วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
สังคมได้ติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้วยความกังวลใจโดยเฉพาะโครงการ “แลนด์บริดจ์” มูลค่า 1 ล้านล้านบาท กำลังกลายเป็นประเด็นที่สร้างคำถามสำคัญถึงทิศทางและอนาคตของประเทศไทย
การดำเนินโครงการที่มีขนาดใหญ่และส่งผลกระทบในวงกว้างระดับนี้ รัฐบาลจะอ้างเพียงตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจที่ชวนเชื่อและสุ่มเสี่ยงไม่ได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่าที่จับต้องได้จริง
รัฐบาลจะต้องให้ประชาชนมั่นใจ มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการตัดสินใจ นำพาประเทศที่สุ่มเสี่ยงต่ออนาคตของชาติอย่างที่สุด โดยคำถาม “10 คำถาม เดิมพันอนาคต”ที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ก่อนที่จะตัดสินใจผลักดันโครงการที่อาจกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลัง :
1. สิทธิสภาพนอกอาณาเขตหรือการพัฒนา?
การเสนอสัมปทานระยะยาว 99 ปีให้กับเอกชนต่างชาติตัดขวางด้ามขวานทองของไทย จากชุมพรถึงระนองยาวประมาณ100 กิโลเมตรกว้างประมาณ 1 กิโลเมตร ควบคู่กับการออกกฎหมายพิเศษเพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายปกติ เช่นกฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ในพื้นที่โครงการ
รัฐบาลจะรับประกันอย่างไรว่าจะไม่เป็นการมอบอำนาจอธิปไตย ให้กับเอกชนต่างชาติจนเสมือนการสร้าง “รัฐอิสระ” หรือการให้สิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่ประเทศไทยต้องสูญเสียอำนาจการกำกับดูแลภายในพื้นที่นั้นไปโดยสิ้นเชิง ด้วยวาทกรรม“เขตเศรษฐกิจพิเศษ”
2. การแบ่งแยกประเทศด้วย “เขตเศรษฐกิจพิเศษ”
รัฐบาลมีแผนแม่บทอย่างไรในการบริหารจัดการพื้นที่ประเทศไทย ที่ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยถูกแบ่งแยกคั่นกลางด้วย “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เนื้อที่ถึงโดยประมาณ100 ตารางกิโลเมตร ที่สัปทานให้เอกชนต่างชาติยึดครอง 99 ปี?โดยมีถนน 6-8 เลน ทางรถไฟคู่ขนาน ท่อส่งน้ำมัน และท่อส่งแก๊สซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอยู่ห่างกันพอสมควรเพื่อการอุบัติเหตุ
เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าโครงสร้างพื้นฐาน วิถีชีวิตของชุมชนเดิมจะไม่ถูกตัดขาด และประชาชนในพื้นที่รอบข้างจะไม่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากกฎหมายคนละฉบับภายในแผ่นดินไทย?
3. ความคุ้มค่าในเชิงต้นทุน : คณิตศาสตร์ที่ไม่มีคำตอบ?
การขนถ่ายสินค้า 2 ครั้ง (ทั้งขึ้นและลง) แทนที่จะขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกาโดยตรง เป็นสมการที่นักโลจิสติกส์กังขา รัฐบาลมีผลศึกษาที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่ยืนยันว่า “เวลาที่ประหยัดได้ 3-4 วัน” จะคุ้มค่ากับ “ต้นทุนการขนถ่ายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล” และต้นทุนความเสียหายของสินค้า?
เรือเดินสมุทรขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มากจะเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ในเวลาที่สอดคล้องเหมาะสม เรือเดินสมุทรเมื่อส่งสินค้าแล้วจะรับสินค้าที่ไหนกลับไปหรือจะวิ่งเรือเปล่าซึ่งต้นทุนจะสูงลิ่ว ต้นทุนการประกันภัยสินค้าจะมากขึ้นอย่างไร เพราะมีการขนถ่ายสินค้าขึ้นและลงอีกสองครั้ง
หากจะเป็นโกดังที่กักเก็บสินค้าเพื่อให้เรือเดินสมุทร สามารถนำสินค้าบรรทุกกลับ ก็จะทำให้เกิดการขนขึ้นขนลงมากกว่าสองเที่ยว และการขนถ่ายสินค้าก็ไม่ได้ประหยัดเวลามากกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา
4. ใครคือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ใครต้องสูญเสีย?(เกษตรกร-ชาวประมง-สิ่งแวดล้อม)

รัฐบาลมีแผนเยียวยาและคุ้มครองวิถีชีวิตของเกษตรกรและชาวประมงที่ต้องสูญเสียที่ดินทำกินและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร? จะเอางบประมาณที่ไหนมาจ่าย ใครเป็นคนจ่าย ?
การทำลายระบบนิเวศป่าชายเลนและแนวปะการังที่สั่งสมมานับร้อยปี เป็นต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลประเมินค่าไว้ที่เท่าไหร่ และมีมาตรการใดมารองรับการสูญเสียนี้ที่ไม่มีวันฟื้นตัวกลับมาได้?
5. ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ใครต้องรับภาระ?
เมื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งขนาดใหญ่ย่อมมีปัญหาเรื่องการโจรกรรมสินค้า อีกทั้งเมื่อมีระบบดิจิตอล ย่อมเกิดการโจมตีทางไซเบอร์
การจ้างงานที่มีคนงานหลายหมื่นคน การค้ามนุษย์ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานต่างชาติกับคนไทยพื้นถิ่น นับเป็นต้นทุนที่คนไทยในพื้นที่และทั่วประเทศจะต้องเป็นผู้รับภาระ
6. ต้นทุนที่แท้จริง : ใครแบกภาระ?
แม้จะอ้างเป็นการลงทุนจากเอกชน แต่ต้นทุนการเวนคืนที่ดิน การสร้างสาธารณูปโภคสนับสนุน ทางไฟฟ้า น้ำประปา โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ใครเป็นคนจ่าย
และความเสี่ยงหากโครงการล้มเหลว (Contingent Liabilities) รัฐบาลได้คำนวณภาระหนี้สาธารณะที่ประชาชนคนไทยในอนาคต(ลูกหลาน) ต้องร่วมรับผิดชอบไว้อย่างไร หากสุดท้ายแล้วเอกชนต่างชาติผู้ได้รับสัมปทานทิ้งงาน หรือผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้า?
7. กับดักความมั่นคง : หมากกระดานมหาอำนาจ
หากแลนด์บริดจ์ ประสบความสำเร็จในการขนส่งสินค้าที่สำคัญ กลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์โลก รัฐบาลมีกลยุทธ์อย่างไรในการรับมือกับแรงกดดันจากมหาอำนาจ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตน?
จะให้จีนหรือตะวันตกได้รับสัมปทาน 99 ปี อีกฝ่ายหนึ่งย่อมเกิดความระแวงไม่ไว้ใจ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไทยจะไม่ตกอยู่ในสถานะที่สูญเสียความเป็นกลาง และต้องแบกรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงเหมือนช่องแคบฮอร์มุซ? ไทยจะต้องสูญเสียต้นทุน และความยุ่งยากสุ่มเสี่ยงในการทูตระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าไร?
หากคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องการที่จะปกครองตนเองในรูปแบบพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในวิถีชีวิตของเขาบ้างจะได้หรือไม่?
8. ธรรมาภิบาล : การป้องกันการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย
ในโครงการระดับล้านล้านบาท รัฐบาลมีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและเข้าถึงได้โดยภาคประชาสังคม องค์กรวิชาการ อย่างไร เพื่อเป็นองค์กรตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ 99 ปี ?
เพื่อให้มั่นใจว่าการสัมปทาน 99 ปี จะไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนเพียงไม่กี่ราย ผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย การล็อกสเปก ล็อกทีโออาร์ การเกร็งกำไรการเวนคืนที่ดิน และข้อมูลวงในที่สร้างความร่ำรวยบนความสูญเสียของแผ่นดิน
9. รัฐบาลต้องไม่ยึดหลักเพียงว่าจะไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะได้ตัดสินใจจะดำเนินการให้สัมปทานกับต่างชาติไปแล้ว
แต่จะต้องเปิดเผยข้อมูล ถึงผลการศึกษาความเป็นไปได้ความคุ้มค่า ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ เปิดเผยผู้เข้าร่วมประมูลและต้องการสิทธิพิเศษรับสัมปทานพร้อมกับข้อเสนอประโยชน์ตอบแทน ต่อสาธารณะ
เปิดการรับฟังความเห็นอย่างแท้จริงในรูปแบบประชาพิจารณ์โดยไม่ขนคนที่เห็นด้วยเข้ามารับฟัง และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่ขนคนเข้ามาแสดงความเห็น
ประชาพิจารณ์ต้องไม่นับจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นว่าฝ่ายไหนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมากกว่ากันเพราะนั่นคือการทำประชามติ แต่ประชาพิจารณ์ จะเป็นการรับฟังประเด็นทั้งบวกและลบให้รอบคอบจากทุกองค์กร สถาบัน ตัวแทนชุมชน โดยมีคณะกรรมการอิสระเข้ารับฟังประเด็นเพื่อนำกลับไปศึกษาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
แผนการของรัฐบาลที่วางไว้ จะให้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในปีนี้ และจะดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว จึงเป็นแผนการที่ยอมรับไม่ได้
10. รัฐบาลอนุทินที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำไม่เคยแจ้งนโยบายต่อประชาชนในเรื่องนี้
ไม่เคยแสดงแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งถึงนโยบายในครั้งหาเสียงการเลือกตั้ง รัฐบาลอนุทินไม่เคยแถลงนโยบายเรื่องนี้กับรัฐสภาซึ่งถือเป็นตัวแทนของประชาชนว่าจะมีโครงการแลนด์บริดจ์ แต่พูดในเวทีหาเสียงและการประกาศโดยรองนายกฯพิพัฒน์ และสำทับโดยนายกฯอนุทิน ว่าจะรีบเร่งดำเนินการให้สำเร็จได้โดยเร็ว
จึงถือได้ว่า เป็นการบริหารราชการแผ่นดินด้วยวิธีลับๆ ล่อๆ อย่างมิอาจรับได้ เพราะเกรงว่าการปิดลับ จะนำไปสู่การล่อหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ใช่ ประโยชน์ของประเทศ น่าสนใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะนี้เป็นเพราะความใสซื่ออ่อนหัด หรือมีความเก่งกาจแต่แฝงด้วยกลโกง
บทสรุป
การนำอนาคตของประเทศไปผูกไว้กับสัมปทานดินแดน 99 ปีให้เอกชนต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจกันเพียงชั่วข้ามคืน หรืออาศัยเพียงแผนงานบนหน้ากระดาษที่ไร้การมีส่วนร่วม หากคำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและโปร่งใส โครงการนี้อาจไม่ได้หมายถึง “ความรุ่งเรืองของไทย” แต่อาจหมายถึงการพาประเทศไปสู่ “กับดักที่ผูกมัดอนาคตของลูกหลานไทย” ให้ติดอยู่ในสภาวะที่เลือกทางเดินเองไม่ได้ไปตลอดชาติ
รัฐบาลต้องกล้าตอบคำถามเหล่านี้ ไม่ใช่ด้วยวาทกรรมทางการเมือง แต่ด้วยความจริงและตัวเลขที่ตรวจสอบได้หากทำไม่ได้ หรือยังมีความคลุมเครือ โปรดพิจารณาอีกครั้งว่านี่คือการพัฒนาชาติ หรือเป็นการขายชาติในรูปแบบใหม่?
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ด่วน! กบน. ปรับราคาน้ำมันดีเซล ขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร
พายุฤดูร้อนถล่มสระบุรี! ซุ้มทางเข้าคอนเสิร์ต ล้มทับแฟนเพลงเจ็บ
เจออีกปม สูกสาว 'ราเชน' ลงสมัคร สส.สกลฯ ตัดคะแนนเพื่อไทย
โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เคลื่อนไหวอีกครั้ง ขู่ส่งพวกต่างชาติลงสู่ก้นทะเลลึก
เปิดวินาทีเผชิญหน้า นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก จี้ คิงชาร์ลส์ คืนเพชรล้ำค่า โค-อิ-นัวร์ ให้กับอินเดีย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี