรเดินไปสู่การ “ออกแบบระบบเมืองใหม่”
ถ้าคนกรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าฯ ที่ไม่ได้มีแค่ภาพลักษณ์ แต่มีทีม มีพรรค มีประสบการณ์ และมีแผนเชื่อมเมืองทั้งระบบ
อนุชา บูรพชัยศรี คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง
3) เพจ Street Hero V3 เผยแพร่แนวคิดในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. ว่า
“เลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ถ้าดูจากโพล คุณชัชชาติน่าจะเข้าวินชนะขาดเหมือนรอบที่แล้ว
แม้คุณอนุชาและคุณมัลลิกา มีฐาน FC ที่เหนียวแน่น แต่ก็ไม่มากพอที่จะชนะ ถ้าคุณชัชชาติไม่พลาดช่วงโค้งสุดท้าย แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่คนกรุงเทพฯจะไม่ออกไปเลือกตั้ง เพราะทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ใครได้ที่ 2 ก็ถือว่าชนะแล้ว
แต่ผมสนใจ สก. และอยากขายไอเดียนี้ครับ
เลือกตั้งที่ผ่านมา ฐานเสียงของกลุ่มอนุรักษ์ ฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย กับ ประชาธิปัตย์ ในกรุงเทพฯ มีขนาดใกล้เคียงกัน และไม่ได้เป็นศัตรูกัน ถ้าคนที่เลือกเจมส์ อนุชา กาบัตร สก. ให้ปชป. และคนที่เลือกมัลลิกา กาให้ สก. ปชป.เหมือนกัน โอกาสที่ สก. ปชป. จะชนะ สก. อิสระ และ สก. พรรคส้ม มีความเป็นไปได้สูงกว่าตอนเลือก สส.
ข้อดีของการมี สก. ปชป. ไม่จำเป็นตามใจคุณชัชชาติทุกเรื่อง เลือกสนับสนุนเฉพาะโครงการที่เห็นด้วย และแบรนด์ ปชป. ในเรื่องการเมืองในสภาก็ดีกว่า พรรคส้มที่เน้นแต่กระแส และถือว่าให้โอกาสพรรค ปชป. ได้มีพื้นที่ยืนในกรุงเทพฯ อีกครั้ง คิดว่าไงครับ”
4) โดยส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของทั้งสองเพจข้างต้น คือ ข้อเสนอให้พิจารณา “อนุชาบูรพชัยศรี” แล้วเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม. กับข้อเสนอให้เลือก สก.ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเพจ Street Hero V3
โดยเฉพาะการเลือก สก.จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งยังไม่ถูกขยายความ ผมขอขยายความเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
1.สก.ของพรรคประชาธิปัตย์ มีทั้ง สก.เก่าที่มากประสบการณ์ ทั้งประสบการณ์ในการดูแลพื้นที่ และประสบการณ์ในสภา กทม. เช่น นายพินิจ กาญจนชูศักดิ์เบอร์ 2 เขตสัมพันธวงศ์, นายนภาพล จีระกุลเบอร์ 1 เขตบางกอกน้อย, นายไสว โชติกะสุภา เบอร์ 2เขตราษฎร์บูรณะ, นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล เบอร์ 5เขตประเวศ, นายวิรัช คงคาเขตร เบอร์ 3 เขตบางกอกใหญ่, นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ เบอร์ 1 เขตคลองเตย, นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล เบอร์ 2 เขตคลองสาน, ทนายตุ๋ย นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ เบอร์ 4 เขตพระโขนง ฯลฯ คนเหล่านี้ทำงานได้ทันที ทำงานอย่างเข้มข้น และสุจริต ตรงไปตรงมา อภิปรายในสภา กลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบการใช้งบประมาณได้อย่างเข้มข้น และไม่เคยทอดทิ้งประชาชนในพื้นที่เลย
2.ยังมี สก.รุ่นใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งทุกคน “ถูกตรวจสอบประวัติ” และ “ถูกคัดกรอง” แล้วจากพรรค กว่าจะได้เป็นผู้สมัคร สก. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ใส่ใจต่อการคัดผู้สมัครมาทำงาน และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบพฤติกรรมการใช้อำนาจต่อไป บนรากฐานของคำว่า “การเมืองสุจริต”
3.หาก สก.ประชาธิปัตย์ได้รับเลือกขั้นต่ำ 30 คนการผลักดัน “ข้อบัญญัติ” คือการเสนอกฎหมายของ กทม. เพื่อแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ก็ทำได้ทันที เมืองที่มีแต่ “งานประจำ” ก็จะเกิด “โอกาสใหม่ๆ” ขึ้นมา
ดังนั้น หากในวันที่ 28 มิถุนายน นายอนุชาสามารถชนะการเลือกตั้ง และมี สก. สนับสนุนการทำงานขั้นต่ำ 30 เขต ทุกนโยบายที่หาเสียงไว้ ก็เดินหน้าได้ทันที โดยมีพรรคและแอป “ส่องรัฐ” ของพรรค คอยควบคุมพฤติกรรมการใช้อำนาจและงบประมาณ เพื่อให้เป็น “การเมืองสุจริต” อยู่ด้วย
น่าเลือกขึ้นมาหรือยังครับ?
จิตกร บุษบา

‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก
‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก
พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก
นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี