วันจันทร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
หวยอลเวง ภาคแรก เกิดขึ้นเมื่อพ.ศ. 2560 ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อลุงจรูญซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล และถูกรางวัลที่หนึ่ง งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ถูกครูปรีชาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า สลากดังกล่าว ตนเป็นคนซื้อและได้ทำหายไป
ลุงจรูญจึงถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร คดีได้ต่อสู้กันถึง3 ศาล ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเมื่อปีพ.ศ. 2565 ว่า ยกฟ้องครูปรีชา ลุงจรูญชนะคดี 3 ศาล และถือว่า ลุงจรูญเป็นเจ้าของสลากที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง
หวยอลเวง ภาคสองเกิดขึ้นเมื่อป้าขยันถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่หนึ่ง มูลค่า 6 ล้านบาท งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่จังหวัดสุโขทัย
ป้าขยันซื้อสลาก 3 ใบ ในวันที่สลากออกรางวัล ป้าขยันตรวจผลสลากไม่ได้ เพราะใช้โทรศัพท์มือถือตรวจผลไม่เป็นจึงไปให้ป้าแหววซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ไว้ใจช่วยตรวจให้ในตอนเย็นวันที่ออกรางวัล ต่อหน้าเพื่อนบ้านคนอื่น ผลออกมาป้าขยันถูกรางวัลที่หนึ่ง 1 ใบ บรรดาเพื่อนบ้านได้กอด ร่วมแสดงความยินดีในตอนนั้น
ป้าแหววได้แนะนำป้าขยันให้ฝากสลากที่ถูกรางวัลที่ไว้กับเธอ เพื่อความปลอดภัย เพราะเกรงว่าป้าขยันจะทำสลากหาย ป้าขยันเชื่อถือจึงทำตาม พอตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ป้าขยันไปขอรับสลากคืน ลุงเดชสามีป้าแหวว กลับบอกว่า สลากไม่ได้ถูกรางวัล และได้ทิ้งสลากทั้งหมดจำนวน 3 ใบ ไปแล้ว
ต่อมา ป้าขยันและลูกสาวไม่ยอม จึงแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ออกรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ลุงเดชยอมรับสารภาพ เมื่อเรื่องแดงขึ้นเกรงจะเดือดร้อน จึงนำสลากที่ถูกรางวัลไปเผาทิ้งและพยายามกันป้าแหววออก โดยให้การว่าเป็นผู้ทำเรื่องแต่เพียงผู้เดียว
ในที่สุด ทั้งลุงเดชและป้าแหวว ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ (โดยใช้กลอุบาย) ทำลายทรัพย์(เผาฉลากที่ถูกรางวัลของบุคคลอื่น) โดยถือว่าป้าแหววร่วมกระทำความผิดด้วย เนื่องจาก
ใช้กลอุบายให้ป้าขยันฝากสลากที่ถูกรางวัลไว้กับตนตั้งแต่แรก
เรื่องหวยอลเวง ยังมีภาคพิสดาร ที่เกิดขึ้นกับคนไทยที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน
กรณีที่เกิดขึ้น ชายคนไทยคนหนึ่งได้ไปเยี่ยมญาติ ที่เป็นคนไทยทำงานอยู่ในสิงคโปร์ และแต่งงานอยู่กินกับผู้หญิงสิงคโปร์ ครอบครัวของญาติที่เป็นคนไทยนั้นฐานะปานกลาง ทั้งสามีและภรรยาทำงานรับจ้างเป็นพนักงาน ก่อนที่ชายไทยจะเดินทางกลับประเทศไทย ได้ซื้อลอตเตอรี่ที่สิงคโปร์ไว้ 1 ใบ และต้องกลับก่อนวันที่ลอตเตอรี่จะออกจึงฝากลอตเตอรี่ไว้กับสะใภ้สิงคโปร์ โดยไม่มีพยานรู้เห็นด้วย และบอกอย่างขำๆว่า ช่วยตรวจรางวัลให้ด้วย หากถูกรางวัลจะแบ่งเงินให้ใช้ ชายไทยได้จดบันทึกหมายเลขลอตเตอรี่และงวดที่ออกรางวัลด้วย
จากนั้น ชายไทยได้ลืมเรื่องนี้ไป ระยะหนึ่ง ต่อมาได้ติดต่อญาติที่สิงคโปร์ไม่ได้เลย จึงเกิดความสงสัยและนำหมายเลขลอตเตอรี่ที่ซื้อไว้ไปตรวจสอบเอง จึงทราบว่าถูกรางวัลที่หนึ่งของสิงคโปร์ มีมูลค่า 1 ล้าน เหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 24.5 ล้านบาท
ชายไทยจึงตามไปหาญาติที่สิงคโปร์ แต่ไม่พบเพราะญาติได้ย้ายที่อยู่และไม่แจ้งที่อยู่ใหม่ให้ทราบ ชายไทยจึงได้ไหว้วานให้บุคคลอื่นช่วยตามหาให้ จนพบว่า ครอบครัวของญาติที่สิงคโปร์นี้ ได้ลาออกจากงาน และเปิดร้านขายของเป็นกิจการส่วนตัว ซึ่งเชื่อได้ว่า น่าจะนำเงินที่ได้จากรางวัลลอตเตอรี่มาเปิดร้านเป็นกิจการของตนเอง
ชายไทยได้ปรึกษาทนายความทั้งในสิงคโปร์และในประเทศไทย เพื่อหาทางดำเนินการทางกฎหมายเรียกร้องเงินคืน บรรดาทนายความทั้งหลาย ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ต้องทำใจแต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ
เรื่องรางวัลสลากหรือลอตเตอรี่ ถือเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ผู้ถูกรางวัลต้องระวัง และไม่ควรไว้วางใจคนอื่นมากจนเกินไป เพราะรู้หน้า ไม่รู้ใจ
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

แก้วตา ฟาดต่อ! ถามทำไมผู้เสียหายต้องชี้แจง ลั่น องค์กรต้องปกป้อง ไม่ใช่ผลักภาระพิสูจน์ความจริง
เครื่องบินท่องเที่ยวตกในเปรู เสียชีวิตยกลำ 13 คน จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ
อนุทิน ประธานงานสวดอภิธรรม พ่อตาเศรษฐา
เบียร์ เดอะวอยซ์ เสิร์ฟลุคบิกินี แจกความสดใสกลางสวนกุหลาบ
จุกทั้งโซเชียล! ทราย สก๊อต เปิดคลิปในอดีตเผยคำซึ้งถึงแม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี