Logo วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว สำหรับการเมืองท้องถิ่น ชงเก้าอี้ผู้ว่าเมืองหลวง ผู้สมัครตัวเต็งอย่าง ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เริ่มถูกเปิดโปงตรวจสอบ, ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แห่งพรรคประชาชน เริ่มเจอความเละเทะของยุทธศาสตร์พรรค, ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สะสมคะแนนไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับ เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์

1) มรสุมลูกใหญ่กระหน่ำใส่ “ชัชชาติ”


นายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคเศรษฐกิจแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่เรียกว่า “ระบอบอากง” ซึ่งหมายถึง “กลุ่มบุคคลอยู่เบื้องหลังการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร และมีบทบาทในการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับพื้นที่” โดยเรียกร้องให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9 ออกมาชี้แจงและดำเนินการจัดการปัญหาอย่างจริงจัง

1.1 นายคริส กล่าวว่า สิ่งที่นำมาเปิดเผยไม่ใช่การโจมตีทางการเมืองหรือการดิสเครดิตบุคคลใด แต่ต้องการสะท้อนปัญหาการทุจริตที่ยังคงเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แม้ว่านายชัชชาติจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถและมีภาพลักษณ์โปร่งใสก็ตาม แต่ระบบ “อากง” เปรียบเสมือนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเงา ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางและจัดการงานสำคัญภายใน กทม. ขณะที่ผู้ว่าฯ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งต่าง ๆ เท่านั้น ทั้งนี้ “อากง” เป็นข้าราชการการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ว่าฯ กทม. และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เรียกว่า “จุฬาคอนเนคชัน”

1.2 นายคริส ยังกล่าวถึงบุคคลหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า “ปร.” โดย ปร.นี้ อดีตผู้อำนวยการเขต ที่ทำหน้าที่เป็นมือขวาของ “อากง” และมีบทบาทดูแลหน่วยงานสำคัญ 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายรักษาความสะอาด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่

1.3 นายคริส กล่าวว่า ได้รับข้อมูลร้องเรียนจากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลายรายว่า การแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขตมีการเรียกรับเงินหรือ “ค่าเก้าอี้” สูงถึง 4 ล้านบาท โดยผู้ที่ต้องการเลื่อนตำแหน่งจะต้องเข้าพบกลุ่มผู้มีอิทธิพลในสถานที่แห่งหนึ่งย่านสุทธิสาร และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในระหว่างการพูดคุย โดยหากไม่มีการจ่ายเงิน ก็อาจไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเขต และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบผู้อำนวยการเขตในหลายพื้นที่ที่ถูกกล่าวอ้างถึง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

1.4 นายคริส กล่าวอีกว่า เมื่อมีการลงทุนจ่ายเงินเพื่อให้ได้ตำแหน่ง ผู้ดำรงตำแหน่งบางราย จึงพยายามเรียกคืนผลประโยชน์ผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตหรือกำกับดูแล เช่น การค้าขายบนทางเท้า การอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมอาคาร หรือการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ต่างๆ

1.5 สำหรับฝ่ายโยธา นายคริสตั้งข้อสังเกตว่า แม้ กทม. จะมีระบบยื่นขออนุญาตก่อสร้างแบบออนไลน์เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน แต่ในทางปฏิบัติยังมีการร้องเรียนเรื่องการถ่วงเวลาและการเรียกรับผลประโยชน์ โดยเฉพาะกรณีที่มีการให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้จัดทำแบบก่อสร้าง

1.6 นายคริส ยืนยันว่า ปัญหาการร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากร มีมาตั้งแต่ปี 2566 และเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามว่า นายชัชชาติเกรงใจบุคคลหรือกลุ่มใดหรือไม่ จึงปล่อยให้มีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการเขตจำนวนมาก จนเกิดข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้ หากนายชัชชาติกลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องกำจัดระบบอากงให้หมดไป เพราะตราบใดที่ระบบนี้ยังอยู่ การทุจริตในสำนักงานเขตก็จะยังคงอยู่ และประชาชนก็จะยังได้รับผลกระทบต่อไป

1.7 นายคริสยังเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายขอบเขตการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับหัวหน้า ไปจนถึงผู้อำนวยการเขต เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารราชการ ขณะเดียวกันข้อมูลส่วนหนึ่งจะส่งต่อให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเดินหน้ายื่นต่อ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบต่อไป

1.8 ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช กล่าวว่า หากได้รับเลือกตั้ง จะเร่งตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตภายในกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายให้ผู้จ่ายสินบนได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายมากขึ้นเพื่อจูงใจให้เปิดเผยข้อมูลการทุจริต นอกจากนี้ ยังเสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบทุกกรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต โดยไม่ละเว้นผู้ใด

ส่วนประเด็นนโยบายยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะของกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัจจุบัน กทม. มีต้นทุนในการจ้างเอกชนกำจัดขยะสูงมาก ขณะที่ขยะสามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ปุ๋ย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ หากมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

2) ต้องแบ่งเวลาหาเสียงมาคอย “แก้ตัว”

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจออกมาแฉระบอบอากง ว่า ไม่มีอะไร และจากที่ฟังในข้อสรุปก็ไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรม ซึ่งอากงที่ถูกกล่าวถึงอาจจะหมายถึง นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นคนมาช่วยงานหนึ่งในทีมของที่ปรึกษา

การตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับทีม ไม่มีระบบอากงหรือแม้กระทั่งการประชุมที่ยึดมือถือ อากงที่มีคืออากง AI เพราะในการประชุมต้องใช้ AI ในการตอบคำถาม ทุกคนต้องมีมือถือ จึงถือว่าเป็นอากงรุ่นใหม่ ทันสมัย ถือว่าเป็นเรื่องตลกมากที่ต้องเก็บมือถือกัน อีกทั้งนายต่อศักดิ์ก็เป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทันสมัย อาจใช้ AI มากกว่าตนเสียอีก ส่วนเรื่องเงินสินบน 4 กิโลกรัม ก็ยืนยันว่าไม่มีการโอนให้ใคร

ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นระบอบอากง มีการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต 16 คน นายชัชชาติระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็จะต้องมีการรายงานมาแล้ว นอกจากนี้ตนได้มีการสอบถามไปยัง นายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว และย้ำว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ใครจะทำอะไรมาตนไม่ทราบแต่เราไม่ทำ เพราะเมื่อนำคนที่ทุจริตมาอยู่ในตำแหน่งบริหารแล้ว สุดท้ายเขาจะเป็นเจ้านายเราเพราะเขาจ่ายเงินให้เรา

“เรื่องทุจริตหากมีจริง ผมคิดว่าผมคงตายไปแล้ว เพราะมีทุกคนจ้อง เรามี สก. จากทุกพรรคการเมืองที่คอยตรวจสอบอยู่ เรามาด้วยตัวคนเดียวไม่มี สก.ในมือ ซึ่งถือเป็นระบบ Check and balance ที่สมบูรณ์ ผู้ว่าไม่มี สก. จะอยู่ได้หรือไม่ อยู่ได้เลยถ้าเรายืนตรงๆ ยืนด้วยความสุจริตทำงานเพื่อประชาชน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติย้ำว่า การโยกย้ายผู้อำนวยการเขต เป็นไปตามระบบความรู้ความสามารถ เป็นไปตามเกณฑ์ และเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง

ส่วนเกณฑ์ในการคัดเลือกตำแหน่งผู้อำนวยการเขต เหตุใดผู้ที่อาวุโสถึงไม่ได้รับตำแหน่ง นั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ความอาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าคนที่อาวุโสเยอะจะได้ตำแหน่งเสมอ ไม่เช่นนั้นแล้วคนจะไม่ดูเรื่องความสามารถหรือองค์ประกอบอื่น

3) พรรคส้ม เกิด “โกลาหลทางอุดมการณ์”

“ดร.โจ-นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ผู้สมัครจากพรรคประชาชนนั้น ดูจากการสำรวจแล้ว จะพบว่า คะแนนนิยมยังตามหลังนายชัชชาติอยู่พอสมควร ด้วยบุคลิกภาพที่ไม่หวือหวาแบบ “ผู้นำสีส้ม” คนอื่นๆ ดูเป็นคนขาดความมั่นใจ ไม่มีรังสีของ “ความเป็นผู้นำ” และดูขาดความกระตือรือร้นที่จะเป็นผู้ว่าฯ กทม. ด้วยตัวเอง เหมือนถูกพรรคบังคับมา

3.1 แต่มรสุมใหญ่ที่พัดเข้าใส่ “ดร.โจ” คือการที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดตัว “ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีต “คนเป่านกหวีด” ขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ “ทีมผู้ว่าฯ ประชาชน”

3.2 แกนนำพรรคส้มอ้างเหตุผลสารพัด เช่น เป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครูบาอาจารย์ เป็นประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร ที่ กทม. ถือหุ้น 99.98% ทำให้รู้ระบบการทำงานของ กทม.เป็นอย่างดี หรือเหตุผลว่า “ต้องผนึกกำลังเพื่อขจัดระบอบสีน้ำเงิน” ทั้งๆ ที่สีน้ำเงินไม่ได้ลงแข่งในสนามนี้ ฯลฯ แต่ก็ไม่อาจลบภาพ “อดีตสลิ่ม” ในความรู้สึกของด้อมส้มลงได้ พวกเขารู้สึกเหมือนถูก “เหยียบหน้า กระทืบใจ” คนสีส้มมีเยอะแยะไป ทำไมต้องไปเอา “สลิ่ม” มาเชิดชู มาสถาปนา

3.3 บางคนก็มองว่า หัวหน้าพรรคส้มคงได้รับสัญญาณจากเจ้าของพรรค ให้ดำเนินการ “ตอบแทนบุญคุณ” อ.สุรพล จากการเป็น “พยานคนสำคัญ” ให้แก่ “พรรคก้าวไกล” ในการต่อสู้ “คดียุบพรรค” ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2567 โดยเป็น 1 ใน 10 พยาน ที่ทำบันทึกถ้อยคำ 4 ข้อ โดยเห็นว่า การนำเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการใช้อำนาจหน้าที่หรือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอันเป็นวิสัยปกติ เป็นการกระทำที่อยู่ในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ จึงไม่เป็นเหตุแห่งการยุบพรรค ทว่า สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญก็มี “มติเอกฉันท์” สั่งยุบพรรคก้าวไกล

3.4 นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง แสดงทัศนะว่า ยุทธศาสตร์นี้ ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้พรรคส้มและ ดร.โจ เลย แถมยังทำให้ผู้คนไขว้เขวในเรื่องจุดยืนทางอุดมการณ์ ใบตองแห้ง ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ในช่วงหลัง ศ.ดร.สุรพล จะเริ่มมีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์นิติสงครามบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนพอ และยังคงยึดติดกับ “การเมืองคนดี” การที่พรรคดึงท่านเข้ามาทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหนักกับพรรคประชาชนเอง และยังสร้างความขัดแย้ง โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดคนในพรรคที่ไม่เห็นด้วยจึงไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจก่อนการเปิดตัวครั้งนี้

3.5 เช่นเดียวกับ นายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) ได้ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างเด็ดขาดว่าตนจะไม่เลือกผู้ว่าราชการจากพรรคส้มอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าในตอนแรกยังคงมีความลังเลใจ แต่การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้รู้สึกสบายใจและโล่งใจที่พรรคมีความชัดเจนในทิศทางที่เปลี่ยนไป

4) ปชป. ปักหมุด “ความสุจริต”

4.1 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการส่งคนลงสมัครผู้ว่า กทม. และ สก.ครบทั้ง 50 เขต ว่า การอาสาตัวมารับใช้คนกรุงเทพฯ เป็นเรื่องสำคัญของพรรค ทุกองคาพยพ พร้อมจะมารับใช้คน กทม.  เพราะปัญหาของคนกรุงเทพฯ มันเกี่ยวพันกับปัญหาระดับชาติทั้งสิ้น การจะเดินหน้าทำให้คนกรุงเทพฯ เป็นไปได้มากกว่านี้ต้องอาศัยกลไกทุกระดับ ที่พรรคมีความพร้อมทั้งเรื่องนโยบายและบุคลากร และตั้งใจจะให้คนกรุงเทพฯ ใช้โอกาสนี้ทบทวนดูว่าในอนาคตของเมืองหลวง ประเทศไทยจะไปในทิศทางใด และทุกอย่างจะต้องตรวจสอบได้ เพราะการเมืองสุจริตบ้านเมืองสุจริต คือหัวใจ

4.2 ด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 5 กล่าวว่า “วันที่ 17 มิ.ย. นี้ จะมีการปราศรัยย่อย ซึ่งจะมีการนำเสนอนโยบายสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยิน อยากได้เห็น และเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนการปราศรัยใหญ่นั้นจะต้องพูดคุยกันอีกครั้ง คาดว่าน่าจะจัดขึ้นในช่วงก่อนเลือกตั้ง” นายอนุชา กล่าว

4.3 เมื่อถามถึงกระแสดราม่า กรณีที่มีการเปิดเผยเรื่องการทุจริตซื้อขายตำแหน่งในกรุงเทพฯ ในขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายเข้าไปดูแลจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า นโยบายที่เรานำเสนอตั้งแต่แรกนั้น คือเรื่องของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำหน้าที่ โดยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารจัดการทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายข้าราชการต่างๆ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ได้วางนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ได้เน้นย้ำในเรื่องการทำการเมืองสุจริต เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันมาตลอด ตนก็จะยึดถือเรื่องนี้ที่จะเข้าไป บริหารราชการ กทม. ถ้าได้รับโอกาส

สรุป : คำถามที่สำคัญคือ คนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จะเลือกใคร จะให้ความสำคัญกับ “ความสุจริต” มากน้อยแค่ไหน รวมถึงจะดึงกรุงเทพฯ ออกจากการเมืองแบบ “เผชิญหน้า-บ้าคลั่ง” ตามแนวถนัดของพรรคบางพรรคที่กำลังตีกันเองอยู่ตอนนี้หรือไม่ ผู้สมัครที่พูดน้อย สุภาพ ทำงานได้ “พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ” อย่างอนุชา บูรพชัยศรี กับทีม สก.50 คน จะเข้าสู่สภา กทม. ได้มากเพียงใด อีกไม่นานคงรู้กัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:55 น. เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?
21:38 น. ‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร
21:19 น. โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย
21:01 น. กองทัพภาคที่ 2 ปลื้ม! กระแสเที่ยว นักท่องเที่ยวแห่เยี่ยมชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ทะลุเป้า
20:53 น. วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี
ดูทั้งหมด
งามสมบรมราชินี ดีเทลผ้าทรงสะพัก 'สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี' ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
เปิดนาทีพบร่าง นักเดินป่าวัย 53 ปีชาวนนทบุรี พลัดหลงป่าเขาเจ็ดยอด
สรุปเหตุการณ์ 4 วันก่อนพบร่าง นทท. หญิงหลงป่าเขาเจ็ดยอด
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ' องมนตรี เป็น กรรมการพระคลังข้างที่
ประมวลภาพวิวาห์สุดหรู พระพาย-หนุน สะใภ้ชิดชอบคนล่าสุด
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 7 มิถุนายน 2569
แมนยู
อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน4)
กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’
ขนมดีๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก (ตอน 2)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 6 - 12 มิ.ย.69

วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี

ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด ‘หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน’

อนุทิน เปิดงานมหกรรมผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก เฉลิมพระเกียรติพระราชินี อวดความงามผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ

  • Breaking News
  • เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง? เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?
  • ‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร ‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร
  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย
  • กองทัพภาคที่ 2 ปลื้ม! กระแสเที่ยว นักท่องเที่ยวแห่เยี่ยมชม \'ปราสาทตาควาย-เนิน 350\' ทะลุเป้า กองทัพภาคที่ 2 ปลื้ม! กระแสเที่ยว นักท่องเที่ยวแห่เยี่ยมชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ทะลุเป้า
  • วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

7 มิ.ย. 2569

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

3 มิ.ย. 2569

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

31 พ.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

ว่าด้วย ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

27 พ.ค. 2569

ลากไส้ ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’

ลากไส้ ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’

24 พ.ค. 2569

ทำไม ‘รัฐบาล’ต้องรอให้คนมาจี้!!

ทำไม ‘รัฐบาล’ต้องรอให้คนมาจี้!!

20 พ.ค. 2569

‘ความเป็นชิ้นเป็นอัน’ ของท่านนายกฯ

‘ความเป็นชิ้นเป็นอัน’ ของท่านนายกฯ

17 พ.ค. 2569

‘พะงัน’ ต้องไม่ปลิว ยิวต้องไม่ยึด!

‘พะงัน’ ต้องไม่ปลิว ยิวต้องไม่ยึด!

13 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved