วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น “น้ำมัน” กลายเป็นจำเลยสำคัญที่สังคมตั้งคำถามถึงความยุติธรรม ทั้งในมิติของจำนวนผู้เล่นที่มีน้อยรายแต่กลับมีราคาขายที่ “นัดกันมา” และ
กำไรมหาศาลของโรงกลั่นที่สวนทางกับเงินในกระเป๋าของประชาชน นำมาสู่ข้อเสนอสุดโต่งอย่างการให้รัฐทุ่มงบ 150,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงกลั่นเอง แต่นี่คือทางออกที่ยั่งยืนหรือเป็นเพียงการขี่ช้างจับตั๊กแตนในเชิงนโยบาย?
1. มายาคติของตลาดเสรีที่ถูกแช่แข็ง
แม้ประเทศไทยจะมีโรงกลั่นน้ำมันถึง 6 แห่ง ซึ่งดูเหมือนจะเพียงพอต่อการเกิดการแข่งขัน แต่ในความเป็นจริงตลาดน้ำมันไทยตกอยู่ในสภาวะ “กึ่งผูกขาดโดยโครงสร้าง” (Structural Oligopoly) ด้วยเหตุผล 3 ประการ :
• โครงสร้างราคาสมมุติ (Import Parity) : การอิงราคาตลาดสิงคโปร์บวกค่าขนส่งทิพย์ ทำให้โรงกลั่นไม่มีความจำเป็นต้องแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งฐานลูกค้า เพราะทุกคนมี “เพดานราคา” เดียวกันที่รัฐรับรอง
• เครือข่ายทุนข้ามธุรกิจ : การที่ยักษ์ใหญ่พลังงานถือหุ้นไขว้ในโรงกลั่นเกือบทั้งหมด ทำให้กลไกการเชือดเฉือนราคากลายเป็นเรื่อง “เสียของ” ในมุมมองของผู้ถือหุ้น
• ค่าการกลั่นที่เป็นปริศนา : เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ส่วนต่างราคา (Spread) มักกว้างขึ้นตามตลาดโลก ทำให้เกิดกำไรลาภลอย (Windfall Profit) ที่รัฐมักทำได้เพียง “ขอความร่วมมือ” แทนการใช้กลไกภาษีที่มีประสิทธิภาพ
2. โรงกลั่นรัฐ 1.5 แสนล้าน : ทางเลือก หรือ ทางตัน?
ข้อเสนอให้รัฐกู้เงินมหาศาลมาสร้างโรงกลั่นเพื่อบริหารเองนั้น มีนัยสำคัญในการสร้าง “ราคานำทาง” (Benchmark Price) เพื่อทำลายโครงสร้างราคาเดิม แต่ต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่น่ากังวล :
• ความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่กำลังล้มละลาย (Stranded Assets) : ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) การลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมฟอสซิลที่ต้องใช้เวลาคืนทุนนานหลายสิบปี อาจกลายเป็นภาระภาษีในอนาคตเมื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เข้ามาแทนที่
• ประสิทธิภาพรัฐ vs ความคล่องตัวเอกชน : โจทย์ใหญ่คือ รัฐจะบริหารอย่างไรให้ต้นทุนต่ำกว่าเอกชน ในเมื่อต้องเผชิญกับระบบจัดซื้อจัดจ้างที่เทอะทะและการแทรกแซงทางการเมือง หากบริหารแล้ว “ขาดทุน” รัฐบาลจะตอบคำถามสังคมอย่างไร
3. ทางออกที่แหลมคม : เปลี่ยนจาก “ผู้สร้าง” เป็น “ผู้กำกับ”
การแก้ปัญหาการผูกขาดและการเอารัดเอาเปรียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการที่รัฐต้องลงไปถือจอบเสียมเอง แต่คือการใช้ “อำนาจรัฐ” ปรับกติกาให้เป็นธรรม :
1. รื้อสูตรราคา Import Parity : เลิกบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยเสมือนนำเข้าสำหรับน้ำมันที่กลั่นในประเทศ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภคทันทีโดยไม่ต้องรอสร้างโรงกลั่น 8 ปี
2. กฎหมายภาษีลาภลอย (Windfall Tax) : สร้างกลไกจัดเก็บภาษีจากกำไรที่เกินปกติในช่วงวิกฤตพลังงานอย่างเป็นระบบ เพื่อนำเงินกลับมาอุดหนุนกองทุนน้ำมันหรือสวัสดิการรัฐ
3. การบังคับแยกธุรกิจ (Structural Separation) : หากต้องการให้เกิดการแข่งขันจริง รัฐต้องกล้าหาญในการกำกับดูแลไม่ให้เกิดการถือหุ้นไขว้ที่ทำให้โรงกลั่นเสียสภาพการเป็นคู่แข่งกันเอง
4. นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงต้องไม่นั่งอยู่ในบอร์ด เป็นกรรมการบริหารของบริษัทธุรกิจพลังงาน ซึ่งมีความขัดแย้งในผลประโยชน์ ระหว่าง ประโยชน์ของธุรกิจและประโยชน์ของสังคม
4. เปิดเสรีการนำเข้า : ลดกำแพงภาษีและอุปสรรคทางเทคนิคเพื่อให้ “น้ำมันสำเร็จรูป” จากต่างประเทศเข้ามาเป็นคู่แข่งรายสำคัญ บีบให้โรงกลั่นในประเทศ
ต้องปรับประสิทธิภาพ
บทสรุป
การกู้เงิน 150,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงกลั่น อาจเป็นสัญลักษณ์ของการสู้กับกลุ่มทุน แต่อาจไม่ใช่คำตอบที่
ชาญฉลาดที่สุดในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“ชัยชนะที่แท้จริงของประชาชน” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของโรงกลั่น แต่ขึ้นอยู่กับว่า “กติกา” ของรัฐนั้นรับใช้ใคร
ระหว่าง “ผลกำไรของกลุ่มทุน” หรือ “ความอยู่รอดของคนทั้งประเทศ”
ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเลิก “เกรงใจ” และเริ่ม “เกรงใจประชาชน” ด้วยการสังคายนากฎหมายพลังงานให้โปร่งใสเสียที
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์
สุดอาลัย รศ.นพ.ธีรศักดิ์ อาจารย์หมอถูกต่างชาติชนแล้วหนี เสียชีวิตแล้ว
‘กรมที่ดิน’ ยก 3 ข้อยันปม ‘ที่ดินเขากระโดง’ ปฏิบัติตามคำสั่งศาล-ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี