วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
มหาอุทกภัย 2568 ที่หาดใหญ่ครั้งนี้ ถือว่าหนักหนาสาหัสจริงๆ เท่าที่กรมอุตุนิยมวิทยาเก็บสถิติเอาไว้บอกว่า ระดับน้ำสูงสุดในรอบ 50 ปี สาเหตุคือฝนตกหนักสะสมมาเรื่อยๆ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงมากแล้ว แต่ปัญหาความเดือดร้อนรอคอยการช่วยเหลือเยียวยายังโกลาหลเต็มไป ทั้งเรื่องความสูญเสีย บ้านเรือนประชาชน ระบบสาธารณูปโภค เศรษฐกิจ ทุกสิ่งอย่างราพณาสูรไปในชั่วพริบตา
นอกเหนือจากที่หาดใหญ่แล้ว สถานการณ์ฝนตกหนักยังส่งผลกระทบในอีกหลายพื้นที่เกือบทั่วภาคใต้ อย่าง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สตูล ตรัง กระบี่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาสเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมหนักในรอบหลายปีเช่นเดียวกัน หลายๆ แห่งต้องสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อความปลอดภัย และระดับความเสียหายก็ไม่น้อยเช่นกัน
คนไทยทั่วประเทศส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวภาคใต้เพื่อให้รอดพ้นปลอดภัยจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ รวมทั้งขอฝากเป็นกำลังใจสำหรับเจ้าหน้าที่หน้างานทุกคน ทีมอาสากู้ภัยทุกๆ ท่านที่เสียสละเวลาทั้งกำลังกาย กำลังทรัพย์ และบางครั้งยังต้องเสี่ยงชีวิตลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน นี่คือธารน้ำใจคนไทยที่เรามักจะเห็นทุกๆ ครั้งที่ชาติกำลังมีภัย
ในส่วนรัฐบาล ที่ผ่านมาได้ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งจังหวัดสงขลา ก็คล้ายๆ กับในสมัยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ดำเนินการ
ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า รับมือตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้ประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 โดยกำหนด “พื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง” เร่งบูรณาการทุกกลไกช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
จากนี้ไปหวังว่าการจัดการจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาในช่วงที่ชุลมุนโกลาหล รัฐบาลเองได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งเรื่องความล่าช้าในการสั่งการของส่วนกลาง การขาดเอกภาพ และความไม่พร้อมของระบบบริหารจัดการในภาวะวิกฤตน้ำท่วม ไม่รู้ใครสั่งงานใคร ท่ามกลางเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่วหาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับน้ำลดลงเกือบหมดแล้ววันนี้เราก็คงจะเริ่มเห็นภาพของความสูญเสียที่แท้จริง ขณะที่ยังมีผู้ประสบภัยตกค้างอยู่ข้างในอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอีกหลายชีวิตที่กำลังเฝ้ารอการช่วยเหลืออย่างมีความหวัง เมื่อสามารถเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็คงจะเร่งระดมสรรพกำลังที่มีอยู่เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
สถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งนี้ เราคนไทยจะอยู่เคียงข้างกันเสมอ จับมือกันไว้เพื่อเติมพลังบวกให้กับผู้ประสบภัยนับพันนับหมื่นคนให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน ตอนนี้เราไม่ควรมา
แบ่งพรรคแบ่งพวก หรือฉกฉวยโอกาสบั่นทอนด้อยค่าซึ่งกันและกัน รอให้ทุกอย่างคลี่คลายก่อนค่อยมาชำระบัญชีในภายหลังก็ยังไม่สาย เพราะนี่คือบทเรียนครั้งสำคัญที่ทำให้หาดใหญ่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง
ซาบีดาเปิดงานสี่เผ่าไท ชู Soft Power วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 ปั้นเมืองรองผงาดสู่เมืองหลัก
รพ.ราชวิถี ประกาศความสำเร็จ ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดตับอ่อน ผู้ป่วยเด็ก12ปี อายุน้อยที่สุดในไทย
ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด
มั่นใจน้ำมันไม่ขาดแคลน กลุ่มโรงกลั่นฯ ชู 4 กลยุทธ์จัดการน้ำมันดิบในประเทศ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี