Logo วันอังคาร ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ถ้า ‘สว.น้ำเงิน’ ฮั้วแล้ว ‘ส้ม’ ฮั้วไหม?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กำลังเกิดสงครามสาดน้ำลายใส่กันว่า “ถ้ากล่าวหาว่ากูฮั้วแล้วพฤติกรรมชั่วๆ ของมึงคืออะไร” ขึ้นในพื้นที่ข่าว ว่าด้วยกระบวนการ “จัดการคะแนน” ในการเลือก สว. ซึ่งคนกลางที่มีหน้าที่ตรวจสอบอย่าง กกต. ก็ถูกสังคมติติงว่า ทำงานล่าช้าเหลือเกิน

1) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทยออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานในการตรวจสอบการเลือก สว. ว่า iLaw คณะก้าวหน้า มีการจัดทำแคมเปญ Senate 67 และเปิดตลาดนัด สว. รณรงค์ให้ประชาชนสมัคร สว. ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งโดยข้อเท็จจริง กติกาการเลือก สว. มีความซับซ้อน ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด ถึงระดับประเทศ จึงทำให้เกิดการรวมกลุ่มของผู้สมัคร


“สิ่งที่ท่านกล่าวหากลุ่มที่ท่านเรียกว่า สว.สีน้ำเงิน มีพฤติการณ์ต่างๆ ผมถามว่า ทั้งสองกลุ่มก็ทำวิธีเดียวกัน แล้วความแตกต่างมันอยู่ตรงไหน คุณบอกการทำแบบสีน้ำเงินมันฮั้ว มันผิด แต่พอของคุณก็ทำเหมือนกันกลับบอกว่าฮั้ว แต่ไม่โกง” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ตนมีข้อมูลและหลักฐานซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มที่อ้างว่าเป็น สว.ประชาชน หรือ สว.สีส้ม มีกระบวนการจัดตั้งกันแบบเปิดเผยหลายจังหวัด รวมถึง กทม.เช่น การนัดพบที่ หอศิลป์ จิม ทอมป์สัน แต่เบื้องหลังมีการแอบตั้งกลุ่มไลน์ กำหนดเบอร์เป้าหมายเพื่อบล็อกโหวต และการแบ่งบทบาทให้ผู้สมัครบางคนเป็นเพียงโหวตเตอร์ เพื่อให้บุคคลเป้าหมายให้ได้รับเลือกเป็น สว.

“สิ่งที่ท่านทำกันตรงนั้นคิดว่าผมไม่มีข้อมูลหรือ คุณคิดว่ามีแต่คนรักพวกคุณกัน ไม่คิดว่าคนจะรักผมแล้วเอาข้อมูลมาให้ คุณไม่คิดว่าจะมีคลิปเสียง มีโพยที่คุณเขียนกันว่าจะต้องเลือกใคร ผมมาตรวจดู และพบว่าคนที่บอกให้เลือก กทม. 40 คน คุณได้มากี่คนผมรู้หมด เพราะฉะนั้นอย่าประมาท อย่ากล่าวหาคนอื่น และบอกว่าตัวเองกลุ่มเดียวรักประชาธิปไตย คุณจัดตั้งให้เลือกเบอร์อะไรผมรู้หมดในที่สุดท่านก็ได้เป็น สว. อย่าดัดจริต อย่าทำตัวเป็นคนดี ผมไม่ได้บอกว่าทำกันทุกกลุ่มที่จริงสีอื่นก็มี แต่ด้วยเหตุผลว่ากติกามันซับซ้อนเขาจึงต้องรวมกลุ่มกันมา และสิ่งที่ผมขีดเส้นใต้ก็คือบางคนก็เพียงแต่มาเป็นโหวตเตอร์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม”นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ สว.นันทนา นันทวโรภาสออกมาระบุว่า กลุ่มผู้สมัคร สว. กว่า 300 คน ที่มาร่วมประชุมที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เป็นการรวมตัว ลงขันจ่ายค่าห้องจัดเลี้ยง และวิ่งออกไปซื้อน้ำดื่มกันเอง ว่า เป็นความเท็จ ซึ่งตนมีหลักฐานใบเสร็จชัดเจนว่า การเช่าห้องจัดเลี้ยงดังกล่าวมีตัวแทนจากสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เป็นผู้จองและออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด จึงอยากให้ไปดูว่าสำนักพิมพ์ดังกล่าวนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายนี้ไปใช้ยื่นหักภาษีประจำปี 2567 หรือไม่ ซึ่งตนได้โพสต์ระบุเพียงนามสกุล และยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ได้เป็นการกล่าวหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า การรวมกลุ่มและพฤติการณ์ต่างๆ อาจเข้าข่ายอาจผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือก สว. หรือไม่ จึงขอให้กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายสืบสวนไต่สวนเรื่องดังกล่าว ว่าสิ่งที่กลุ่มนี้ทำถูกหรือผิด

2) ขณะที่นายศุภชัยเพียงเอ่ยปากขอให้ กกต. ทำงานผ่านสื่อ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ก็ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง2560 มาตรา 41 ในการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน กรณีมีการพูดกันว่า มีกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาประมาณ 300 คน ที่มาพบกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี มีพฤติการณ์หรือการกระทำที่มีการวางแผนจัดคนฝ่ายของตนมาดำเนินการในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือทำให้การเลือกดังกล่าวอาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ อย่างไร

ศรีสุวรรณกล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์นักวิชาการ และนักการเมืองตอบโต้กันไปมาเกี่ยวกับการฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มหนึ่งที่ผ่านมา โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ในการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. และ DSI แล้วนั้น แต่ปรากฏว่ามีการพูดถึงพฤติการณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อีกกลุ่มหนึ่งที่มักเรียกกันว่า สว.สีส้ม ซึ่งก็มีพฤติการณ์ไม่ต่างกับกลุ่ม สว.ชุดแรกที่ กกต. และ DSI กำลังสืบสวนและไต่สวนอยู่ซึ่งผู้สมัคร สว.กลุ่มนี้ประมาณ 300 คน มีการจัดประชุมและพบปะกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ด้วยเช่นกัน จะถือเป็นการวางแผนฮั้วกันด้วยหรือไม่

เหตุดังกล่าว จึงเป็นข้อสงสัยในการกระทำของผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวที่อาจทำให้การเลือกสว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่ง กกต. มีอำนาจเริ่มสืบสวนหรือไต่สวนได้เอง แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 41ซึ่งบัญญัติไว้โดยสรุปว่า “เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อคณะกรรมการไม่ว่าโดยทางใด ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่...คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้มีการสืบสวนหรือไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน”

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การเลือก สว. เป็นการแข่งขันของผู้สมัครแต่ละคนอย่างอิสระ แต่มีบางคนออกมาพูดว่าเป็นเรื่องของ “ภารกิจร่วม” “ทีมเดียวกัน” “ส่งคนของเราเข้าไป” และ “ส่งไม้ต่อ” อย่างเปิดเผย ซึ่งถ้าฝ่ายหนึ่งเรียกสิ่งนี้ว่า “การจัดตั้ง” หรือ “การทำงานเป็นทีม” แล้วเหตุใด เมื่ออีกฝ่ายถูกกล่าวหาในลักษณะคล้ายกันจึงถูกเรียกว่า “ฮั้ว” ซึ่งเรื่องนี้จะผิดหรือไม่ผิด เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ใครจะตัดสินกันเอง แต่สิ่งที่สังคมมีสิทธิถามคือ ทำไมพฤติกรรมที่ดูคล้ายกัน พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ถึงเรียกว่า “ทำงานร่วมกัน” หรือ “จัดตั้ง” แต่พอเป็นฝ่ายตรงข้ามกลับรีบใช้คำว่า “ฮั้ว” เพราะถ้าจะใช้มาตรฐาน ก็ใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย อย่าให้คำว่า “ฮั้ว” กลายเป็นแค่คำด่าทางการเมืองที่เลือกใช้เฉพาะกับคนที่ตัวเองไม่ชอบเท่านั้น

“ดังนั้น เพื่อมิให้เป็นการเลือกปฏิบัติ กกต.ในฐานะที่เป็นผู้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จะต้องทรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมจำต้องดำเนินการสืบสวนและไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติตามกฎหมายโดยพลัน โดยองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้ทำคำร้องพร้อมพยานหลักฐานเบื้องต้นมามอบให้ กกต.ได้ตั้งเรื่องเพื่อนำไปสู่การสืบสวนและไต่สวนตามครรลองของกฎหมายต่อไป” นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

3) นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ เสนอความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า

กฎหมายเปิดให้ผู้สมัครบอกว่า “ฉันเป็นใคร” แต่ไม่ได้เปิดให้ผู้สมัครตกลงว่า “ใครจะเลือกใคร”การแนะนำตัวจึงเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ขณะที่การตกลง จับคู่ แลกคะแนน หรือจัดสรรคะแนน เป็นการสมยอมและกระทำผิดกฎหมาย มิอาจนำคำว่า “การแนะนำตัว” มาใช้เป็นเกราะกำบังให้กับการจัดการคะแนนได้โดยอัตโนมัติ!

และยังชี้ประเด็นที่สำคัฐคือ “จำแนกพฤติกรรม :“ฮั้ว” จริงๆ คืออะไร?” ว่า

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ตกเป็นเหยื่อของการสาดโคลนทางการเมือง สังคมต้องจำแนกพฤติการณ์ออกเป็น3ระดับ :

ระดับที่หนึ่ง-การพบปะหรือรวมตัว: สิทธิในการจัดชุมนุมหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผู้สมัครจะพบกัน แนะนำตัว ทานอาหาร หรือเสวนากันย่อมทำได้ ไม่ใช่ความผิดโดยอัตโนมัติ

ระดับที่สอง-การประสานคะแนน: เริ่มเข้าสู่พื้นที่สีดำ เช่น การบอกกล่าวหรือนัดแนะว่าจะลงคะแนนให้ใครเพื่อให้กลุ่มของตนผ่านเข้ารอบ แม้ไม่มีเรื่องเงินทองมาเกี่ยวข้อง แต่นี่คือจุดที่ทำให้ระบบการเลือกกันเองเสียเจตนารมณ์ และเป็นการฮั้วซึ่งผิดกฎหมาย

ระดับที่สาม-การจัดเครือข่ายโดยมีผลประโยชน์หรือการข่มขู่จูงใจ: นี่คือพื้นที่ความผิดทางกฎหมายอย่างร้ายแรง หากมีนายทุน/พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง มีการจ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก จัดเลี้ยง หรือให้สัญญาว่าจะให้ประโยชน์ เพื่อแลกกับโพยลงคะแนน

คำถามที่ถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายจึงไม่ใช่คำถามลอยๆ ว่า “กลุ่มนี้ฮั้วหรือไม่?” แต่คือ “กลุ่มนี้ทำอะไร มีหลักฐานอะไร และสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมายมาตราใด?”

ส่วน วิวาทะระหว่าง “ศุภชัย ใจสมุทร” กับ “นันทนา นันทวโรภาส” และพยานหลักฐานใหม่ นั้น นายวัสชี้ว่า

ในคดีฮั้ว สว. ที่มีข้อกล่าวหาเรื่อง “138 สว.สีน้ำเงิน” ค้างอยู่ในชั้น กกต. นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ออกมารุกกลับระลอกสองเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าตนไม่ได้ปกป้อง สว. คนใด แต่เป็นการออกมาปกป้องพรรคภูมิใจไทยและสมาชิก 9 คนที่ถูกขุดเรื่องเก่ามากล่าวหา

พร้อมกันนี้ นายศุภชัยได้เปิด “หลักฐานชิ้นสำคัญ”หักล้างข้ออ้างเรื่องการ “ลงขัน” ของ สว.นันทนานันทวโรภาส โดยชี้เป้าไปที่การจัดประชุมผู้สมัคร 300 คนณ ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ว่าไม่ได้เกิดจากเงินของผู้สมัคร แต่มี “หิรัญ ฟ้าเดียวกัน” เป็นทั้งคนจอง และคนจ่าย

การเปิดชื่อตัวละครและเส้นทางการเงินเช่นนี้ ย้ายคดีจาก “ข้อสงสัยทางการเมือง” ไปสู่ “ข้อเท็จจริงทางคดี” ทันที! และ กกต. สามารถใช้ พ.ร.ป. กกต.พ.ศ. 2560 มาตรา 41 ขึ้นมาชี้ว่า กกต. มีหน้าที่สืบสวนไต่สวนได้เองโดยไม่ต้องรอผู้ร้อง หรือที่เรียกกันว่ามีอำนาจ “หยิบยก” เรื่องขึ้นมาทำเองได้ ตามที่นายศุภชัยระบุ

หากข้อกล่าวหานี้เป็นจริง ย่อมข้ามเส้นจากเสรีภาพการแนะนำตัวตามมาตรา 36 เข้าสู่ความผิดตาม มาตรา 77 เรื่องการรับประโยชน์จากบุคคลภายนอก ในทางกลับกัน ฝั่งผู้ถูกกล่าวหาก็ไม่สามารถปฏิเสธลอยๆ ได้อีกต่อไป แต่มีภาระต้องนำเอกสารการลงขันและใบเสร็จรับเงินมาแสดงต่อสาธารณะและ กกต. เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์เช่นกัน

ท้ายที่สุด นายวัสชี้ให้เห็นถึง “บทสรุป: กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องไม่มีสีเสรีภาพต้องมีบรรทัดฐาน” ว่า

เมื่อมองจากระยะไกล: คดีฮั้ว สว. อาจดูเหมือนสงครามตัวแทนระหว่าง “สีน้ำเงิน” กับ “สีส้ม” แต่ในทางกฎหมายและนิติรัฐ คำตอบควรเรียบง่ายและตรงไปตรงมา:

กติกาเปิดช่อง: ต้องยอมรับว่ากติกาการเลือก สว. 2561 เอื้อให้เกิดการจัดตั้งคะแนนได้ง่าย

มาตรฐานเดียวกัน: หากการจัดตั้งคะแนนของฝ่ายหนึ่งถูกเรียกว่า “ฮั้ว” การประสานคะแนนของอีกฝ่ายก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยบรรทัดฐานเดียวกันโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ (Double Standards)

ยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก: ไม่ว่าจะเป็น สว. สีใด กกต. ต้องทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมและรวดเร็ว นำพยานหลักฐานเรื่องการตกลง การจ่ายเงินการให้ประโยชน์ หรือการสั่งการ มาพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล

คดีฮั้ว สว. ไม่ควรจบลงด้วยคำถามชวนแตกแยกว่า “ส้มฮั้วหรือน้ำเงินฮั้ว?” แต่ควรจบลงด้วยหลักนิติธรรมที่ว่า “ใครทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ และใครบริสุทธิ์ต้องได้รับการปกป้อง” โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน...เพราะกฎหมายที่ดีต้องไม่มีสี และกระบวนการยุติธรรมก็ต้องไม่มีสีเช่นเดียวกัน

สรุป : นับจากนี้ สังคมควรช่วยกันจี้การทำงานของ กกต. ให้กระชับ ฉับไว รวบรวมพยาน หลักฐานและชี้ขาดไปตามอำนาจ โดยไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างที่เป็นมาและเป็นอยู่ เพราะ “ความล่าช้า คือ ความอยุติธรรม” และก่อปัญหาให้ซับซ้อนตามมานานัปการ ด้วยว่า สว. ได้ดำเนินการคัดสรรคนเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ในองค์กรอิสระแล้วหลายท่าน

หาก สว. เหล่านี้มีที่มาที่ทุจริต การเลือกคนเข้าทำหน้าที่ในองค์กรอิสระต่างๆ จะจบลงอย่างไร

รวมถึงการผ่านกฎหมายและการรับค่าตอบแทนในตำแหน่ง สว. ที่ผ่านมาด้วย !!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เส้นใต้บรรทัด : วิวาทะ ‘ยิงโจรในบ้าน’ !!

เส้นใต้บรรทัด : วิวาทะ ‘ยิงโจรในบ้าน’ !!

13 ส.ค. 2569

เรียนรู้หลัง‘เหตุกราดยิง’

เรียนรู้หลัง‘เหตุกราดยิง’

9 ส.ค. 2569

‘กางเกงขาสั้น’ กับการตีความ ‘เนวิน’

‘กางเกงขาสั้น’ กับการตีความ ‘เนวิน’

6 ส.ค. 2569

ถ้า ‘สว.น้ำเงิน’ ฮั้วแล้ว ‘ส้ม’ ฮั้วไหม?

ถ้า ‘สว.น้ำเงิน’ ฮั้วแล้ว ‘ส้ม’ ฮั้วไหม?

2 ส.ค. 2569

จับ ‘ด้อมส้ม’ มาส่องกระจก!

จับ ‘ด้อมส้ม’ มาส่องกระจก!

30 ก.ค. 2569

เส้นใต้บรรทัด : เมื่อรัฐบาลประกาศพับ ‘แลนด์บริดจ์’

เส้นใต้บรรทัด : เมื่อรัฐบาลประกาศพับ ‘แลนด์บริดจ์’

25 ก.ค. 2569

เมื่อ ‘ยิ่งชีพ’ กลายเป็น ‘พลีชีพ’

เมื่อ ‘ยิ่งชีพ’ กลายเป็น ‘พลีชีพ’

24 ก.ค. 2569

วิวาทะ ‘ลูกเทพ’

วิวาทะ ‘ลูกเทพ’

19 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved