วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ทั้งฝ่ายกฎหมาย “พรรคภูมิใจไทย” และ “นายอนุทินชาญวีรกูล” พูดชัดและหนักแน่น ว่า จะเดินหน้าดำเนินคดีกับ “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์”ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่ไปยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้แก่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) และเปิดเผยข้อมูลในเชิงกล่าวหาสู่สาธารณะ ซึ่งทำให้ทั้งพรรคและหลายคนที่ถูกกล่าวถึงเสียหาย
1) ข้อมูลใด ที่ทำให้นายยิ่งชีพกลายเป็น “ว่าที่ผู้ต้องหา” และ “ว่าที่จำเลย” ในคดีหมิ่นประมาท ให้ดูจากรายงานข่าวนี้ครับ
“...โดยนายยิ่งชีพกล่าวว่า พวกตนได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ช่วงต้นๆ ตั้งแต่ปี 2568 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ตนมองว่ายังมีฝ่ายค้านที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก โดยมีข้อมูลของรัฐมนตรีและ สส.รวม 9 คน ได้แก่
1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ซึ่งในปี 2567 ระหว่างการเลือก สว. นายอนุทินเป็นรองนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งในระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีพยานกลุ่ม 14 เข้ามาพบนายอนุทินที่อาคารรัฐสภาเพื่อขอให้ช่วยในการเลือก สว. แต่นายอนุทินมีการรักษาท่าทีโดยให้หมายเลขโทรศัพท์ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทร.ไปคุยก็พบว่าบุคคลปลายสายคือนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2567 ก็มีพยานยืนยันหลายคนว่าพบนายอนุทินไปนั่งพูดคุยกับ สว.จำนวนมากกว่า 100 คนที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยรางน้ำ หลังจากการประชุมครั้งนั้นได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริงผลก็ออกมาเป็นไปตามนั้น
2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส.บุรีรัมย์มาแล้วหลายสมัย และบุคคลในครอบครัวก็อยู่ในแวดวงการเมือง ที่สำคัญนายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายนายทรงศักดิ์ก็เป็น สว.ชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสานได้เล่าว่ากระบวนการก่อนการเลือก สว.ถูกเชิญไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.หนองบัวลำภู ต่อมามีคนของนายทรงศักดิ์นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ซึ่งก็ไม่ได้มาทำงาน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนของผู้ช่วย สว.
3.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือก สว. มีพยานคนหนึ่งที่เคยเป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย ระบุนายภราดรเป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย และสนับสนุนต่อผู้สมัครคนละ 1 หมื่นบาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ4 หมื่นบาท
4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ประธานวิปรัฐบาล ผู้ช่วย สส.ของนายกรวีร์ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัคร สว.ในขณะนั้นไปที่โรงแรมในจังหวัดนครนายก เพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือกร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจากที่จังหวัดนครนายกก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจังหวัดอ่างทองเดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ
5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เมื่อสมัยปี 2562-2566 นายพิพัฒน์เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีคือนายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 2 คนนี้ พยานยังให้ข้อมูลว่าภรรยาของนายพิพัฒน์ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายประเทือง มนตรี และลูกชายของนายประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวิน ก่อนที่จะมีการเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่าภรรยานายพิพัฒน์พร้อมลูกสาวได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือก สว.ที่โรงแรมธาราแกรนด์ปทุมธานีด้วย
6.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยได้พูดคุยตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของ สว.เตรียมเอาไว้
7.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พยานเปิดเผยว่าสามีของนางสุขสมรวยได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัคร สว.ในจังหวัดอำนาจเจริญ และ
ได้จ่ายเงิน 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ
8.นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือก สว. มีเงินโอนเข้าบัญชีนายพิชัยจำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงินบอกเพียงว่าเป็นเพียงการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือกสว.
9.นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยง สว.ที่จังหวัดนครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่านี่คือ สว.สีน้ำเงิน และอยู่ในห้องที่มีกระบวนการ
คุยกันจัดทำโพยและสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตารางและจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย...”
2) เมื่อ “ยิ่งชีพ” กับ “พรรคส้ม” ทำเรื่องนี้ให้เอิกเกริกในพื้นที่ข่าว พ.ต.ต.ยุทธนาแพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ให้สัมภาษณ์ “น่าจะเป็นข้อมูลเดิมนะครับ” ซึ่งหมายถึงข้อมูลเก่าแล้ว
3) ต่อมานายยิ่งชีพขอให้พรรคภูมิใจไทยทบทวนเรื่องการฟ้องหมิ่นประมาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า “ไม่มีสิทธิ์ครับ มันเป็นเรื่องของผู้ถูกกล่าวหา” เมื่อถามว่าฝ่ายค้านออกมาบอกให้นายอนุทินใจกว้างไม่ต้องฟ้องร้อง นายอนุทินกล่าวว่า “ใจผมกว้างกว่าทุกคนครับ เสี่ยหนูใจกว้างอยู่แล้วใครๆ ก็รู้”ถามอีกว่า ยืนยันเดินหน้าฟ้องเต็มที่จะไม่มีการอ่อนข้อให้ นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้เป็นสิทธิของตนอยู่แล้วและเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาทุกคน และคนที่ถูกกล่าวหาของพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีนัดกันไม่มีคุยกัน ใครอยากทำอะไรก็ทำเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องของหน้าที่การงาน ใครประสงค์จะป้องกันการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงอย่างไรก็มีกฎหมาย
4) นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายยิ่งชีพ โพสต์เฟซบุ๊กขอให้พรรคภูมิใจไทย และ 9 นักการเมืองที่มีการเผยชื่อก่อนหน้านี้ว่าอาจมีการเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ไม่ฟ้องคดีหมิ่นประมาท ว่า
เรื่องฟ้องไม่ฟ้องเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจ ส่วนตนจะฟ้องหรือไม่ คิดว่าน่าจะพูดคุยกับนายยิ่งชีพได้ ที่ผ่านมาส่วนตัวไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน เพราะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียน และตนถือคติไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน แต่น้องจะฆ่าตนหรือไม่ตนไม่รู้ และน้องเอาเรื่องอะไรมาพูดก็ไม่รู้ ซึ่งไม่มีหลักฐานใดๆ เลย และออกมาระบุว่าสิ่งที่พูดไปฟังเขามาไม่มีหลักฐานใดๆทั้งสิ้น ไปฟังเขามาพูดและนำเสนอต่อสาธารณะ9 คนที่ถูกกล่าวหาก็เสียหายไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่านายยิ่งชีพมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือไม่ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล นายภราดรกล่าวว่า ตนคิดว่าเขาติดกับดักมากกว่า เขาไม่น่าจะทบทวนอย่างถี่ถ้วน ไม่รู้ว่าติดกับดักฝ่ายการเมือง เรื่องนี้ถูกเปิดออกมา สส.ในพรรคการเมืองหนึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดำเนินคดีเรื่อง Forex และหลังจากนั้นได้มีการเปิดเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องบอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องเก่า พวกตนเคยถูกแจ้งเป็นผู้ถูกกล่าวหาไว้แล้ว และตนได้ไปชี้แจงเกือบ 2 ปีมาแล้ว จู่ๆ ก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาหลังจากมีกรณี นายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงติดกับดักผู้สมัคร สว.ที่อกหัก ที่ยอมรับว่า วันนี้เขาอยู่ในบัญชีสำรอง หาก สว.ปัจจุบันนี้มีเหตุเป็นไป คนที่อยู่ในบัญชีสำรองจะได้เลื่อนขึ้นมาแทน นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อนล้านเปอร์เซ็นต์
“ผมมองว่าเป็นประเด็นการเมือง และเอาไปยัดใส่มือนายยิ่งชีพ นายยิ่งชีพไม่รู้ก็ตะครุบเหยื่อ และเอาข้อมูลดังกล่าวนั้นย้อนกลับมาที่พรรคการเมืองอีก” นายภราดร กล่าว
เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพกับพรรคประชาชนและสว. สำรองเป็นกระบวนการเดียวกันหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านางยิ่งชีพอยู่ในเครือข่ายพรรคการเมืองหรือไม่ แต่ตนคิดว่าคงไม่ เขาคงไม่ทำให้มาตรฐานของไอลอว์ต่ำลงมา จริงๆไอลอว์มีมาตรฐาน ซึ่งระยะหลังมาเล่นประเด็นทางการเมืองไม่รู้จะทำทำไม ถ้าจะทำอย่างนั้นให้ไปสมัครพรรคการเมืองให้รู้แล้วไป ซึ่งตนไม่รู้ว่าเขาอยู่ในกระบวนการหรือถูกชักจูงใดๆ หรือไม่
5) นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า จริงๆ นายกฯ ควรใจกว้างกับทุกเรื่อง ให้ทุกคนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ นายกฯ และนักการเมืองการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเป็นการทำให้เขาหวาดกลัวที่จะตรวจสอบหรือไม่ หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น แต่การทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ไม่ได้ทำให้การทุจริตหายไป
“ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ควรจะใจกว้าง และควรจะให้ภาคประชาชน รวมถึงฝ่ายการเมืองที่เป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างดีที่สุด ผมคิดว่ามันจะดีกว่า การออกมาดิ้นมากๆ ก็จะยิ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยในตัวท่าน”นายรังสิมันต์ กล่าว
สรุป : แปลกที่สุด เหมือนข้าพเจ้าหูแว่วเมื่อติดตามข่าวนี้ ที่ในช่วงต้นได้ยินเสียงขู่ เห่า กระโชก แต่ไฉนจบลงด้วยเสียง เอ๋งๆๆๆ ก็ไม่รู้ หรือเป็นเพราะข้าพเจ้าหูแว่วไปเอง !!
จิตกร บุษบา

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ประชดเจ็บ! บอกทหารวางปืน ตั้งโต๊ะเจรจา หลัง'กลาโหมห้ามใช้คำว่าไล่ล่า
เสียงจากชาวเตหะราน ยอมแลกชีวิตหยุดวงจรสงคราม ซัดสหรัฐซื้อเวลาค่อยๆทำลายอิหร่าน
ลีเดีย ทำไอจีแทบลุกเป็นไฟ ปล่อยแฟชั่นเซ็ตสุดแซ่บฉลองวัย 39 ปี
Bitkub แจงปม ‘ก.ล.ต.’ กล่าวโทษ ชี้เป็นเหตุการณ์ปี 64 ย้ำทรัพย์สินลูกค้าครบถ้วน-ปลอดภัย
‘มท.2’ บุกกวาดล้างโรงแรมเถื่อน-นอมินีภูเก็ต ปัดสายตรงผู้มีอิทธิพลขอเคลียร์ ย้ำชัด ‘ทำผิดต้องจับ ไม่มีเคลียร์’

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี