Logo วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กรณีความขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ท้องถิ่น ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตจนทำให้นายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีไทย ถึงกับสั่งย้าย ทั้งสองฝ่าย
ออกจากพื้นที่ และประกาศจะให้การบริหารของภูเก็ตเป็น Sandbox

หากมอง Sandbox ในความหมายที่แท้จริงก็คือการให้ประชาชนคนจังหวัดภูเก็ต สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างระบบการปกครองจังหวัดของตน ไม่ใช่ถูกส่วนกลางส่งใครก็ไม่รู้มาเป็นผู้ปกครอง ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับสภาพปัญหา สภาพแวดล้อมและความต้องการของคนภูเก็ต


ยิ่งเห็นว่าวันที่ 28 มิถุนายนนี้ คนกรุงเทพฯและคนพัทยาจะได้ไปเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยาอดคิดไม่ได้ว่าคนภูเก็ต คนเชียงใหม่ และผู้คนในจังหวัดอื่น เขาจะอยากได้ผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดเป็นคนท้องถิ่นที่เขาเลือกสรรมาบริหารบ้างไหม? หรือยังพอใจที่ส่วนกลางโดยมหาดไทยส่งคนมาบริหารแทน

กระจายอำนาจที่แท้จริง : การกระจายอำนาจการตัดสินใจ ทลายกำแพง “ราชการรวมศูนย์”

ประเทศไทยติดอยู่ในกับดักของการบริหารราชการแผ่นดินมานานนับศตวรรษ โครงสร้างภาพจำที่พื้นที่เดียวแต่มี “เสือสองตัว”ทำงานทับซ้อนกัน—ฝั่งหนึ่งคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทยที่ส่วนกลางส่งมา และอีกฝั่งคือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นักการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนเลือกมา—กลายเป็นชนวนเหตุของความสับสน งบประมาณละลายพฤติกรรมสับสน เกิดความล่าช้าในการพัฒนาเมือง

หากเราต้องการเห็นประเทศไทยหลุดพ้นจากระบบ “ส่วนกลางคิด ภูมิภาคสั่ง ท้องถิ่นทำตาม” การปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อมุ่งสู่ การกระจายอำนาจที่แท้จริง จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

โมเดลบริหารแบบใหม่ : เคลียร์พื้นที่ซ้อนทับ แบ่งงานชัดเจน

ข้อเสนอในการปฏิรูปที่แหลมคมและเป็นไปได้จริง คือการจัดวางความสัมพันธ์และอำนาจหน้าที่ของกลไกในระดับจังหวัดเสียใหม่ โดยยึดหลัก “คนในพื้นที่เลือกคนทำงาน—ส่วนกลางทำหน้าที่หนุนเสริม” ดังนี้

1.นายก อบจ. คือ “ผู้ว่าราชการจังหวัดตัวจริง” :ยกระดับและเพิ่มอำนาจให้นายก อบจ. (หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง) มีอำนาจเด็ดขาดในฐานะรัฐบาลท้องถิ่นเหมือนโมเดลกรุงเทพมหานคร คุมทั้งงบพัฒนา ผังเมือง ระบบขนส่งมวลชน และมีอำนาจสั่งการข้าราชการในจังหวัดตนเองเพื่อตอบสนองปัญหาได้จบในที่เดียว ไม่ต้องรอใบอนุญาตจากอธิบดีในกรุงเทพฯ

2.ปรับบทบาทผู้ว่าฯ มหาดไทย เป็น “โซ่ข้อกลาง” :ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากส่วนกลางจะไม่ใช่ “ผู้มีอำนาจล้นฟ้า”ในพื้นที่อีกต่อไป แต่จะปรับฐานะเป็น ที่ปรึกษาอาวุโสและผู้ตรวจราชการ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อนโยบายความมั่นคงจากส่วนกลาง ประสานงานโครงการขนาดใหญ่ที่คาบเกี่ยวกันระหว่างจังหวัด และทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาตรวจสอบความโปร่งใสของท้องถิ่น

3.เทศบาล และ อบต. คือ “ทัพหน้า” บริการประชาชน :งานโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภควันต่อวัน เช่น ขยะ น้ำเสียไฟทาง ฟุตปาธ และสารทุกข์สุกดิบในชุมชน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเทศบาลเมืองและ อบต. ปฏิบัติการอย่างคล่องตัว โดยมี อบจ. เป็นพี่ใหญ่คอยสนับสนุนงบประมาณในโครงการที่เกินขีดความสามารถ

ตอม่อชิ้นใหญ่ : กำแพงอำนาจและผลประโยชน์ของ “สิงห์มหาดไทย”

ในทางทฤษฎี โมเดลนี้จะช่วยลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อน ลดกำลังคนที่โต๊ะทำงานชนกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเมืองได้อย่างมหาศาล แต่ในทางปฏิบัติ เหตุใดสิ่งนี้จึงยังไม่เกิดขึ้น? คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ “แรงต้านจากข้าราชการส่วนกลาง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย”

ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทยคือหนึ่งในกระทรวงที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงที่สุดในระบบราชการไทย การมีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 77 จังหวัด คือ “ยอดมงกุฎ” ของสายงานข้าราชการประจำ เป็นพื้นที่จัดสรรอำนาจ ผลประโยชน์ และเป็นบันไดขั้นสำคัญในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งระดับสูงในส่วนกลาง

การปฏิรูปตามโมเดลนี้ หมายถึงการที่ข้าราชการระดับสูงจากส่วนกลางจะสูญเสีย “อาณาจักร” และอำนาจในการสั่งการข้าราชการและประชาชนทั้งประเทศ คงไม่มีข้าราชการคนใดที่จะยอมลดบทบาทของตนเองลงเป็นเพียงที่ปรึกษาหรือผู้ตรวจการโดยง่ายดาย

ระบบเดิมที่ส่ง “ใครก็ไม่รู้” จากส่วนกลางมานั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯ เพียงแค่ 1 หรือ 2 ปี เพื่อเป็นทางผ่านก่อนเกษียณอายุราชการ ทำให้การพัฒนาจังหวัดขาดความต่อเนื่อง เพราะผู้บริหารไม่ได้มีความผูกพันกับท้องถิ่น และไม่ต้องรับผิดชอบต่อคะแนนเสียงของประชาชนในพื้นที่

ถุงเงินใหม่และระบบคานอำนาจ : คีย์แมนสำคัญหลังลดอำนาจมหาดไทย

เมื่อทลายกำแพงราชการรวมศูนย์ด้วยการยกระดับให้นายก อบจ. มีอำนาจเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คำถามสำคัญที่สะท้อนความห่วงใยของสังคมตามมาทันทีมีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ คือ “จังหวัดเล็กจะเอาเงินมาจากไหน?” และ “จะคุมไม่ให้บ้านใหญ่โกงงบประมาณได้อย่างไร?”

หากปราศจากคำตอบที่จับต้องได้ใน 2 เรื่องนี้ การกระจายอำนาจย่อมกลายสภาพเป็นเพียงการ “กระจายความเหลื่อมล้ำและกระจายการโกง” เท่านั้น

1. ปฏิรูปโครงสร้างคลังท้องถิ่น : อุ้มจังหวัดเล็กด้วยสูตรเกลี่ยภาษี

ปัจจุบัน รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทยพึ่งพาเงินอุดหนุนแบบ “ล็อกสเปก” จากส่วนกลางเป็นหลัก ยิ่งจังหวัดขนาดเล็กที่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมหรือฐานเศรษฐกิจใหญ่โต ยิ่งไม่มีทางพึ่งพาตนเองได้เลยภายใต้โครงสร้างภาษีเดิม การปฏิรูประบบงบประมาณเพื่อรองรับโมเดลใหม่จึงต้องเปลี่ยนผ่านด้วย 2 กลไกนี้ :

● สลับส่วนแบ่งภาษี ณ จุดเกิด (Tax Sharing) :ปรับกฎหมายให้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนั้นๆ ตกเป็นของ อบจ. ทันทีในสัดส่วนที่สูงขึ้น (เช่น หัก VAT ไว้ที่จังหวัดเลยอย่างน้อย 3%) เพื่อให้เงินภาษีจากการจับจ่ายของคนในพื้นที่หมุนเวียนกลับมาพัฒนาบ้านเกิดตนเอง

● สูตรเติมเต็มความเหลื่อมล้ำ (Equalization Grant) : สำหรับจังหวัดขนาดเล็ก (เช่น แม่ฮ่องสอน หรือ น่าน)รัฐบาลส่วนกลางต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้เกลี่ยรายได้” โดยใช้สูตรคำนวณเงินอุดหนุนทั่วไปแบบไม่ล็อกสเปก (Block Grant) คิดจาก “ศักยภาพการเก็บภาษีจริง เทียบกับ ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการบริการสาธารณะที่จำเป็น” จังหวัดไหนเก็บได้น้อย รัฐต้องคัดเงินภาษีจากเมืองใหญ่มาเติมให้เต็มเพดาน เพื่อให้คนจังหวัดเล็กได้สวัสดิการเท่าเทียมเมืองใหญ่ โดยที่ท้องถิ่นยังคงมีอิสระในการออกแบบโครงการเอง

2. ปราการ 3 ชั้น : กลไกสยบบ้านใหญ่ คานอำนาจไม่ให้ล้นมือ

การให้ “อำนาจเด็ดขาด” และ “ถุงเงินที่ใหญ่ขึ้น” แก่นักการเมืองท้องถิ่น จำเป็นต้องมีระบบคานอำนาจภายนอกที่เข้มแข็งมารองรับ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอำนาจแบบเดิมของกระทรวงมหาดไทย:

● ชั้นที่ 1 : การคานอำนาจเชิงสถาบัน (InstitutionalChecks) : แม้ผู้ว่าฯ ที่มาจากมหาดไทยจะไม่มีอำนาจสั่งการรายวัน แต่จะทำหน้าที่เป็น “ผู้ตรวจการรัฐบาล” (The Prefect)มีสิทธิส่งเรื่องฟ้องศาลปกครองเพื่อ “สั่งระงับ” ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตหรือขัดกฎหมายใหญ่ทันที ขณะเดียวกันต้องยกระดับ ป.ป.ช. และ สตง. ภูมิภาค ให้มีความเป็นอิสระและขึ้นตรงกับส่วนกลาง เพื่อคอยตรวจสอบบัญชีจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวด

● ชั้นที่ 2 : ดับไฟโกงด้วยเทคโนโลยี (OpenGovernment) : บังคับใช้ระบบจัดซื้อจัดจ้างแบบเปิด (Open Contracting) ทุกโครงการของ อบจ. ตั้งแต่ราคากลาง รายชื่อบริษัทที่เข้าประมูล จนถึงสัญญาจ้าง ต้องโชว์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายในคลิกเดียว ควบคู่กับระบบแจ้งเบาะแสทุจริตแบบปกปิดตัวตน เพื่อทลายวัฒนธรรมปกป้องพวกพ้องของกลุ่มอิทธิพล

● ชั้นที่ 3 : ประชาธิปไตยทางตรง(Citizen Recall) : จัดตั้ง “สภาพลเมือง”(Citizen Assembly) ที่มาจากภาคประชาสังคมในพื้นที่ เพื่อร่วมทำประชาพิจารณ์แผนงบประมาณ ป้องกันการสร้างโครงการประเภท “เสาไฟกินรี” พร้อมทั้งปรับแก้กฎหมายให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อออนไลน์เพื่อยื่นถอดถอน (RecallElection) นักการเมืองท้องถิ่นที่ส่อทุจริตได้ง่ายและใช้งานได้จริง

ทุจริตไม่ได้เกิดจากการกระจายอำนาจ

การปฏิรูปคลังและการสร้างระบบตรวจสอบควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจ คือคำตอบที่พิสูจน์ว่า “การทุจริตไม่ได้เกิดจากการกระจายอำนาจ แต่เกิดจากการกระจายอำนาจโดยไม่มีการตรวจสอบ”

เมื่อใดที่จังหวัดเล็กมีเงินทุนเพียงพอผ่านสูตรภาษีที่เป็นธรรมและเมื่อใดที่ระบบราชการเปิดเผยข้อมูลจนกลุ่มอิทธิพลไม่สามารถซ่อนงบประมาณไว้ใต้โต๊ะได้ เมื่อนั้นท้องถิ่นจะเกิด “กลไกการเรียนรู้และคัดสรรธรรมชาติ” ประชาชนจะทำหน้าที่ไล่นักการเมืองโกงกินออกไปผ่านคูหาเลือกตั้ง

ซึ่งในระยะยาว โครงสร้างนี้จะมีความโปร่งใส ประหยัดงบประมาณบุคลากรที่ซ้ำซ้อน และตอบสนองต่อลมหายใจของคนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบราชการรวมศูนย์อย่างแท้จริง

บทสรุป : บทพิสูจน์ความจริง(ใจ)ของรัฐบาลอนุทิน

การกระจายอำนาจที่แท้จริงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยังคงเกรงใจระบบราชการรวมศูนย์ และไม่มีความจริงใจต่อประชาชน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องของการคืนอำนาจและศักดิ์ศรีในการปกครองตนเองให้แก่คนต่างจังหวัด รัฐบาลที่กล้าหาญจะต้องมองข้ามผลประโยชน์ระยะสั้นของระบบราชการ แล้วแปรเปลี่ยนความต้องการของประชาชนให้กลายเป็นกฎหมาย

ลองให้ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น เป็น Sandbox แล้วขยายต่อไปไม่ใช่พูดแต่ไม่ทำ

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเลิกใช้ระบบ “ส่งคนแปลกหน้าไปปกครองคนท้องถิ่น” แล้วหันมาสร้างโครงสร้างที่เอื้อให้ “คนท้องถิ่นได้เลือกอนาคตของเมืองด้วยมือของพวกเขาเอง”

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:01 น. ชนะแล้ว!ลูกยางสาวถล่มบัลแกเรียคว้าชัยแรกVNL
21:47 น. สลดไซต์งานก่อสร้าง สลิงปั้นจั่นดึงร่างเด็ก 15 ดับคาเครื่องจักร
21:43 น. นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่
21:13 น. พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท
21:07 น. ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ
ดูทั้งหมด
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงทักทายและประทานกำลังใจ แก่ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
ภาพจำไม่เคยลืม ร้านกาแฟดัง ย้อนความทรงจำ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ เสวยอาหารเช้า
ภาพจากกล้องของผม! ช่างภาพดังย้ำความขันติพระราชหฤทัย ในหลวง-พระราชินี
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด
หวยอลเวง ภาคใหม่
ดั้นทะลุเมฆ
กัมพูชา จะต้องซมซาน กลับมาคุยกับไทย
บุคคลแนวหน้า : 19 มิถุนายน 2569
ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชนะแล้ว!ลูกยางสาวถล่มบัลแกเรียคว้าชัยแรกVNL

นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่

พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท

โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ

หมอทวีศิลป์ สุดทน! โพสต์เตือน ถูกแอบอ้างรูปภาพประกอบข่าวปลอม

  • Breaking News
  • ชนะแล้ว!ลูกยางสาวถล่มบัลแกเรียคว้าชัยแรกVNL ชนะแล้ว!ลูกยางสาวถล่มบัลแกเรียคว้าชัยแรกVNL
  • สลดไซต์งานก่อสร้าง สลิงปั้นจั่นดึงร่างเด็ก 15 ดับคาเครื่องจักร สลดไซต์งานก่อสร้าง สลิงปั้นจั่นดึงร่างเด็ก 15 ดับคาเครื่องจักร
  • นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่ นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่
  • พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท
  • ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ ชาวเน็ตแห่ซูม เอ๋ พรทิพย์ อวดลุคล่าสุดผิวสวยฉ่ำออร่าจับ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต  ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด

ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด

19 มิ.ย. 2569

สมรภูมิเลือกตั้งสองเมืองพิเศษ 28 มิถุนายน 2569 สู้ด้วยแบรนด์หรือชนด้วยพรรค

สมรภูมิเลือกตั้งสองเมืองพิเศษ 28 มิถุนายน 2569 สู้ด้วยแบรนด์หรือชนด้วยพรรค

17 มิ.ย. 2569

เปลี่ยน ‘ใบลอตเตอรี่’ เป็น ‘เงินออม’  ทางรอดหนึ่งของสังคมไทย  ในวิกฤต‘แก่ก่อนรวย และท่วมหนี้’

เปลี่ยน ‘ใบลอตเตอรี่’ เป็น ‘เงินออม’ ทางรอดหนึ่งของสังคมไทย ในวิกฤต‘แก่ก่อนรวย และท่วมหนี้’

12 มิ.ย. 2569

หนังสือเปิดผนึก ถึงประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์

หนังสือเปิดผนึก ถึงประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์

10 มิ.ย. 2569

ก้าวต่อไปของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’  กับรอยปริแตกในสังคมไทยหลังพ้นโทษ

ก้าวต่อไปของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กับรอยปริแตกในสังคมไทยหลังพ้นโทษ

5 มิ.ย. 2569

มุมมอง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง : ประชุมผู้นำเศรษฐกิจโลกในไทย กับประโยชน์สูงสุด

มุมมอง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง : ประชุมผู้นำเศรษฐกิจโลกในไทย กับประโยชน์สูงสุด

3 มิ.ย. 2569

คืนความยุติธรรมสู่พื้นที่สาธารณะ  เมื่อ‘ศาล’ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของการ‘ปิดปาก’

คืนความยุติธรรมสู่พื้นที่สาธารณะ เมื่อ‘ศาล’ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของการ‘ปิดปาก’

29 พ.ค. 2569

นับหนึ่ง กรอ. โฉมใหม่ :  เมื่อรัฐฟัง ‘เจ้าสัว’ แต่ต้องไม่หลงลืม ‘รากหญ้า’

นับหนึ่ง กรอ. โฉมใหม่ : เมื่อรัฐฟัง ‘เจ้าสัว’ แต่ต้องไม่หลงลืม ‘รากหญ้า’

27 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved