Logo วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน ขัดเจตนารมณ์ รธน.?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

n ตุลาการศาลสมมติ วินิจฉัย

ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานวงเงิน400,000 ล้านบาท (ที่รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎหมาย(พ.ร.ก.)ด้วยตัวเอง) โดยตราเป็นพระราชกำหนดจะถูกต้องและชอบด้วยเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่


ตุลาการศาลสมมติ” ขอแสดงความเห็นทางวิชาการแสดงคำวินิจฉัยส่วนตนเพื่อประโยชน์สาธารณะดังต่อไปนี้

❑ บทนำ: ครรลองแห่งหลักนิติธรรมกับการใช้อำนาจวิสามัญ

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญทำหน้าที่เป็นกฎหมายสูงสุดที่จัดวางดุลยภาพแห่งอำนาจระหว่าง ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ

หลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ “อำนาจในการอนุมัติเงินภาษีและการสร้างภาระหนี้ผูกพันแก่ประชาชนต้องเป็นสิทธิขาดของตัวแทนราษฎรในรัฐสภา” การที่ฝ่ายบริหารจะใช้อำนาจวิสามัญในการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อกู้เงินจำนวนมหาศาลถึง 400,000 ล้านบาทโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองจากรัฐสภาล่วงหน้า

จึงเป็นประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจำต้องพิจารณาด้วยความเคร่งครัดและเที่ยงตรงต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพื่อมิให้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลต้องล่มสลายลง

❑ 1. ข้อเท็จจริงแห่งสถานการณ์:ความจำเป็นทางเศรษฐกิจอย่างรีบด่วนและผลกระทบต่อสังคม

ในการชี้ขาดว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้“ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง ขัดต่อเจตนาของรัฐธรรมนูญ” ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาผ่านกรอบกฎหมายหลักตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 172 ร่วมกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ภายใต้เงื่อนไข เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ โดย

1).ต้องเป็นกรณี “ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”

ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในส่วนของงบประมาณ 200,000 ล้านบาทที่ใช้ไปกับ “โครงสร้างพลังงานแสงอาทิตย์” (เช่น EV) เป็น“แผนการพัฒนาประเทศในระยะยาว” ไม่ใช่สถานการณ์อุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นฉับพลันจนรอระบบสภาไม่ได้

หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน สามารถเสนอผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม (งบกลางปี)ซึ่งเปิดโอกาสให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบตามกลไกประชาธิปไตยปกติ การรวบรัดออก พ.ร.ก. จึงชัดเจนว่าขัดต่อเจตนารมณ์เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบจากสภา

2). “วิกฤตเศรษฐกิจ” ที่เข้าเกณฑ์ขั้นรุนแรงหรือไม่

แม้คณะรัฐมนตรี จะทำหนังสือชี้แจง 4 ประเด็นต่อศาลโดยอ้างว่าไทยเผชิญวิกฤตซ้อนถึง 5 ระลอก (สงคราม, ราคาพลังงาน, ต้นทุนการผลิต, ค่าครองชีพ, กำลังซื้อหดตัว) (Stagflation) แต่ศาลจำต้องนำตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจจริงมาพิจารณา

ตัวเลขทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเติบโต GDP, อัตราการว่างงาน หรือเสถียรภาพทางการเงินการคลังของไทยในขณะนั้นไม่ได้อยู่ในภาวะดิ่งเหวหรือวิกฤตร้ายแรงขั้นวิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤตโควิด-19

จึงเห็นว่ารัฐบาลมีเวลาเพียงพอที่จะตรากฎหมายในรูปแบบ พ.ร.บ. กู้เงิน หรือผ่านงบประมาณปกติได้ โดยไม่มีเหตุให้ต้องอ้างภาวะฉุกเฉิน

3). ความคุ้มค่าและวัตถุประสงค์สอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังหรือไม่

การออก พ.ร.ก.กู้เงิน ต้องสอดรับกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 53 ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลกู้เงินได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน

ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” วงเงิน 200,000 ล้านบาท มีการนำไปจัดสรรต่อเพื่ออุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะต้องจ่าย และเป็นงบผูกพันเดิมที่ควรตั้งไว้ในงบประมาณประจำปี จึงไม่ใช่เหตุผลของการกู้เงินใหม่มาเพื่อพยุงโครงการประชานิยมชั่วคราว

พิจารณาข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

แม้ประเทศจะเผชิญกับภาวะค่าครองชีพและราคาพลังงานที่ผันผวน แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) และเสถียรภาพทางการคลังยังคงดำเนินไปในภาวะที่สามารถคาดการณ์
และบริหารจัดการได้ตามกลไกปกติ ข้ออ้างเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (Stagflation) ของรัฐบาล มิได้มีความรุนแรงเทียบเท่ากับวิตฤตการณ์ในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540 หรือวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นภัยพิบัติสาธารณะที่เกิดขึ้นฉับพลัน

ในทางกลับกัน การออก พ.ร.ก.กู้เงิน ฉบับนี้ กลับสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมอย่างรุนแรง ดังนี้:

l สร้างความเหลื่อมล้ำและบิดเบือนกลไกภาษี:เงินกู้จากภาษีของคนทั้งประเทศถูกนำไปจัดสรรในลักษณะประชานิยมชั่วคราว เพียงเพื่อให้สอดรับกับการหาเสียงและสัญญาว่าจะให้ก่อนการเลือกตั้ง ทั้งที่สถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนไป ราคาพลังงานที่สูงทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น ไม่สมควรจะซ้ำเติมด้วยการกู้เงินมาแจกมาแถม ยิ่งกว่านั้น ยังเอื้อประโยชน์ให้แก่ร้านค้านอกระบบภาษี ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกไม่เป็นธรรมของร้านค้าที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง และผลักดันให้เกิดพฤติกรรมเลี่ยงภาษีในระยะยาว

l การอุ้มชูผู้มีฐานะเหนือประชาชนฐานราก: งบประมาณที่อ้างว่านำไปใช้พัฒนาสิ่งแวดล้อมด้วยการติดโซลาร์รูฟท็อป กลับถูกนำไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ราคาแพง ซึ่งประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่มีศักยภาพในการเข้าถึง กลายเป็นการนำเงินกู้ของสาธารณะไปอุดหนุนกลุ่มทุนและผู้มีอันจะกิน

❑ 2. ประเด็นข้อกฎหมาย: การขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 172

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 172 วรรคหนึ่ง กำหนดเงื่อนไขจำกัดในการตรา พ.ร.ก. ไว้ว่าต้องเป็นไป“เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ... และต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”

เมื่อนำหลักเกณฑ์ดังกล่าวมาพิจารณารายละเอียดของ พ.ร.ก. ทั้งสองส่วน ย่อมเห็นความไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง :

ส่วนของ พ.ร.ก. (วงเงิน) วัตถุประสงค์ของรัฐบาล เหตุผลทางกฎหมายที่ขัดต่อ

รัฐธรรมนูญ

ส่วนที่ 1:

โครงการไทยช่วยไทย พลัส

(200,000 ล้านบาท)

แจกเงินเยียวยา

ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

และอุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

เป็นมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อระยะสั้นและงบผูกพันเดิมที่รัฐบาลพึงคาดหมายได้ล่วงหน้า สามารถบริหารจัดการผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้จึงขาดเงื่อนไข “ความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้”

ส่วนที่ 2:

โครงสร้างพลังงานแสงอาทิตย์

(200,000 ล้านบาท)

ช่วยค่าดาวน์โซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือนสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)และวางระบบโครงข่ายพลังงาน

เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านพลังงานระยะยาว(Energy Transition) ซึ่งต้องใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมของระบบสายส่ง มิใช่เรื่องคอขาดบาดตายที่ต้องแก้ไขในทันทีทันใด การอ้างเหตุฉุกเฉินจึงขัดต่อความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

❑ 3. ทำลายระบบรัฐสภา: บรรทัดฐานที่อันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจำต้องตระหนักและห่วงใยเป็นที่สุดคือ“ผลกระทบต่อบรรทัดฐานการปกครองในอนาคต” หากศาลรัฐธรรมนูญยอมรับว่าการใช้วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้นมีความชอบธรรม ย่อมเท่ากับเป็นบรรทัดฐานเปิดทางให้อำนาจนิยมของฝ่ายบริหารอยู่เหนือระบบนิติรัฐ

ในภายภาคหน้า ฝ่ายบริหารย่อมสามารถอ้างบรรทัดฐาน หยิบยกประเด็นปัญหาเศรษฐกิจทั่วไป หรือโครงการพัฒนาประเทศระยะยาวใดๆ ก็ตาม มาเป็นข้ออ้างว่ามีความฉุกเฉินและจำเป็นรีบด่วน แล้วใช้วิธีการตราพระราชกำหนดกู้เงินแทนการเสนอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตามช่องทางปกติ

การกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นการจงใจ “หลีกเลี่ยงการพิจารณาตรวจสอบ และอนุมัติจากตัวแทนของประชาชนในรัฐสภา” ส่งผลให้กลไกสภาผู้แทนราษฎรกลายเป็นเพียงตรายาง และทำให้สิทธิเสียงของประชาชนถูกลิดรอนโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดและแย้งต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้รัฐสภาเป็นผู้ถือดุลยภาพแห่งอำนาจสูงสุดในการบริหารเงินแผ่นดิน

❑ บทสรุปและคำวินิจฉัยทางวิชาการ

อาศัยเหตุผลทางข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยมา หากข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมมิอาจปล่อยให้วิถีทางการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายสูงสุดได้ ศาลรัฐธรรมนูญจึงควรมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ วิกฤตด้านพลังงานฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และให้พระราชกำหนดฉบับนี้เป็นอันตกไป เพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ระบบรัฐสภา และประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว  เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

14 ส.ค. 2569

วันแม่ 12 สิงหาคม  ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

วันแม่ 12 สิงหาคม ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

12 ส.ค. 2569

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย  สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

7 ส.ค. 2569

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’  มาตรการกวดขันวินัยจราจร  หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

5 ส.ค. 2569

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’  เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย  รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’ เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

31 ก.ค. 2569

ถอดตลับเมตรศีลธรรม  เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

ถอดตลับเมตรศีลธรรม เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

29 ก.ค. 2569

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ  ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

24 ก.ค. 2569

ล้างบางระบบอุปถัมภ์  เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล...   ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

ล้างบางระบบอุปถัมภ์ เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล... ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

22 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved