วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
งามไส้เลยสำหรับประเทศนี้“ไทยแลนด์แดนสยาม” นักการเมืองก็โกง ข้าราชการก็โกง มิหนำซ้ำนักการเมืองรุ่นใหม่อย่างพรรคส้มที่น่าจะเป็นความหวังของบ้านเมืองได้ ก็เน่าสนิทอีก มี“สส.สีเทา”อยู่เต็มพรรค
เรื่องนักการเมืองโกงกินและข้าราชการโกงกินนั้น มีมาทุกยุคทุกสมัย ถ้าไม่มีนั่นแหละถือว่าแปลกสำหรับประเทศไทยที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ โดยมีศีลห้าเป็นที่ตั้งและเป็นหลักยึดเหนี่ยว แต่ปรากฏว่า ประเทศไทยติดอันดับการโกงอันดับที่ 116 ของโลก จากทั้งหมด 182 ประเทศทั่วโลก
สถิติดังกล่าวเป็นสถิติล่าสุดเมื่อปี 2568 จากการเปิดเผยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย“Transparency International” (TI) หรือ “องค์กรเพื่อการโปร่งใสนานาชาติ” อันเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระดับโลกที่ไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในระดับสากล ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2536 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ในหัวข้อ“ดัชนีการรับรู้การทุจริต 182 ประเทศทั่วโลก”
ทั้งนี้ จากคะแนนเต็ม 100 ไทยได้ 33 คะแนนเท่านั้น ถือว่าไทยสอบตก เนื่องจากได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่มีเกณฑ์อยู่ที่ 42 คะแนน ซึ่งถ้าหากเป็นนักเรียนเมื่อสอบไม่ผ่านก็ต้องเรียนซ้ำชั้น และที่น่าขายขี้หน้า ก็คือ จากนักเรียนทั้งหมด 182 คน ไทยสอบได้ลำดับที่ 116 แล้วก็เป็นนักเรียนที่สอบตกซ้ำซากมาอย่างนี้ทุกปี
สถิติที่“องค์กรเพื่อการโปร่งใสนานาชาติ”นำมาเปิดเผยจากการแถลงเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงต้นปีนี้นั้น ระบุว่าดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของประเทศไทยในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 มีตัวเลขลดลง 1 คะแนน และเมื่อเทียบกับทุกประเทศ พบว่าประเทศไทยมีลำดับลดลงถึง 9 อันดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเมื่อเทียบกับทุกประเทศถือว่าวิกฤตหนักกว่าเดิม
สำหรับดัชนีองค์ประกอบที่“องค์กรเพื่อการโปร่งใสนานาชาติ”นำมาใช้คำนวณนั้น ยังพบด้วยว่า คะแนนส่วนใหญ่ที่ลดลง อยู่ในกลุ่มดัชนีที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของนักลงทุนและผู้ประกอบการในภาคเอกชน โดยเฉพาะในมิติของการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Yearbook) ที่ลดลง 10 คะแนนจากปีก่อนหน้า
และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน 11 ประเทศ ก็ยิ่งขายขี้หน้าเข้าไปใหญ่ คือ ประเทศไทยที่ได้ 33 คะแนนเต็ม 100 นั้น อยู่อันดับร 8 เกือบรั้งท้ายของกลุ่มประเทศอาเซียน พูดได้ว่าเป็นชาติในอาเซียนที่“โกงโคตร-โคตรโกง” แพ้แค่ 3 ประเทศเท่านั้น คือ ฟิลิปปินส์ ที่ได้ 32 คะแนนอยู่อันดับที่ 9, เขมรได้ 20 คะแนน อยู่อันดับที่ 10 และเมียนมา 16 คะแนน อยู่อันดับที่ 11
เมื่อตามไปดูต่อ ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ถือว่าสุจริตและโปร่งใสกว่าประเทศไทย 7 ประเทศ โดยมี“คนดี”มากกว่าคนไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศีลห้าแต่กลับขี้โกงนั้น มีดังนี้ สิงคโปร์ ได้ 84 คะแนนเต็ม 100 อยู่อันดับ 1 ของอาเซียน, บรูไน 63 คะแนน อยู่อันดับ 2, มาเลเซีย 52 คะแนน อยู่อันดับ 3, ติมอร์เลสเต 44 คะแนน อยู่อันดับ 4, เวียดนาม 41 คะแนน อยู่อันดับ 5, อินโดนีเซีย 34 คแนน อยู่อันดับ 6 และลาว 34 คะแนน ซึ่งเป็นบ้านพี่เมืองน้องของไทย มี“คนดี”มากกว่าบ้านเรา อยู่อันดับ 7
ส่วนประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่ใสสะอาดกว่าบ้านเรา ยกมาพอให้เห็นดังนี้ ภูฏาน (71 คะแนน), ญี่ปุ่น (71 คะแนน), เกาหลีใต้ (63 คะแนน), กาตาร์ (58 คะแนน), ซาอุดิอารเบีย (57 คะแนน), โอมาน (52 คะแนน), จอร์แดน (50 คะแนน), คูเวต (46 คะแนน), จีน (43 คะแนน), อินเดีย (39 คะแนน), คาซัคสถาน (38 คะแนน), ศรีลังกา (35 คะแนน), เนปาล (34 คะแนน), มองโกเลีย (31 คะแนน), อุซเบกิสถาน (31 คะแนน), อิรัก (28 คะแนน), อิหร่าน (23 คะแนน) และเกาหลีเหนือ (15 คะแนน)
โดยภาพรวมทั้งโลก 182 ประเทศ พบว่า 7 ประเทศที่ได้รับคะแนนเกิน 80 จาก 100 คะแนนเต็ม ประกอบด้วย เดนมาร์ก สุจริตโปร่งใสเป็นอันดับ 1 (89 คะแนน), ฟินแลนด์ อันดับ 2 (88 คะแนน), สิงคโปร์อันดับ 3 (84 คะแนน), นิวซีแลนด์ กับนอร์เวย์ อันดับ 4 เท่ากัน (81 คะแนน) และสวีเดน กับสวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 5 เท่ากัน (80 คะแนน)
สรุปก็คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใน 182 ประเทศจากผลการศึกษาในปี 2568 ของ“องค์กรเพื่อการโปร่งใสนานาชาติ”พบว่า การทุจริตกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก แม้แต่ประเทศประชาธิปไตยที่มั่นคงก็ยังประสบปัญหาการทุจริตที่เพิ่มสูงขึ้น จะเห็นได้จากจำนวนประเทศที่มีคะแนนสูงกว่า 80 ลดลงจาก 12 ประเทศเมื่อสิบปีก่อน เหลือเพียงแค่ 7 ประเทศในปี 2568
นอกเหนือจากนั้น ดัชนีการรับรู้การทุจริตในปี 2568 ยังแสดงให้เห็นอีกว่า การทุจริตยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในทุกส่วนของโลก โดย“องค์กรเพื่อการโปร่งใสนานาชาติ” หรือ“TI” ชี้ว่า ผู้นำในแต่ละประเทศต้องดำเนินการเพื่อจัดการกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น การเพิ่มกลไกตรวจสอบ และถ่วงดุลทางประชาธิปไตย พร้อมทั้งยังระบุว่า การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในหลายส่วนของโลก แสดงให้เห็นว่าประชาชนเบื่อหน่ายกับปัญหาดังกล่าว และกำลังเรียกร้องการปฏิรูป
ทั้งหลายทั้งปวงที่ยกมานั้น ก็เพื่อต้องการสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง“การรทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น”ที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม รวมทั้งปัญหา“นักการเมืองสีเทา”ในพรรคสีส้ม ที่เวลานี้ สส.ระดับแถวหน้า คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ “TARAD.com”และผู้ก่อตั้งธุรกิจด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง ก่อนก้าวเข้าสู่การเมือง และยังเป็น “รัฐมนตรีดีอี (เงา)”ของพรรคประชาชน กำลังถูก“ดีเอสไอ”จับขึ้นเขียงในคดีเส้นทางเงินพัวพัน“บริษัทฟอเร็กซ์” นั้น ล้วนเกิดจาก“สันดานขี้โกง”โดยแท้
สำคัญที่สุด ชาวบ้านคนธรรมดาทั่วไปโกงยังพอเข้าใจได้ แต่นักการเมืองและข้าราชการประจำโกงซ้ำซากทั้งปีทั้งชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกไม่นาน“ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของประเทศไทย”ก็คงตกลงไปอยู่ลำดับที่ 182 ของโลกแน่นอน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ศูนย์ราชการ มท. ริมเจ้าพระยา ส่อสะดุด เหตุผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง
ก.พ.ออกแถลงการณ์ การันตี สอบ ภาค ก. ที่ มศว. ขอให้เชื่อมั่น โปร่งใส 100%
ไข่เจียวปูที่จริงใจ สาวเปิดกล่องมาถึงกับอึ้ง โซเชียลแซวกรอบนอกนุ่มใน
ทรัมป์ สั่งสอบสายฟ้าฟาด ลากไส้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่ลดตามตลาดโลก
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ลง 80 สตางค์/ลิตร เซล คงเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี