วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในสัปดาห์นี้ หลายคนรู้จัก และได้ยินคำว่า “ฮอร์มุซ” ช่องแคบๆ ระหว่างอิหร่านและโอมานกว้างเพียง 21 ไมล์ ถูกปิดตัวลง ยังผลให้เศรษฐกิจโลกทั้งใบเสมือนถูกจับเป็นตัวประกัน
ฮอร์มุซ คือ “ช่องแคบ” (Strait of Hormuz)แต่นี่เป็นผู้กุมชะตาไปยัง “วงกว้าง” เพราะเปรียบได้ดุจ “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมโลกเป็นศูนย์กลางการส่งออก เป็นหมุดหลักที่นำพลังงานจากตะวันออกกลางไปหล่อเลี้ยงโลก และไม่ใช่เป็นเพียงแค่แหล่งน้ำมันอย่างที่หลายคนเข้าใจ
เมื่อพูดถึงช่องแคบ ฮอร์มุซ สิ่งแรกที่นึกถึงคือน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะพลังงานส่วนใหญ่ของโลกผ่านเส้นทางเดินเรือนี้ แต่ยังมีวัตถุดิบอีกชนิดหนึ่งที่พึ่งพาเส้นทางนี้มากกว่าที่คิด นั่นก็คือ อะลูมิเนียม
2 ทศวรรษที่ผ่านมา ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกที่สำคัญ โดยกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) ผลิตอะลูมิเนียมมากกว่า 8% ของโลกเพิ่มขึ้นจาก2.7 ล้านตัน เป็นมากกว่า 6 ล้านตันต่อปี อะลูมิเนียมมากกว่า 5 ล้านตัน ไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซทุกปีเท่ากับว่าปัญหาจะไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานเท่านั้น แต่จะลุกลามไปยังภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว
สิ่งนี้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก การหยุดชะงักเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อการผลิต การแปรรูป และการผลิตสินค้าไปพร้อมๆ กัน เพราะปัญหาคือตลาดอะลูมิเนียมมีความเปราะบางอยู่แล้ว เวลานี้ จีนชะลอการเติบโตของการผลิตเนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตของปักกิ่ง ในยุโรป, การถอนโลหะจากรัสเซียออกจากตลาด, การปิดโรงถลุงโมซาลในประเทศโมซัมบิก และปัญหาที่โรงงานกรุนดาร์ตังกิ ในไอซ์แลนด์ยิ่งทำให้ปริมาณอุปทานลดลงไปอีก
การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานานจะส่งผลให้พลังงานมีราคาแพงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้โรงไฟฟ้าหลายแห่งในตะวันตกต้องปิดตัวลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย อุตสาหกรรมของยุโรป นี่จะเป็นผลเสียทั้งสองด้าน คือ มีโลหะให้ใช้น้อยลงไปอีก บวกกับต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ห่วงโซ่ของการพุ่งรบกันจะกระทบไปในทุกระดับ หลักใหญ่เราเห็นคือ น้ำมันกลายเป็นภาระ และอาจส่งให้อำนาจกลายเป็นอัมพาต
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ กองทัพต้องเดินด้วยท้องปัจจัยสำคัญคือ “อาหาร” ซึ่งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับนำเข้าอาหารของอิหร่านถึง 85% และธัญพืชมากกว่า90% ในประเทศที่มีอุณหภูมิในฤดูร้อนสูงถึง 50 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีแทบเป็นศูนย์ การทำเกษตรกรรมขนาดใหญ่จึงไม่เคยเป็นและไม่เคยใช่ทางเลือกที่เหมาะสม
ในสภาวะปกติ ทุกวันจะมีเรือ 138 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อขนส่งอาหาร สำหรับ คูเวต บาห์เรน กาตาร์ และอิรัก ไม่มีเส้นทางอื่น ถึงแม้ว่ารัฐบาลชาติเหล่านี้ จะกล่าวว่า พวกเขามีเงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอสำหรับหลายเดือน แต่อย่าลืมว่าหลายเดือนนั้นไม่ใช่ตลอดไป หากสงครามนี้กินเวลา4-5 สัปดาห์ตามที่ ทรัมป์ ประกาศ และช่องแคบยังคงปิดอยู่ ความมั่นคงทางอาหารของอ่าวนี้ จะเริ่มสั่นคลอนกว่าราคาน้ำมันเสียอีก
ผู้คนต่างเรียกวิกฤตนี้ว่า “วิกฤตน้ำมัน” แต่เส้นทางเดินเรืออย่างฮอร์มุซนั้น มีอะไรมากกว่าพลังงานมาก.....อาหาร, ยา และสิ่งของจำเป็นพื้นฐานคือ อาทิ เมื่อจุดยุทธศาสตร์สำคัญถูกปิดลง ผลกระทบที่แท้จริงมักจะปรากฏให้เห็น
เราจะรู้สึกได้ที่ปั๊มน้ำมัน เราจะรู้สึกได้ที่ร้านขายของชำ เราจะรู้สึกได้ในบิลค่าไฟฟ้า ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่นิวยอร์ก, มอสโก, โอคลาโฮมา, อาบูดาบี, ลิเวอร์พูล, มุมไบ หรือ วัดไผ่ล้อม เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โลกทั้งใบก็จะแพงขึ้นในชั่วข้ามคืน คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจจนกว่า จะเจอมันบนโต๊ะอาหาร

เช็กเลยที่ไหนบ้าง! การไฟฟ้านครหลวง แจ้งดับไฟ 6 มี.ค.69 'กทม.-นนทบุรี' 5 จุด
ประจักษ์สายตาชาวโลก ซาบีดาเดินหน้าRoadshow ดันชุดไทยพระราชนิยม ผงาดมรดกโลก
แห่ห่วง นักร้องดัง หนึ่ง ETC วูบล้มกระแทกพื้นที่จีน ตรวจพบภาวะแลคติดสูงเฉียบพลัน
กต.สรุปยอดคนไทยในอิหร่าน ขอกลับประเทศ 117 คน - ส่วนบาห์เรน 917 คน
เสธ.เบิร์ด ถอดแผนลับสะท้านโลก ทำไมต้อง 28 ก.พ. ล็อกเป้าสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี