วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ พื้นที่ทางความคิดและการวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นลมหายใจของสังคม สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ ไม่ใช่เพียงแค่สิทธิตามกฎหมายที่พึงมี หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ทว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “การฟ้องปิดปาก” หรือ SLAPPs (Strategic Lawsuits Against Public Participation) ได้กลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่ผู้มีอำนาจและทุนหนาใช้บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความหวาดกลัวและหยุดยั้งการตรวจสอบจากภาคประชาชน
ลมหายใจประชาธิปไตย : สัญญาณแหลมคมจากประมุขตุลาการ
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ศาลฎีกาได้ออกเอกสารข่าวแจก ระบุว่าประธานศาลฎีกาได้ออกคำแนะนำเน้นให้ศาลตรวจสอบและกลั่นกรองการฟ้องคดีอาญาให้เป็นธรรมและไม่ถูกใช้เป็นการกลั่นแกล้งหรือข่มขู่ โดยให้อำนาจศาลในการตรวจสอบการฟ้องคดีที่ไม่สุจริตและยกฟ้องได้ตั้งแต่ชั้นตรวจฟ้อง
คำแนะนำของประธานศาลฎีกาฉบับล่าสุดที่มุ่งสกัดกั้นการฟ้องปิดปาก และย้ำเตือนว่า “กระบวนการยุติธรรมต้องไม่ใช่เครื่องมือปิดปากประชาชน” จึงเป็นย่างก้าวที่ควรค่าแก่การยกย่องและเห็นด้วยอย่างยิ่ง นับเป็นการส่งสัญญาณที่แหลมคมจากประมุขฝ่ายตุลาการว่า ศาลยุติธรรมจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือในการจำกัดเสรีภาพโดยไม่สุจริตอีกต่อไป การที่คำแนะนำนี้ชี้ชัดให้ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ “ชั้นตรวจฟ้อง” ถือเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมที่ช่วยปกป้องประชาชนและนักสื่อสารมวลชนจากการถูกรังแกทางกฎหมาย
อาวุธร้ายทำลายความกล้า : กลยุทธ์สร้างความกลัวข้ามจังหวัด

ความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้ สะท้อนผ่านความยากลำบากที่ผู้ถูกฟ้องคดีต้องเผชิญ บ่อยครั้งที่การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตกลับถูกตอบแทนด้วยการฟ้องคดีอาญา หรือฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่สามัญชนจะรับไหว ยิ่งไปกว่านั้น กลยุทธ์การฟ้องในพื้นที่ห่างไกล ทั่วทุกสารทิศ ยิ่งจงใจสร้างภาระทางกายและทุนทรัพย์ให้ผู้ถูกฟ้องต้องเดินทางไปต่อสู้คดีจนหมดแรงกายและหมดสิ้นหนทาง เจตนาของการฟ้องเช่นนี้ชัดเจนว่าไม่ได้ทำเพื่อทวงคืนความบริสุทธิ์ แต่ทำเพื่อ “สร้างความกลัว” เพื่อให้คนถูกฟ้องเข็ดหลาบ และส่งผลเชิงจิตวิทยาให้สังคมเกิดความหวาดระแวงจนไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาพูดความจริงอีก
ปฏิรูปต้นธารยุติธรรม : ตำรวจ-อัยการ ต้องไม่ใช่เพียง “ทางผ่าน”
อย่างไรก็ดี การปกป้องสิทธิของประชาชนและลดภาระของศาลจะสำเร็จอย่างยั่งยืนไม่ได้หากต้นธารของกระบวนการยุติธรรมยังคงทำหน้าที่เป็นเพียง “ทางผ่าน” ของผู้มีอำนาจในความเป็นจริง “ชั้นพนักงานสอบสวน (ตำรวจ)” และ “พนักงานอัยการ” ควรเป็นด่านแรกที่ทำหน้าที่กลั่นกรองคดีอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงเพราะเห็นว่าผู้ฟ้องเป็นนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หรือผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ แล้วจะต้องรีบสรุปสำนวนสั่งฟ้องเพื่อผลักภาระไปให้ศาล หรือเพื่อความเพลย์เซฟของตนเอง ต้นธารยุติธรรมต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะจำหน่ายคดีที่ไม่เป็นสาระ หรือคดีที่มีลักษณะกลั่นแกล้งประชาชนตั้งแต่ชั้นสอบสวน
คืนความรับผิดชอบให้ผู้ฟ้อง : เลิกโยนภาระให้สังคม เผชิญหน้าความจริงในศาล
นอกจากนี้ กระบวนการพิจารณาคดีในปัจจุบันสมควรได้รับการปฏิรูปในแง่ของ “ความรับผิดชอบของผู้ฟ้อง” ปัจจุบันผู้ฟ้องคดีปิดปากมักอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบอย่างยิ่ง เพียงแค่แต่งตั้งทนายความลงนามในเอกสาร จากนั้นก็ปล่อยให้ระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ หรือศาล ทำหน้าที่ไล่บี้ประชาชนแทน โดยที่ตัวผู้ฟ้องแทบไม่มีภาระหรือต้นทุนใดๆ เลย เป็นการโยนภาระส่วนตนให้เป็นภาระของสังคม
เพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำนี้ ระบบกฎหมายควรผลักดันให้ผู้ฟ้องต้องมี “ส่วนร่วมรับผิดชอบ”มากขึ้นกว่าเดิม เช่น กำหนดให้ผู้ฟ้องต้องเดินทางไปให้ปากคำด้วยตนเองในชั้นพนักงานสอบสวนและอัยการเพื่อยืนยันเจตนา และที่สำคัญที่สุด คือต้องถูกกำหนดให้เดินทางมาปรากฏตัวที่ศาล เพื่อ “เปิดใจรับฟัง”คำวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนผู้ถูกฟ้องด้วยหูของตนเอง การเผชิญหน้าในชั้นศาลจะช่วยเตือนสติผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะว่าความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนมิอาจสร้างขึ้นได้ด้วยการขู่บังคับด้วยข้อกฎหมาย แต่เกิดจากการน้อมรับการตรวจสอบอย่างสง่างาม
คำแนะนำของประธานศาลฎีกาถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่การจะรักษาพื้นที่เสรีภาพของสังคมไทยให้มั่นคง ทั้งตำรวจ อัยการ และระบบกฎหมายวิธีพิจารณาความจำต้องปรับตัวร่วมกัน เพื่อทำให้แน่ใจว่า ผู้ที่คิดจะใช้กฎหมายปิดปากผู้อื่น จะต้องเป็นผู้แบกรับภาระและความรับผิดชอบที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

อั้นไว้ก่อน!!! พรุ่งนี้ น้ำมันเบนซิน-โซฮอล์91,95 ลด 70 สต. พรีเมียมดีเซลลด 1 บาท
รวบผัวเมียแสบ ใช้ความไว้ใจยืมรถ จยย. คนรู้จัก ก่อนเชิดขายกลุ่มเฟซบุ๊ก 5 คันรวด!
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 28 พ.ค.-3 มิ.ย.69
หนุ่มอุดรฯผวา เสียงปริศนากระซิบข้างหู'รถขนยา' เช็กประวัติอึ้งรถของกลางยาบ้า3.2ล้านเม็ด
สภาฯเสียงแตก ปมตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ นัดโหวตพรุ่งนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี