Logo วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
เรียนรู้หลัง‘เหตุกราดยิง’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เหตุกราดยิงในโรงเรียนย่านบางกรวย นนทบุรี ล่าสุด นับเป็นเหตุสะเทือนขวัญ ที่ไม่ควรเมามันเพียงแค่การรายงานเรียกเอนเกจเมนต์ของสื่อหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งหลาย แต่ควรเรียนรู้ว่าครอบครัว โรงเรียนและสังคม มีบทบาท หน้าที่ และเป็นผู้ก่อปัจจัยใด ในเหตุการณ์ทำนองนี้ และหลังจากนี้ ควรทำอย่างไร

1) องค์การยูนิเซฟออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลไทยเพิ่มความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตสำหรับเด็กหลังเกิดเหตุกราดยิง ที่โรงเรียนชื่อดังในประเทศไทย พร้อมแสดงความวิตกไปถึงอายุของมือปืนนักเรียนก่อเหตุที่อยู่ในวัยแค่ 14 ปี ขณะที่การสอบสวนตำรวจพบมือปืนวัย 14 ปี เสิร์ชหาข้อมูลการกราดยิงก่อนลงมือ พบการยิงมีความแม่นยำและเข้าอวัยวะสำคัญ


CNN ของสหรัฐฯรายงานว่า องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ออกแถลงการณ์ถึงเหตุกราดยิงในโรงเรียนที่ร้ายแรงในไทยซึ่งเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 แสดงความวิตกต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเพิ่มความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตต่อเด็กทั้งหลาย โดยเฉพาะจากการที่มือปืนมีอายุน้อย

แถลงการณ์ระบุว่า “รายงานต่างๆ ยืนยันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นเด็ก” และบอกด้วยว่า “นี่กลายเป็นคำถามที่ยากสำหรับพวกเราในฐานะสังคม ซึ่งในขณะที่มีข้อเท็จจริงเปิดเผยมากขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องประเมินว่ามีอะไรที่เกิดขึ้นวันนี้ และมีสิ่งใดที่สามารถกระทำได้เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนั้นไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง”

ข่าวดังกล่าว ยังอ้างถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ระบุว่า จะมีแผนปฏิบัติการใหม่ด้านสุขภาพทางจิตเพื่อสนับสนุนครูและนักเรียนหลังเหตุกราดยิงโรงเรียน

องค์การยูนิเซฟยังชี้ว่า “การพัฒนาบริการทางสุขภาพจิตสำหรับเด็กและการทำงานเพื่อทำให้โรงเรียนทุกแห่งปลอดจากความรุนแรงทุกรูปแบบ..รวมความรุนแรงทางกายและทางจิตใจ” และว่า “ผู้ปกครองไม่ควรวิตกในการที่ส่งลูกหลานไปโรงเรียน เด็กๆ ไม่ควรรู้สึกถึงความเสี่ยงในชั้นเรียน และครูควรรู้สึกปลอดภัยในการทำการสอน”

CNN รายงานว่า ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ออกมาแถลงว่า มือปืนนักเรียนวัย 14 ปีนั้น มีลูกกระสุนเหลือเป็นจำนวนมาก เขากล่าวว่า เหตุกราดยิงในโรงเรียนนั้นอาจเลวร้ายกว่ามาก หากมือปืนยังเดินหน้าต่อ เนื่องจากคนร้ายมีกระสุนปืนเหลืออีกไม่ต่ำกว่า 30 นัด อ้างอิงจากตำรวจพบว่า มือปืนยิงไปทั้งหมดราว 26 นัด

นายกฯกล่าวต่อว่า ดูเหมือนมือปืนวัย 14 ปีได้ “วางแผนมาอย่างดี” โดยมีแผนการที่ชัดเจนและมีเป้าหมายที่แน่นอน

นายกรัฐมนตรีไทยยังประกาศที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโรงเรียนมากขึ้น รวมไปถึงการตรวจเช็คอาวุธปืน และชี้ว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมื่อตำรวจมีการตั้งด่านตรวจ สมควรต้องมีการตรวจหาอาวุธปืน และหากมีผู้พกพาปืนผิดกฎหมายจะต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายขั้นร้ายแรง

สื่อสหรัฐฯรายงานว่า ตำรวจเปิดเผยว่า มือปืนนักเรียนผู้ก่อเหตุก่อนลงมือได้เสิร์ชข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับการกราดยิง โดยเด็กนักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าไปดูเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับการกราดยิง

ขณะที่บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์พบว่า การยิงของมือปืนนักเรียนวัย 14 ปี นี้ มีความแม่นยำ และได้ยิงเข้าจุดสำคัญของร่างกายทุกจุด พร้อมกล่าวเสริมว่า ตำรวจจะสอบสวนเพิ่มในประเด็นนี้หลังจากนี้

2) รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี (หมอเดว) กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ได้ออกมาวิเคราะห์และถอดบทเรียนเกี่ยวกับเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญภายในโรงเรียน ไว้หลายประการ ดังนี้

1. ปมปัญหาและจุดระเบิดอารมณ์ของเด็ก

การระเบิดอารมณ์สูงกว่าผู้ใหญ่: หมอเดวระบุว่า เวลาที่เด็กหรือวัยรุ่นถึงจุดระเบิดอารมณ์ จะมีพลังทำลายล้างสูงและมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 3-5 เท่า

เรียนดีไม่ได้แปลว่าจัดการอารมณ์เก่ง : สังคมไม่ควรระบุว่าเด็กเรียนดีจะสามารถจัดการความรู้สึกหรือเยียวยาจิตใจตนเองได้เสมอไป

ปัญหาจากหลายมิติ: เหตุการณ์นี้เป็น “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” สะท้อนถึงภาวะสะสมความเครียด ความสิ้นหวัง ความคับแค้นใจ ระบบการศึกษาที่เน้นการแพ้คัดออก รวมถึงปัญหาความสัมพันธ์ที่ไม่อบอุ่นในครอบครัว

เกมไม่ใช่ต้นเหตุหลัก : หมอเดวมองว่าเกมไม่ใช่สาเหตุหลักของพฤติกรรมความรุนแรง แต่ปัญหากลางคือวัยรุ่นขาดทักษะและช่องทางในการระบายความเครียดอย่างถูกต้อง

2. วิธีการเยียวยาจิตใจและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ

งดซ้ำเติมแผลใจ : แนะนำสังคมให้หลีกเลี่ยงการตำหนิ ตีตรา หรือซ้ำเติมความรู้สึกของผู้สูญเสียและครอบครัว

สร้างพื้นที่ปลอดภัย : เน้นย้ำให้ครอบครัวและโรงเรียนหันกลับมาตรวจสอบสภาพจิตใจของเด็กอย่างใกล้ชิด รับฟังโดยไม่ตัดสิน เพื่อไม่ให้เด็กต้องเก็บกดความเครียดไว้เพียงลำพัง

หยุดส่งต่อและเอ่ยชื่อผู้ก่อเหตุ : เตือนให้สังคมหยุดแพร่ภาพหรือแชร์ข้อมูลที่ทำให้ผู้ก่อเหตุกลายเป็นที่จดจำ เพราะอาจสร้างพฤติกรรมเลียนแบบ (Copycat) ในกลุ่มเด็กที่กำลังเผชิญปัญหาและต้องการให้สังคมหันมาสนใจได้

3) ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักวิชาการและนักอาชญาวิทยาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Aj. Trynh Phoraksa เพื่อแสดงทัศนะต่อกระแสข่าวและการคาดเดาถึงสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว โดย ดร.ตฤณห์ ระบุว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ “อย่าเพิ่งรีบสรุป” ว่าผู้ก่อเหตุเยาวชนทำไปเพราะสาเหตุใด ไม่ว่าจะเป็นอาการ “ป่วยจิต” การ “ถูกบูลลี่” ความ “แค้นครู” หรือการ “เลียนแบบเกม” เนื่องจากการตรวจสอบข้อมูลข่าวในขณะนี้ ยังคง “ไม่มีหลักฐานยืนยันแรงจูงใจเหล่านี้” อย่างชัดเจนความถี่เหตุกราดยิงในไทยน่าห่วง สะท้อนโจทย์ใหญ่ทางสังคม

นอกจากนี้ ดร.ตฤณห์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่า เริ่มมีความถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบทเรียนและการป้องกันในอดีตอาจยังไม่เพียงพอและเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาทบทวนอย่างจริงจัง

“การด่วนสรุปสาเหตุโดยขาดหลักฐานยืนยัน อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่สังคม และนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ดังนั้น ควรรอการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป”

4) งานวิจัยเรื่อง “การกราดยิงในประเทศไทย: มายาคติกับภัยเงียบที่คืบคลาน” โดย กุศลิน จีรสินกุล และ อุนิษา เลิศโตมรสกุล ได้วางกรอบการอธิบายไว้อย่างชัดเจนว่า ในระดับสากล เช่น สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) หรือ Gun Violence Archive ได้กำหนดเกณฑ์ของ “การกราดยิง (Mass Shooting)” ว่า

คือ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ โดยใช้อาวุธปืนเป็นหลัก ก่อเหตุโดยไม่เลือกเหยื่อหรือเลือกเหยื่อเชิงสัญลักษณ์ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป ไม่รวมผู้ก่อเหตุ

เมื่อนำเกณฑ์ดังกล่าวมาจับกับเหตุการณ์ที่โรงเรียนล่าสุดที่เกิดเหตุกราดยิงขึ้น จะพบว่าเข้าข่ายนิยามของ “School Mass Shooting” หรือการกราดยิงในสถานศึกษาอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแตกต่างจากหลายเหตุการณ์ในอดีตที่สื่อมวลชนมักใช้คำว่ากราดยิงอย่างคลุมเครือกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทหรือยิงขู่ จนสร้างมายาคติและความชินชาให้แก่สังคม

เช่นเดียวกับ นักจิตวิทยาและนักอาชญาวิทยา ที่ออกโรงเตือนว่า เหตุกราดยิงมักเกิดจากความกดดันภายในจิตใจและการสะสมความเครียดเรื้อรัง สังคมไม่ควรด่วนสรุปสาเหตุ หรือแชร์ภาพซ้ำๆ เพื่อป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ และครอบครัวต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยรับฟังเด็กอย่างเข้าใจ

ข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

ห้ามด่วนสรุป : อย่าเพิ่งตัดสินว่ามาจากเกม การถูกกลั่นแกล้ง หรืออาการป่วยโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน

ป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ : งดแชร์ภาพหรือชื่อผู้ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้กลายเป็นฮีโร่หรือต้นแบบความรุนแรง

สร้างพื้นที่ปลอดภัย : ครอบครัวและโรงเรียนต้องเปิดใจรับฟัง ไม่กดดันเด็กด้วยความคาดหวังสูง

สังเกตสัญญาณเตือน : ระวังเด็กที่มีความเครียดสะสม เก็บตัว หรือแสดงออกถึงความคับข้องใจอย่างรุนแรง

งานวิจัยของ กุศลิน จีรสินกุล และ อุนิษา เลิศโตมรสกุล ยังได้ถอดรหัสลำดับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุผ่าน “ทฤษฎีสะสมความเครียด” (Cumulative Strain Theory) ของ Levin & Madfis (2009) ด้วยว่า จะพบโครงสร้างการก่อเหตุที่ดำเนินผ่าน 5 ขั้นตอน คือ

เริ่มต้นจาก ขั้นประสบความเครียดเรื้อรัง จากปัญหาการถูกกดทับ สภาพจิตใจ หรือการโดดเดี่ยว สอดรับกับ ขั้นไม่สามารถควบคุมความเครียดได้ ที่ผู้ก่อเหตุขาดระบบสนับสนุนทางสังคมหรือสถาบันครอบครัวคอยเหนี่ยวรั้ง

ซึ่งมีความสอดคล้องกับข้อมูลการเสวนาถอดบทเรียนทางจิตวิทยา “เข้าใจจิตวิทยาเรื่องการกราดยิง” โดย คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง นพ.เดชา ปิยะวัฒน์กูล และทีมนักจิตวิทยา ได้เสนอมุมมองที่น่าสนใจว่า

สังคมไทยมีปัจจัยหนุนเสริมเรื่อง “วัฒนธรรมความอับอาย” หรือการรักษาหน้า เมื่อบุคคลตกอยู่ในภาวะถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี ถูกกดขี่ หรือถูกบูลลี่อย่างหนักโดยไม่มีทางออกเชิงระบบ สภาพจิตใจจะเปลี่ยนจากความอับอายไปสู่ “ความเคียดแค้นอย่างสุดขั้ว” เมื่อเข้าสู่ ขั้นถูกกดดันอย่างเฉียบพลัน หรือภาวะฟางเส้นสุดท้าย จึงแปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรม นำไปสู่ ขั้นการวางแผน ในการจัดหาอาวุธปืน และก่อ เหตุการณ์สังหารหมู่ ในที่สุด

นอกจากนี้ การเข้าถึงอาวุธปืนยังเป็นปัจจัยเร่งปฏิกิริยาสำคัญ รายงานสถิติจาก Small Arms Survey สถาบันวิจัยระดับสากลในสวิตเซอร์แลนด์ ตลอดจนข้อมูลจาก GunPolicy.org ได้ชี้ให้เห็นโครงสร้างอันน่าหวั่นเกรงว่า ประเทศไทยมีอาวุธปืนหมุนเวียนในมือพลเรือนสูงถึงประมาณ 10.3 ล้านกระบอก คิดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน โดยมีปืนนอกระบบหรือปืนเถื่อนสูงถึงกว่า 4 ล้านกระบอก สภาพแวดล้อมที่ปืนหาได้ง่ายและขาดการจัดเก็บอย่างปลอดภัยภายในบ้าน ยิ่งเปิดช่องให้เยาวชนเข้าถึงอาวุธร้ายแรงได้ง่ายขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น งานศึกษานโยบายสากลจากฐานข้อมูล The Violence Project และ K-12 School Shooting Database ยังย้ำเตือนตรงกันว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษากว่า 80% ผู้ก่อเหตุคือ “คนใน” ซึ่งหมายถึงนักเรียนหรืออดีตนักเรียน ดังนั้น มาตรการตั้งการ์ดป้องกันเพียงแค่บุคคลภายนอกจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่น การโพสต์ข้อความนัยแฝง หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้ก่อเหตุมักส่งสัญญาณออกมาล่วงหน้าเสมอ

ท้ายที่สุด บทเรียนสำคัญที่ทุกงานวิจัยเห็นพ้องต้องกัน คือ บทบาทของสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์ในการป้องกัน “พฤติกรรมเลียนแบบ” ตามทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม ดังที่ ผศ.ดร.ฐนันดร์ศักดิ์ บวรนันทกุล จากสาขาวิชาอาชญาวิทยาฯ ม.มหิดล ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ก่อเหตุจำนวนมากมักมีภาวะ “Anomie” หรือความรู้สึกแปลกแยก และเกิดกระบวนการเลียนแบบเมื่อเห็นผู้อื่นใช้ความรุนแรงเพื่อประกาศตัวตนผ่านสื่อ

สอดคล้องกับข้อเสนอแนะในงานวิจัยของ กุศลิน จีรสินกุล และ อุนิษา เลิศโตมรสกุล ที่เสนอให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมกันปฏิบัติตามแนวทาง Don’t Name Them หรือ No Notoriety ด้วยการ
งดขุดคุ้ยประวัติ เผยแพร่ ภาพถ่าย หรือฉายแสงให้ผู้ก่อเหตุจนกลายเป็นต้นแบบความรุนแรงแก่เยาวชนกลุ่มเปราะบางคนอื่น

นี่คือสิ่งที่ทุกองคาพยพในสังคมไทยต้องเรียนรู้ ตระหนัก และปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง !!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เส้นใต้บรรทัด : วิวาทะ ‘ยิงโจรในบ้าน’ !!

เส้นใต้บรรทัด : วิวาทะ ‘ยิงโจรในบ้าน’ !!

13 ส.ค. 2569

เรียนรู้หลัง‘เหตุกราดยิง’

เรียนรู้หลัง‘เหตุกราดยิง’

9 ส.ค. 2569

‘กางเกงขาสั้น’ กับการตีความ ‘เนวิน’

‘กางเกงขาสั้น’ กับการตีความ ‘เนวิน’

6 ส.ค. 2569

ถ้า ‘สว.น้ำเงิน’ ฮั้วแล้ว ‘ส้ม’ ฮั้วไหม?

ถ้า ‘สว.น้ำเงิน’ ฮั้วแล้ว ‘ส้ม’ ฮั้วไหม?

2 ส.ค. 2569

จับ ‘ด้อมส้ม’ มาส่องกระจก!

จับ ‘ด้อมส้ม’ มาส่องกระจก!

30 ก.ค. 2569

เส้นใต้บรรทัด : เมื่อรัฐบาลประกาศพับ ‘แลนด์บริดจ์’

เส้นใต้บรรทัด : เมื่อรัฐบาลประกาศพับ ‘แลนด์บริดจ์’

25 ก.ค. 2569

เมื่อ ‘ยิ่งชีพ’ กลายเป็น ‘พลีชีพ’

เมื่อ ‘ยิ่งชีพ’ กลายเป็น ‘พลีชีพ’

24 ก.ค. 2569

วิวาทะ ‘ลูกเทพ’

วิวาทะ ‘ลูกเทพ’

19 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved