วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
เป็นความตั้งใจดีๆ ของรัฐมนตรี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ที่ต้องการกระตุ้นการขาย “ทุเรียน” ที่กำลังเริ่มต้นมีผลผลิตออกสู่ตลาด โดยใช้ “การตลาดสีสัน” จุดพลุเรียกความสนใจ ซึ่งแน่นอน ย่อมได้ทั้งแสง สี เสียง ดอกไม้ และก้อนอิฐ โยนกลับเข้าไป
1) รัฐมนตรี “ศุภจี” เปิดตัวสวยงาม ด้วยการยืนไลฟ์ร่วมกับอินฟลูฯ ชาวจีน จนทำยอดขายได้ถึง 15 ล้านบาท ซึ่งผมได้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ ไว้ในเพจ “ปู จิตกร บุษบา” ว่า
“รัฐมนตรีร่วมไลฟ์ขายทุเรียนกับอินฟลูฯจีน เป็นเรื่องดีไหม”
ดีสิ...
• จีนชอบทุเรียนมาก นั่นคือตลาดใหญ่มากๆ
• หลายปีที่ผ่านมา ตลาดทุเรียนในจีนมีการแข่งขันกันมาก ไทยก็เจอปัญหาหลายอย่าง นอกเหนือจากการถูกแย่งตลาด ถูกกีดกัน ฯลฯ ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพทุเรียนด้วย
• ตอนนี้ เข้าสู่ฤดูกาลทุเรียนแล้ว รัฐมนตรีจุดพลุให้ลูกค้ารู้ ใช้อินฟลูฯ ของเขาเป็นคนขาย รัฐมนตรียืนสร้างความเชื่อมั่น ฉันว่าเริ่ดนะ
• ใดๆ ก็ดี ตรวจล้งให้หมด ให้เป็นล้งไทย แล้วคุมคุณภาพการส่งออกให้ดีๆ ต้องไม่มีล้งสวมรอย กดราคาชาวสวน และส่งทุเรียนคุณภาพไม่ถึงออกไปให้ไทยเสียชื่อ แล้วทุเรียนไทยจะไม่ถดถอย
2) “ข่าวสดออนไลน์” รายงานว่า เพจ พุทธรักษา ฟาร์ม โพสต์ข้อความว่า“โอ๊ย! ทุเรียนลูกละร้อย ทำไมไม่มาช่วยมะม่วงลังละร้อยบ้างคะ ลังละ 25 กิโลกรัม ได้มากกว่าทุเรียนอีก ทุเรียนไม่ต้องไปช่วยเขาขาย เขาก็ขายของเขาได้
ชาวไร่ ชาวสวน เขาขายของเขาได้ ถ้าเขาจะขายลูกละ 100 บาท ไม่ต้องไปให้รัฐมนตรีขายแทนหรอก
นี่มะม่วงนี่ มาแหกตาดู 25 กิโลกรัม ขายลังละ 100 บาท ทำไมไม่มาช่วยมะม่วงบ้าง แหมทุเรียนไม่ต้องช่วยหรอก ถ้าชาวไร่เขาเต็มใจเขาขายเองได้ กูจะบอกให้”
3) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอพระขอบคุณสำหรับความครีเอทีฟและลงมือวิธีการนอกกรอบ แนวคิดผู้บริหารเอกชน จิตวิญญาณการค้าน่าชื่นชมค่ะ
แต่อ้อกลัวว่า ต้องมาไลฟ์วนไปทุกสินค้า เดี๋ยวจะไม่มีเวลาให้กับยุทธศาสตร์ประเทศ
::: เริ่มที่ ทุเรียน
สงสัยว่า ทุเรียนไทย ที่ถือว่ามีศักยภาพด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว (ทั้งชื่อเสียง คุณภาพและ GI) พาตัวเองมาถึงจุดๆนี้ได้อย่างไร
ข่าวจากปีที่แล้วและต้นปีนี้ เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนได้ถึง 3,440 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ก้าวกระโดดมาจ่อต้นคอทุเรียนไทยที่ส่งออกจีน 4,000 ล้านดอลลาร์ เวียดนามใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5 ปีเท่านั้นจากที่ได้รับอนุญาตส่งออกไปจีนอย่างเป็นทางการ (จากส่วนแบ่งมูลค่าตลาด 0% มาเป็น 40+% และปริมาณก็แซงไทยไปแล้ว)
เวียดนามเริ่มมีความได้เปรียบอย่างก้าวกระโดดจาก ระยะทางการขนส่ง ต้นทุนโลจิสติกส์ การขนส่งควบคุมอุณหภูมิ มีทุเรียนนอกฤดูกาล สายพันธุ์ที่ออกได้ทั้งปี
แต่ถ้าเราแข่งมุ่งแต่ส่งจีนซึ่งปัจจุบันสูงถึง 97% พอๆกับเวียดนาม เราน่าจะถึงจุดตันและเจอความเสี่ยงจากการไม่ diversify market ในขณะที่ตลาด "พรีเมียม" ที่ญี่ปุ่น ฮ่องกง (ที่เวียดนามไปเปิดตลาดพรีเมียมไว้แล้ว) เกาหลี ตะวันออกกลาง และยุโรป ยังเป็นโอกาส
::: สินค้าการเกษตร ไปต่อยังไง ถ้าไม่ตั้งหลักปรับโครงสร้างและนโยบาย
ตอนหาเสียง จัดเก้าอี้รองนายก รัฐมนตรี ที่จะให้รองนายกพี่แต๋มดูทั้งซัพพลายเชน จากผลิตไปจนขาย อัอเห็นด้วยมากเลยค่ะ แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ นี่มัน "พรสวรรค์ทิพย์" ของท่านนายกในการมอบหมายงานนิ
มาดูกรณีศึกษาคลาสสิกของประเทศที่ส่งออกผลผลิตเกษตรได้ดี ทั้งๆที่ในเชิงทรัพยากรธรรมชาติมีข้อจำกัดกว่าเราเยอะ
เนเธอร์แลนด์ - ทำน้อยแต่ได้มากด้วยเทคโนโลยี precision farming ใช้ทั้งโดรน ตรวจวัดข้อมูลดิน ยกระดับเกษตรกร ระบบโลจิสติกส์คุณภาพสูง มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่าไทยถึง 7 เท่า แต่ส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่ามากกว่าไทยถึง 4 เท่า เป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากอเมริกา
นิวซีแลนด์ - แก้ปัญหาต้นทุนแพงด้วยการดันตัวเองและยกระดับเกษตรกรและสินค้าไปอยู่ในตลาด premium เน้นคุณภาพสูง สร้างแบรนด์ชัดเจน เช่นผลไม้กีวี ที่จริงๆมีชื่อว่า Chinese Gooseberry ยังทำให้เราเชื่อเลยว่าเป็นผลไม้ท้องถิ่นของนิวซีแลนด์ ขายเป็นลูก ไม่ขายเป็นโล
::: บทบาทรัฐ คือ วางยุทธศาสตร์เพื่อการเติบโตและยั่งยืนเรามาเน้นสร้างกระแสในการอัพเกรดห่วงโซ่อุปทานและเรื่องที่สำคัญกันค่ะ
1. อินฟราทั้งประเทศ ช่วยให้จัดการแม่นยำลดต้นทุน
- Market signal prediction ใช้ข้อมูลตลาดและเทรนด์การบริโภคมาใช้สนับสนุนการผลิต
- R&D พัฒนาสายพันธุ์
- Crop diversification ช่วยวางแผนกระจายความเสี่ยง สนับสนุนเครื่องมือ
- Precision tech
- จัดการความเสี่ยงป้องกันภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำแล้ง
- ส่งเสริฒปุ๋ยคุณภาพดี ราคาต่ำ
เรื่องใหญ่เรื่องยาก ไม่ค่อยมีใครแตะ แต่ถ้าปล่อยไปเรื่อยเกษตรกรก็แบกรับต้นทุนที่สูง แข่งกับใครได้ยาก
2. อุตสาหกรรมกลางน้ำ แปรรูป และการกระจายสินค้า
- เทคโนโลยีแปรรูปในระดับชุมชน
- ระบบ cold chain, ลดต้นทุนโลจิสติกส์
- เปลี่ยนจากส่งออก "อาหาร หรือ วัตถุดิบ" มาเป็น ส่งออก "สารอาหาร"
- เปลี่ยนจากการส่งออกยางพาราเป็น medical grade rubber
- เปลี่ยนจากส่งออกปาล์มเป็น special oil
3. แบรนด์และการตลาดถูกใจ เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่
- พรีเมียมแบรนด์
- digital platform เชื่อมเกษตรกรตรงกับผู้ซื้อ
- ลดขั้นตอนในห่วงโซ่อุปทานที่ไม่เพิ่มมูลค่า, ...
- อื่นๆอีกมากมาย
เชิญ รมว. เกษตรและสหกรณ์ (ซึ่งควรอัพเกรด กระทรวงเกษตรและอาหาร ได้แล้ว) อว. ดีอี คมนาคม มาตั้งเป้ากันใหม่ค่ะ ไลฟ์สดขายได้ไม่กี่ชั่วโมง นโยบายและยุทธศาสตร์ที่ดี ช่วยให้ขายได้ขายดี เปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้เป็นช่วงอายุคนเลยค่ะ
สรุป : คีย์เวิร์ดสำคัญที่สังคม “จับต้อง” คือ ทุเรียนลูกละ 100 อันนี้คือการสื่อสารของ “พิมรี่พาย” แต่กลายเป็นบาปของ “ศุภจี”ถูกต้องที่ พุทธรักษา ฟาร์ม กล่าวว่า ถ้าขายลูกละ 100 ชาวสวนเขาขายเองได้ ไม่ต้องไปช่วยเขาขาย เพราะในความเป็นจริง “ทุเรียน” เป็นของที่ราคา “สูง” กว่านั้น
ปัญหาเกิดจากรัฐมนตรีศุภจีไม่ได้รักษาระยะห่างระหว่างตัวเอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายนโยบายและความน่าเชื่อถือ กับ “พิมรี่พาย” ซึ่งเป็นแม่ค้าออนไลน์ที่เน้นความหวือหวา ยามร่วมเฟรมกันในคลิปโปรโมต คนจึงโกรธและสับสน โดยเฉพาะเมื่อพิมรี่พายใช้คำว่า “ครีมมี่ พรีเมี่ยม” แต่กระทรวงพาณิชย์ออกมาชี้แจงว่า ลูกละร้อย เป็นทุเรียนเกรดรอง !!
จิตกร บุษบา

หายนะซ้ำซ้อน 3 สายการบินยักษ์ใหญ่อินเดีย เตือน อุตสาหกรรมการบินใกล้วิกฤต
แม่ค้านราธิวาสตื้นตัน พิมรี่พายเปิดทางทุเรียนกวน ของดีจากใต้ กระหึ่มโซเชียล
เอ๊ะยังไง? กัปตันช้าง ลงสตอรี่สุดหวาน รับประทานอาหารค่ำกับ ลำไย ไหทองคำ
ทรัมป์ ทิ้งบอมบ์กลางโซเชียล แฉ อิหร่าน อยู่ในภาวะล่มสลาย อ้อนขอให้เปิดฮอร์มุซ
ทบ. ลุยพื้นที่กันทรลักษ์ ติดตาม กองทุนหทัยทิพย์ สร้างหลุมหลบภัยชายแดน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี