วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร( ส.ส.) จำนวนเพียงพอแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพลักษณ์ความโปร่งใสของการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมายังคงถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ทั้งในแง่วิธีการจัดการและการรณรงค์หาเสียงในระดับท้องถิ่นที่มีกระแสข่าวการใช้เงินสะพัดไปทั่วทุกตารางนิ้วสะท้อนความจริงที่ว่าการเลือกตั้งในไทยไม่ว่ายุคไหนจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ทั้งจากงบประมาณของพรรคและทุนส่วนตัวของผู้สมัครเอง ซึ่งแรงกดดันในการแสวงหาเงินทุนจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นนี้เองที่กลายเป็นช่องว่างให้ “ทุนเทา” เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลให้ทันต่อความต้องการทางการเมือง มักไม่ใช่ธุรกิจที่ดำเนินไปตามกรอบของกฎหมายปกติ
หนึ่งในแหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงวงจรทุนเทาเหล่านี้มาอย่างยาวนานคือการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าต้นทุนต่ำและซื้อง่ายขายคล่องอย่าง “บุหรี่เถื่อน” แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐไม่ว่าจะเป็นกรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต จะประกาศความสำเร็จในการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ปริมาณบุหรี่หนีภาษีกลับยังคงทะลักเข้าสู่ประเทศไทยไม่หยุด และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี 2565 ที่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีบุหรี่ ภายใต้โครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตราที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ทั้งที่ก่อนหน้านี้อัตราการบริโภคบุหรี่เถื่อนยังไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่การปรับอัตราภาษีในรอบนี้กลับส่งผลให้อัตราการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายพุ่งทยานจากหลักสิบสู่จุดสูงสุดที่ 28% ในต้นปี 2568 และทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตตกจากระดับ 6 หมื่นล้าน เหลือเพียง 4.7 ล้านเท่านั้นในปีเดียวกัน
ในยุคที่รัฐบาลพยายามรีดเฟ้นทุกบาททุกสตางค์จากรายได้ภาษีเพื่อนำมาเสริมเงินคงคลัง เพราะประเทศไทยขาดดุลงบประมาณไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว กลับต้องมาเสียเงินปีละหลายหมื่นล้านให้กับขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมาย ที่เติบโตจนปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดของบุหรี่ผิดกฎหมายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้และเขตกรุงเทพฯ พุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 25-30% ของตลาดรวม นี่คือการสูญเสียรายได้ในระดับที่สามารถนำไปสร้างโรงพยาบาล หรือทำคนละครึ่งพลัสได้มหาศาล เงินที่ควรจะถูกนำไปพัฒนาสาธารณูปโภคหรือสวัสดิการให้แก่ประชาชน กลายเป็นกำไรเข้ากระเป๋านายทุนนอกกฎหมายแทน
สถานการณ์การปราบปรามขณะนี้เปรียบเสมือนเกม “แมวไล่จับหนู” ที่ไร้จุดจบ เน้นการจับกุมรายวัน ขณะที่นายทุนใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังยังคงลอยนวลและใช้ศักยภาพทางการเงินที่มีล้นเหลือในการสรรหาวิธีค้าขายบุหรี่เถื่อนแบบใหม่ ๆ ที่เปิดกว้างในยุคดิจิทัล ตราบใดที่ระบบการเมืองและเครือข่ายอิทธิพลยังมีความต้องการใช้เงินมหาศาล สินค้าเถื่อนเหล่านี้ก็จะยังคงมีช่องทางไหลเวียนอยู่ในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรัฐบาลแล้วหากยังทำแบบเดิม ก็ย่อมได้ผลลัพธ์แบบเดิม โจทย์ใหญ่ที่สังคมจะตั้งคำถามตามมาคือ “บุหรี่เถื่อนเหล่านี้คือท่อน้ำเลี้ยงของผู้มีอิทธิพลหรือไม่?” การพิสูจน์ความจริงใจของหน่วยงานรัฐไม่ได้อยู่ที่จำนวนคดีที่จับได้ แต่อยู่ที่ว่าวันนี้ “ตัวการใหญ่” ถูกกวาดล้างแล้วหรือยัง หน้าที่ของรัฐบาลคือต้องเร่งเจรจากับประเทศต้นทางเพื่อตัดช่องทางการลำเลียงก่อนเข้าสู่ประเทศไทย และต้องจัดการกับช่องทางออนไลน์อย่าง Facebook และระบบขนส่งพัสดุอย่างเข้มงวด พร้อมเอาจริงกับเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผลโยชน์ โดยเริ่มที่สงขลา พัทลุง สตูล เมืองหลวงแห่งบุหรี่เถื่อนก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการตัดวงจรตั้งแต่ต้นทางเท่านั้นที่จะสามารถหยุดยั้งท่อน้ำเลี้ยงสีเทานี้ได้

เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี