Logo วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ก้าวต่อไปของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กับรอยปริแตกในสังคมไทยหลังพ้นโทษ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การพ้นโทษอย่างสมบูรณ์แบบของทักษิณ ชินวัตรจากอานิสงส์ของการได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป ที่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล นำขึ้นทูลเกล้าฯ นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของบุคคลคนเดียว แต่คือหมุดหมายที่สะท้อนโครงสร้างอำนาจ หลักนิติธรรม และวิธีคิดของสังคมไทยอย่างรุนแรง

ปรากฏการณ์นี้นำมาสู่คำถามสำคัญที่ท้าทายอนาคตของประเทศ : เมื่อสถานะทางกฎหมายถูก “ฟอกขาว”จนบริสุทธิ์เต็มตัวแล้ว ก้าวต่อไปของทักษิณและระบอบการเมืองไทยจะเดินไปในทิศทางใด?


1. วิกฤตศรัทธา “ราชทัณฑ์” และมายาคติเรื่อง “สันดาน” ที่เปลี่ยนยาก

ในบริบททางสังคมไทยทั่วไป ความหวาดระแวงต่อผู้พ้นโทษมักผูกติดอยู่กับ คติพจน์เรื่องเนื้อแท้ แนวคิดเรื่อง “สันดาน” หรือนิสัยถาวรที่ยากจะแก้ไข สังคมมักปฏิเสธโอกาสและการคบหาผู้พ้นคุก หรือคนขี้คุก อาจจะเป็นเพราะระบบราชทัณฑ์ขาดความน่าเชื่อถือในการขัดเกลาและฟื้นฟูพฤตินิสัยอย่างแท้จริง

ทว่า ในกรณีของทักษิณ ความเคลือบแคลงใจของสังคมไม่ได้อยู่บนความกลัวในความปลอดภัยทางกายภาพ แต่อยู่ที่ “ความย้อนแย้ง” ของกระบวนการรับโทษ ตั้งแต่ข้อกังขาเรื่องดีลลับก่อนกลับมารับโทษ การแสร้งป่วยสมคบกับเจ้าหน้าที่ พำนักที่ชั้น 14โรงพยาบาลตำรวจโดยแทบไม่ได้สัมผัสชีวิตในเรือนจำพ้นโรงพยาบาลออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่าง
เปิดเผย จนกระทั่งถูกศาลฎีกาสั่งให้นำตัวไปจำคุกใหม่

“คนคงไม่เชื่อว่ากรมราชทัณฑ์ได้เปลี่ยนนิสัย เปลี่ยนสันดานทักษิณไปเรียบร้อย... คนไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า ใครเปลี่ยนนิสัยใคร ระหว่างทักษิณกับเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์”

เมื่อสังคมมองว่าระบบยุติธรรมและราชทัณฑ์ถูกบิดเบือน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ชนชั้นนำ ความรู้สึกสูญเสียหลักนิติธรรม (Rule of Law) จึงกลายเป็นบาดแผลลึกที่แบ่งคนไทยออกเป็น 3 กลุ่มอย่างชัดเจน :

● กลุ่มที่ 1 : กลุ่มกังวลและห่วงใยหลักนิติธรรมมองเห็นระบบสองมาตรฐาน (Double Standard) ที่พังทลาย และหวาดกลัวว่าการกลับคืนสู่อำนาจจะนำไปสู่การปกป้องผลประโยชน์ส่วนตน จนเกิดความขัดแย้งรอบใหม่

● กลุ่มที่ 2 : กลุ่มผู้สนับสนุนสุดลิ่ม ที่พร้อม “หลับตาข้างหนึ่ง” และเชื่อมั่นในวาทกรรมที่ว่าทักษิณคือเหยื่อทางการเมือง ที่สมควรได้รับความยุติธรรมกลับคืนสู่อำนาจ

● กลุ่มที่ 3 : กลุ่มเพิกเฉยและสิ้นหวัง เป็นกลุ่มที่ยอมรับสภาพความบิดเบี้ยวของสังคมด้วยความเอือมระอาเลิกสนใจและเลิกตรวจสอบ ทำงานและหาผลประโยชน์ส่วนตัวไปวันๆ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ “อันตรายที่สุด” เพราะหากคนกลุ่มนี้ขยายตัว กลไกการตรวจสอบของประเทศจะอัมพาตทันที

2. ทักษิณยังจะเคลื่อนไหวการเมือง หรือสงบเลี้ยงหลานอย่างที่พูดไว้

หากรู้ทันพฤติกรรมของทักษิณในอดีต คงไม่ยากที่จะเข้าใจว่าต่อไปทักษิณจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งคือต้องดูที่หญิงเหล็กบ้านจันทร์ส่องหล้า คู่ครองของทักษิณซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในส่วนลึก

ทักษิณประสบความสำเร็จจากการเป็นนักธุรกิจผูกขาด ใช้วิธีเดียวกันควบรวมการเมือง บ้านใหญ่ ในระบบอุปถัมภ์จนได้ผูกขาดการเมืองผ่านพรรคการเมือง ความผูกพันเป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทยที่ได้ลงทุนทางธุรกิจการเมือง ยังคงมีอยู่

ผลประโยชน์ และต้นทุนส่วนตัวและครอบครัวจึงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจสำหรับนักธุรกิจการเมืองอย่างทักษิณ ทั้งคดีที่ติดค้างเช่นคดีหมิ่นมาตรา 112 การเป็นตัวการหรือร่วมกระทำการหนีคุกไปอยู่ชั้น 14จะต้องนำ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวกลับประเทศไทยโดยไม่ต้องติดคุกอย่างไร

จะมีวิธีจัดการกับภาษีที่ต้องจ่ายให้กรมสรรพากรมากกว่า 1.7 หมื่นล้าน และของยิ่งลักษณ์ ที่ต้องถูกยึดทรัพย์อีกมากกว่า 1.3 หมื่นล้าน อย่างไร

ไหนจะ คดีที่ดินอัลไพน์ และคดีจากความผิดพลาดของลูกสาวเมื่อครั้งเป็นนายกฯหุ่นเชิด

ไหนจะประโยชน์ของลูกน้อง นักการเมืองผู้ใกล้ชิดที่หวังจะได้ประโยชน์จากการทำงานการเมืองของทักษิณ ซึ่งจะต้องผลักดันให้เจ้านายเดินหน้าต่อไป

ทั้งหมดนี้อยู่ที่อำนาจการเมือง ที่จะต้องเกี่ยวพันผูกพันเสมือนเป็นกรรมที่ติดพันและต้องพัวพันกับพรรคการเมืองต่อไปอีกหรือไม่

3. เผือกร้อน 1.7 หมื่นล้าน : บทเรียนข้าราชการประจำ... นักการเมืองรอด แต่ข้าราชการติดคุก

หนึ่งในระเบิดเวลาที่รออยู่หลังการพ้นโทษคือ คดีเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังได้ทำหนังสือตอบกลับเชิงผลักภาระไปให้กรมสรรพากรพิจารณา ซึ่งไม่ต่างจากการโยน “เผือกร้อน” ให้ข้าราชการประจำรับจบ

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยเคยให้บทเรียนราคาแพงในคดีเดียวกันนี้มาแล้ว ในอดีตข้าราชการระดับสูงอย่าง อดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร ต้องถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จากการทำหน้าที่เอื้อประโยชน์ทางภาษีให้แก่บุตรของทักษิณ ขณะที่ตัวนักการเมืองผู้ได้รับประโยชน์กลับรอดพ้นจากคุกตาราง

เหตุการณ์นี้จึงเป็นเสมือนคำเตือนอธิบดีกรมสรรพากรและข้าราชการยุคนี้ว่า ในเกมอำนาจของชนชั้นนำ ข้าราชการประจำมักกลายเป็นแพะรับบาปเสมอเมื่อลมเปลี่ยนทิศ

4. ชนักปักหลังทักษิณ อนาคตป.ป.ช.อาจถูกจำคุกเสียเอง

ทักษิณต้องคดีอาญามาตรา 112 เป็นจำเลยอยู่ในศาลอุทธรณ์ รวมถึง อาจถูกกล่าวหาเป็นตัวการหรือสนับสนุนเจ้าหน้าที่หนีคุก แสร้งป่วยทิพย์บนชั้น 14โรงพยาบาลตำรวจ

ทั้งๆ ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยออกมาชัดเจน ว่ามีการร่วมกันละเว้น สร้างหลักฐานเหตุการณ์อันเป็นเท็จคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ยังสอบสวนอย่างยาวนาน แม้จนทักษิณพ้นคุก ก็ยังไม่สรุปสำนวนคดี

5. ถอดรหัสก้าวต่อไป : พ.ร.บ.ล้างมลทิน หรือ รื้อรัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว?

เป้าหมายสูงสุดของทักษิณ ชินวัตร คงไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องหลบฉากอยู่หลังม่าน แต่อาจเป็นการหวนคืนสู่สมรภูมิการเมืองอย่างเปิดเผย

ทว่า เส้นทางดังกล่าวถูกสกัดด้วยกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีข้อห้ามเคร่งครัดเรื่องคุณสมบัติของผู้เคยต้องคำพิพากษาในคดีทุจริต

ฉากทัศน์ทางการเมืองที่สังคมต้องจับตาต่อจากนี้ จึงมีอยู่ 2 แนวทางหลัก :

การออก พ.ร.บ.ล้างมลทิน

เป็นการใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรออกกฎหมายล้างมลทิน ลบประวัติความผิดทั้งหมด เพื่อให้สิทธิทางการเมืองให้ดูเสมือนขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดั่งเช่นโมเดลที่เคยเกิดขึ้นในปี 2550 แต่รัฐมนตรีบางคนในพรรคเพื่อไทย

วิธีการนี้อาจทำได้ง่ายกว่าแต่จะเผชิญกับกระแสต้านและการตรวจสอบจากสังคมอย่างหนักหน่วง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลดล็อก

หากเกมเดินไปถึงขั้นที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดคุณสมบัติต้องห้าม เพื่อล้างท่อให้คนคนเดียวสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ นั่นจะเป็นการท้าทายศรัทธาของประชาชนขั้นสูงสุด

“ถ้าถึงกับแก้รัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคุณสมบัติตัวบุคคลได้... ก็ยกประเทศชาติให้ไปเลย ทำอะไรก็ได้ไม่ผิด”

บทสรุป

ก้าวต่อไปของทักษิณภายใต้ร่มเงาของการอภัยโทษและการเมืองยุค “ทักษิณพลัส” จึงเต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้าน ท่ามกลางกระแสการตรวจสอบของสื่อมวลชนและประชาชนที่ยังไม่ยอมจำนน

หากรัฐบาลและกลุ่มอำนาจยังคงเดินหน้า ในระบอบทักษิณพลัส ใช้นโยบายแจกเงิน แจกของเพื่อครอบงำชาวบ้านที่หวังพึ่งพาในระบบอุปถัมภ์ ห้อยโหนแอบอิงกับสถาบันเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง ควบคู่ไปกับการบิดเบือนกติกาของประเทศ ทุจริตโดยนโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนตน

สะท้อนว่า “บทเรียนจากอดีต” ไม่เคยถูกเรียนรู้และจุดจบของวงจรการเมืองไทยก็อาจจะหนีไม่พ้นวิกฤตความขัดแย้งรอบใหม่...

หรือท้ายที่สุดแล้ว ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมด้วยคำว่า “คุก” อีกครั้ง

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว  เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

14 ส.ค. 2569

วันแม่ 12 สิงหาคม  ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

วันแม่ 12 สิงหาคม ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

12 ส.ค. 2569

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย  สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

7 ส.ค. 2569

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’  มาตรการกวดขันวินัยจราจร  หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

5 ส.ค. 2569

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’  เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย  รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’ เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

31 ก.ค. 2569

ถอดตลับเมตรศีลธรรม  เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

ถอดตลับเมตรศีลธรรม เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

29 ก.ค. 2569

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ  ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

24 ก.ค. 2569

ล้างบางระบบอุปถัมภ์  เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล...   ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

ล้างบางระบบอุปถัมภ์ เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล... ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

22 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved