วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
หลังปรากฏภาพ “นายเนวินชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สวมกางเกงขาสั้น เข้าทำพิธีบวงสรวง “ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช” ก็เกิดเสียงวิจารณ์พร้อมๆ กับการอุ้มโอ๋ ดังกระหึ่มขึ้นพอๆ กัน ในสังคมออนไลน์ มี 2 ความเห็น ที่ดูจะเป็น “วิชาการ” หรือ “เอาจริงเอาจัง”ในการอ่าน “สัญญะ” ของ “กางเกงขาสั้น” และ “กาลเทศะ” อย่างจริงจัง
ความเห็นแรกเป็นของ อาจารย์อุ๋ย - ประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำการถอด“รหัสลับข้ามจารีต: อ่านสัญญาณการเมืองผ่าน“เสื้อบอล-ขาสั้น” ของ เนวิน ชิดชอบ” ไว้ อย่างน่าสนใจว่า
ในทางรัฐศาสตร์และสัญศาสตร์ (Semiotics) ร่างกายและเสื้อผ้าของนักการเมืองไม่เคยเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” เพียวๆ แต่คือ “พื้นที่แสดงสารทางการเมือง” (Political Communication Device) ที่ผ่านการคำนวณและเลือกสรรมาอย่างแยบคาย
ภาพของคุณเนวิน ชิดชอบ ใส่เสื้อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบ ก้าวเข้าไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงสักการะศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช-สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยจารีตประเพณี-จึงไม่ใช่เรื่องของความ “ไม่รู้กาลเทศะ” เพราะคนระดับอดีตรัฐมนตรีและคร่ำหวอดในวงการเมืองมาหลายทศวรรษ ย่อมทราบดีถึงกฎเกณฑ์กาลเทศะพื้นฐานของสังคมไทย
คำถามคือ การแต่งกายลักษณะนี้ในทุกวาระโอกาส ตั้งแต่งานบวช งานแต่งงาน งานลูกชาย จนถึงพิธีศักดิ์สิทธิ์ คือการแสดงอำนาจ สัญลักษณ์ทางการเมืองหรือมีนัยอื่นใดแฝงอยู่?
หากวิเคราะห์ผ่านเลนส์รัฐศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศ พฤติกรรมนี้สามารถถอดรหัสได้3 มิติสำคัญ
1. สัญลักษณ์เชิงอำนาจและการทำลายบรรทัดฐาน(Power Projection & De-institutionalization)
ในทางกฎหมายและจารีต การแต่งกายตามกฎระเบียบ (Dress Code) คือการสยบยอมต่อกฎเกณฑ์ของสถาบัน/สถานที่นั้นๆ แต่การที่ “เนวิน” สามารถใส่ขาสั้น-เสื้อบอลเข้าไปปฏิบัตินำในพิธีศักดิ์สิทธิ์ได้โดยไม่มีใครกล้าทักท้วง คือการประกาศ “อำนาจนำ” (Hegemony) ที่ก้าวข้ามกฎระเบียบทั่วไป เป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ว่า “กฎเกณฑ์ธรรมดาใช้บังคับกับตัวเขาไม่ได้” อำนาจของเขาเหนือกว่าบรรทัดฐานของสถานที่ และศูนย์กลางของงานไม่ได้อยู่ที่พิธีกรรม แต่อยู่ที่ “ตัวเขา”
2. การสร้างแบรนด์ดิ้ง “ครูใหญ่แห่งบ้านใหญ่” และสโมสรนิยม (Political Branding)
ชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อสโมสรบุรีรัมย์ฯ กลายเป็น“ยูนิฟอร์มทางการเมือง” (Political Uniform) ประจำตัวของเนวินไปแล้ว มันคือการหลอมรวมความเป็น “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” เข้ากับ “อำนาจทางการเมือง” การแต่งชุดนี้ไปทุกงานเท่ากับเป็นการขยายอาณาเขต (Territorial Expansion) และตอกย้ำแบรนด์ดิ้งความเข้าถึงง่ายไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง แต่แฝงไว้ด้วยความเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ติดดิน (Populist Godfather)
3. การเปรียบเทียบกับบริบทต่างประเทศ:ถอดโมเดลนักการเมืองโลก
พฤติกรรมของเนวินมีความคล้ายคลึงกับนักการเมืองในเวทีโลกหลายคน เช่น : โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy): ที่สวมเสื้อยืดสีเขียวทหารเข้มตลอดเวลาแม้กระทั่งในการประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ หรือพบผู้นำโลก เพื่อส่งสารเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson): ที่จงใจทำผมยุ่งเหยิงหรือไม่ผูกไทในบางวาระ เพื่อปฏิเสธภาพลักษณ์นักการเมืองแบบฉบับเดิมๆ (Anti-establishment) สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนธรรมดา และแสดงออกถึงความไม่แยแสต่อระเบียบเดิม
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของเนวิน ชิดชอบ มีมิติเฉพาะของ “วัฒนธรรมการเมืองแบบบ้านใหญ่”แฝงอยู่ การใส่ขาสั้นไปงานสำคัญ ไม่ใช่เพียงการปฏิเสธพิธีตระการตา แต่คือการสร้างภาพจำว่า “ข้าพเจ้าไม่ต้องพึ่งพาเครื่องทรงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะบารมีและอำนาจที่แท้จริงสลักอยู่ในชื่อ เนวิน ชิดชอบ เรียบร้อยแล้ว”
สรุป: การแต่งกายของเนวิน ชิดชอบ ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ไม่ใช่เรื่องของความพลั้งเผลอหรือรสนิยมส่วนตัว แต่มันคือ “ภาษาทางสัญลักษณ์” (Symbolic Language) ที่สื่อถึงอำนาจอันล้นพ้น การปฏิเสธจารีตเพื่อแสดงตนเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ และการตอกย้ำแบรนด์การเมืองแบบเฉพาะตัวที่ไม่จำเป็นต้องสยบยอมต่อกฎเกณฑ์ใดในสังคมไทย
ผู้ใช้นามแฝงว่า “อิสระ เสรีชน” โพสต์เรื่อง “กาลเทศะ จิตสำนึกที่ต้องรู้ : บทเรียนจากกรณี“เนวิน ชิดชอบ” สวมชุดลำลองเป็นประธานบวงสรวงศาลหลักเมือง” ลงในกลุ่ม “นิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” ว่า
ในสังคมยุคปัจจุบันที่เส้นแบ่งระหว่างความเป็นทางการและชีวิตส่วนตัวเริ่มพร่าเลือนลงเรื่อยๆภาพลักษณ์และการแต่งกายของบุคคลสาธารณะมักกลายเป็นประเด็นถกเถียงในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง หรือพิธีกรรมทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยความเคารพศรัทธา
กรณีศึกษาครั้งสำคัญที่จุดกระแสสังคมให้หันมาขบคิดเรื่อง “กาลเทศะ” อย่างจริงจัง คือเหตุการณ์ที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปรากฏตัวในชุดลำลองสบายๆ สวมเสื้อฟุตบอลและกางเกงขาสั้น ไปทำหน้าที่เป็นประธานในพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีประวัติศาสตร์และคุณค่าทางจิตใจมาอย่างยาวนานของชาวปักษ์ใต้
ส่องเหตุการณ์: เมื่อ “ความสะดวกสบาย” สวนทางกับ “ความเคารพสถานที่”
ภาพของผู้ที่มีอิทธิพลต่อการเมืองและเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศในชุดเสื้อกีฬาและกางเกงขาสั้น ยืนเป็นประธานประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือประเพณีเบื้องหน้าศาลหลักเมือง ได้แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างทั้งจากคนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและประชาชนทั่วประเทศ โดยเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากแต่พุ่งเป้าไปที่“ความเหมาะสม” ของการแต่งกาย
มุมมองของผู้ที่ไม่เห็นด้วย: มองว่าการเดินทางไปยังศาสนสถานหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับจังหวัด โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็น “ประธาน” ในพิธี ควรให้เกียรติสถานที่ และผู้มาร่วมงานด้วยการแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อย ชุดขาสั้นและเสื้อฟุตบอลช้าง ความสบายส่วนตัว แต่อาจลดทอนความขลัง ความน่าเชื่อถือ และแสดงถึงความบกพร่องในเรื่องกาลเทศะ
มุมมองของผู้ที่มองเป็นเรื่องปกติ: อาจมองว่าเป็นการแต่งกายตามวิถีชีวิตส่วนตัว หรืออาจเป็นเพราะติดภารกิจกระชั้นชิด จึงไม่ได้เปลี่ยนชุด หรือให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความเป็นกันเองมากกว่าพิธีรีตอง
ถอดรหัส “กาลเทศะ”: นิยามที่มากกว่าแค่คำสอนโบราณ : คำว่า “กาลเทศะ” (คำประสม กาล +เทศะ) ประกอบด้วย 1. กาล (กาลเวลา):ช่วงเวลาใดที่เหมาะสม 2. เทศะ (สถานที่):บริบทของสถานที่นั้นๆ ว่าคือที่ไหน การมี กาลเทศะ จึงหมายถึงการรู้จักประเมินสถานการณ์ว่าควรทำตัว พูดจา หรือแต่งกายอย่างไรให้สอดคล้องกับกาลเวลาและสถานที่นั้นๆ โดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น วัฒนธรรม ประเพณี และกาลเทศะอันดีงามของสังคม
ในสังคมไทย สถานที่อย่าง“ศาลหลักเมือง” วัดวาอาราม มัสยิด โบสถ์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้างทางกายภาพ แต่เป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นพื้นที่ที่ผู้คนต่างให้ความเคารพสูงสุด การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวจึงมีธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาเพื่อแสดงออกถึงความนอบน้อมถ่อมตน
ทำไม “บุคคลสาธารณะ” ถึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ ? : ปฏิเสธไม่ได้ว่า บุคคลที่มีชื่อเสียง นักการเมือง หรือผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของสังคมอยู่ตลอดเวลา ทุกการกระทำและการแต่งกายของบุคคลเหล่านี้ถูกมองว่าเป็น“แบบอย่าง” หรือสะท้อนทัศนคติภายในจิตใจ
1.การให้เกียรติสถานที่และประชาชน: การแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเมื่อไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ทำเพื่อตัวผู้สวมใส่เอง แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อความศรัทธาของคนในท้องถิ่นนั้นๆ
2. มาตรฐานทางสังคม (Social Norms): แม้โลกจะเปิดกว้างและขับเคลื่อนด้วยความสบายมากขึ้น แต่ในมิติของพิธีกรรม ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรม ความเป็นทางการยังคงทำหน้าที่รักษาความศักดิ์สิทธิ์และระเบียบวินัยทางสังคมไว้
3. พลังของภาพลักษณ์: ภาพที่ปรากฏออกสื่อสามารถสร้างความรู้สึกเชิงบวกหรือเชิงลบได้ในชั่วพริบตาสำหรับบุคคลสาธารณะ ความละเอียดอ่อนในเรื่องเหล่านี้คือเกราะป้องกันและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
จิตสำนึกที่สร้างได้ด้วยความใส่ใจ : กรณีของนายเนวิน ชิดชอบ กับชุดฟุตบอลขาสั้นที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จึงไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่นหรือความสะดวกสบายส่วนบุคคล แต่เป็น กรณีศึกษา (Case Study) ชั้นดีที่สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องของมารยาท วัฒนธรรม และกาลเทศะอย่างเหนียวแน่น
ท้ายที่สุดแล้ว กาลเทศะ ไม่ใช่กฎหมายบังคับที่หากฝ่าฝืนจะต้องถูกจองจำ แต่มันคือ “จิตสำนึก”และความใส่ใจที่เรามีต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว ต่อสถานที่ที่เราไปเยือน และต่อความรู้สึกของผู้คนในสังคม การรู้จักแต่งกายและปฏิบัติตัวให้ถูกกาลเทศะ จึงเป็นสะพานเชื่อมความเคารพซึ่งกันและกัน และช่วยให้สังคมเราน่าอยู่และรักษารากฐานทางวัฒนธรรมอันดีงามให้อยู่รอดต่อไปได้
นี่เป็น 2 ความเห็นที่ข้าพเจ้ามองว่า “ให้สาระ” และ “หลักคิด” ที่ลุ่มลึกที่สุด !!
จิตกร บุษบา

มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 5-11 ส.ค.69
สวยสับไม่ไหว! ชาล็อต เสิร์ฟดาเมจความแซ่บขี้เล่น ทำใจละลายทั้งโซเชียล
เปิดใจตำรวจถูกพาดพิง ลั่นไม่ใช่ลูกพี่ไอ้ป๋อง เผยเคยจับมาแล้ว 2 คดี
อุทาหรณ์สายกินดิบ สาวไร้อาการ-ไม่ปวดท้อง แต่หมอส่องกล้องเจอ 'พยาธิตืดปลา' ยาว 1 เมตร คาลำไส้
ผู้บริหารบริษัทญี่ปุ่นขอโทษ บีบพนง.วิ่งเข้าไปเก็บเงินใส่เซฟหลังดินไหว สุดท้ายห้างระเบิดจนเสียชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี