วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( ส.ส.) จำนวนเพียงพอแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพลักษณ์ความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมายังคงถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งในแง่วิธีการจัดการและการรณรงค์หาเสียงในระดับท้องถิ่นที่มีกระแสข่าวการใช้เงินสะพัดไปทั่วทุกตารางนิ้วสะท้อนความจริงที่ว่าการเลือกตั้งในไทยไม่ว่ายุคไหนจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ทั้งจากงบประมาณของพรรคและทุนส่วนตัวของผู้สมัครเอง ซึ่งแรงกดดันในการแสวงหาเงินทุนจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นนี้เองที่กลายเป็นช่องว่างให้ “ทุนเทา” เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้ทันต่อความต้องการทางการเมือง มักไม่ใช่ธุรกิจที่ดำเนินไปตามกรอบของกฎหมายปกติ
หนึ่งในแหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงวงจรทุนเทาเหล่านี้มาอย่างยาวนานคือการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าต้นทุนต่ำและซื้อง่ายขายคล่องอย่าง “บุหรี่เถื่อน” แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็นกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต จะประกาศความสำเร็จในการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ปริมาณบุหรี่หนีภาษีกลับยังคงทะลักเข้าสู่ประเทศไทยไม่หยุด และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2565 ที่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ ภายใต้โครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ทั้งที่ก่อนหน้านี้อัตราการบริโภคบุหรี่เถื่อนยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การปรับอัตราภาษีในรอบนี้กลับส่งผลให้อัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายพุ่งทยานจากหลักสิบสู่จุดสูงสุดที่ 28% ในต้นปี 2568 และทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตตกจากระดับ 6 หมื่นล้าน เหลือเพียง 4.7 หมื่นล้านเท่านั้นในปีเดียวกัน
ในยุคที่รัฐบาลพยายามรีดเฟ้นทุกบาททุกสตางค์จากรายได้ภาษีเพื่อนำมาเสริมเงินคงคลัง เพราะประเทศไทยขาดดุลงบประมาณไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว กลับต้องมาเสียเงินปีละหลายหมื่นล้านให้กับขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมาย ที่เติบโตจนปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดของบุหรี่ผิดกฎหมายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้และเขตกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 25-30% ของตลาดรวม นี่คือการสูญเสียรายได้ในระดับที่สามารถนำไปสร้างโรงพยาบาล หรือทำคนละครึ่งพลัสได้มหาศาล เงินที่ควรจะถูกนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคหรือสวัสดิการให้แก่ประชาชน กลายเป็นกำไรเข้ากระเป๋านายทุนนอกกฎหมายแทน
สถานการณ์การปราบปรามขณะนี้เปรียบเสมือนเกม “แมวไล่จับหนู” ที่ไร้จุดจบ เน้นการจับกุมรายวัน ขณะที่นายทุนใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังยังคงลอยนวลและใช้ศักยภาพทางการเงินที่มีล้นเหลือในการสรรหาวิธีค้าขายบุหรี่เถื่อนแบบใหม่ ๆ ที่เปิดกว้างในยุคดิจิทัล ตราบใดที่ระบบการเมืองและเครือข่ายอิทธิพลยังมีความต้องการใช้เงินมหาศาล สินค้าเถื่อนเหล่านี้ก็จะยังคงมีช่องทางไหลเวียนอยู่ในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรัฐบาลแล้วหากยังทำแบบเดิม ก็ย่อมได้ผลลัพธ์แบบเดิม โจทย์ใหญ่ที่สังคมจะตั้งคำถามตามมาคือ “บุหรี่เถื่อนเหล่านี้คือท่อน้ำเลี้ยงของผู้มีอิทธิพลหรือไม่?” การพิสูจน์ความจริงใจของหน่วยงานรัฐไม่ได้อยู่ที่จำนวนคดีที่จับได้ แต่อยู่ที่ว่าวันนี้ “ตัวการใหญ่” ถูกกวาดล้างแล้วหรือยัง หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องเร่งเจรจากับประเทศต้นทางเพื่อตัดช่องทางการลำเลียงก่อนเข้าสู่ประเทศไทย และต้องจัดการกับช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook และระบบขนส่งพัสดุอย่างเข้มงวด พร้อมเอาจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผลโยชน์ โดยเริ่มที่สงขลา พัทลุง สตูล เมืองหลวงแห่งบุหรี่เถื่อนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการตัดวงจรตั้งแต่ต้นทางเท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งท่อน้ำเลี้ยงสีเทานี้ได้

'ตะวันทอแสง'รับไม้ต่อเสิร์ฟความสนุกช่วง 'ละครดังที่คิดถึง'
เที่ยววิถีบ้านกุดเรือคำสัมผัสวัฒนธรรมที่โขงเจียม
จ๊ะ นงผณี เคลียร์ชัด ดรามางานศพพ่อ ใส่ลายดอก-ขาสั้นมาได้ ขอแค่มาด้วยใจก็พอ
เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล
'แคน2แผ่นดิน'คืนจอ ระเบิดความมันอีกครั้ง ช่วง'ละครรีรันบ่าย'

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี