การอยู่ร่วมกันของกลุ่มชนหมู่ใหญ่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งซึ่งเรียกว่าชาตินั้น จะอยู่รอดได้อย่างยาวนานหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรักและสามัคคีของชนในชาตินั้นจะต้องมีอยู่และดำรงไว้ให้ได้ตลอดไป ความล่มสลายของชาติจึงจะมิปรากฏให้เห็น ดังที่เคยเกิดขึ้นกับบางชาติในอดีต
ชาติไทยเราก็ผ่านเหตุการณ์ที่เกือบจะทำให้ชาติต้องล่มสลายมาแล้วเช่นกัน แต่ก็ถือว่าโชคดีที่หลังจากเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้ง ด้วยสำนึกของความเป็นชาติ ก็ทำให้มีผู้นำที่จะทำให้เกิดความรักและสามัคคีของคนในชาติกลับมาได้ทุกครั้ง จึงทำให้ชาติอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้
หากย้อนอดีตไปจนถึง พ.ศ.๒๓๑๐ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ชาติสยามต้องสูญเสียอิสรภาพเป็นครั้งที่ ๒ นั้น เป็นช่วงที่ก่อนหน้านั้น ๒-๓ ปี ชาติประสบปัญหาหลายอย่างจนทำให้ศัตรูที่เป็นชาติเพื่อนบ้านเห็นเป็นโอกาสในการที่จะเข้ามารุกรานอาณาจักรอยุธยา โดยมีเป้าหมายไม่ใช่เป็นเพียงแค่การยึดครอง แต่ต้องการทำลายล้างให้ชนชาติสยามสูญสิ้นไปจากแผ่นดิน
อาณาจักรอยุธยาถูกสถาปนาโดยพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทองในปีพุทธศักราช ๑๘๙๓ ซึ่งหลังจากนั้นมาก็เป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าในครั้งหนึ่งต้องสูญเสียอิสรภาพไปเมื่อปีพ.ศ.๒๑๑๒ แต่ในที่สุด สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็สามารถกู้ชาติคืนมาได้ในปี พ.ศ. ๒๑๒๗
กล่าวกันว่าหลังจากนั้นอาณาจักรอยุธยาก็มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นยุคที่ความเจริญของกรุงศรีอยุธยามีมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องการค้ากับต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษและเปอร์เซีย จนเชื่อกันว่ามีบางชาติที่น่าจะเป็นฝรั่งเศส มีความปรารถนาที่จะได้ครอบครอง
อาณาจักรอยุธยา
แต่ด้วยความรู้เท่าทันของพระมหากษัตริย์ไทยในช่วงเวลานั้น ทำให้ในที่สุด ชาวฝรั่งเศสที่เป็นทั้งทหารและพ่อค้าทั้งหลายที่หวังครอบครองอาณาจักรอยุธยา ต้องถูกขับไล่ออกไปทั้งหมด
หลังจากรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ฯ การรุกรานจากชาติเพื่อนบ้านโดยเฉพาะหงสาวดีแทบจะไม่เกิดขึ้นอีกเลยเป็นระยะเวลายาวนานร่วม ๑๕๐ ปี จนถึงประมาณปีที่ ๔๑๐ ของอาณาจักรอยุธยา พระเจ้าอลองพญากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของหงสาวดีเริ่มมองเห็นถึงความอ่อนแอของอาณาจักรอยุธยา จากการแย่งชิงบัลลังก์ระหว่างพระเจ้าเอกทัศน์กับพระเจ้าอุทุมพร จึงคิดจะเข้ามาครอบครอง ได้ยกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๐๒ โดยเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ แต่เนื่องจากพระเจ้าอลองพญามีพระอาการประชวรหนักจนถึงสวรรคต จึงต้องถอยทัพกลับ
๕ ปีต่อมา ในปีพ.ศ.๒๓๐๘ พระเจ้ามังระพระราชโอรสของพระเจ้าอลองพญา ที่ขึ้นมาครองราชย์แทน ซึ่งได้เคยร่วมทัพมากับพระเจ้าอลองพญาในครั้งแรก และมีปณิธานแรงกล้าที่จะต้องตีกรุงศรีอยุธยาให้ได้ ได้ให้ยกทัพมาอีกครั้งหนึ่ง โดยทัพแรกยกเข้ามาทางเหนือนำมาโดยเนเมียวสีหบดี และอีกทัพเข้ามาทางตะวันตกนำมาโดยมังมหานรธา โดยให้ทั้งสองทัพมาถึงชานกรุงศรีอยุธยาในเวลาใกล้เคียงกัน และเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่เป็นระยะเวลานานถึง ๑๔ เดือน
ได้กล่าวไว้แล้วว่า ในช่วงเวลานั้นมีการแย่งชิงราชสมบัติทำให้บ้านเมืองระส่ำระสาย ราษฎรเกิดความแตกแยกสามัคคี แบ่งเป็นหมู่เป็นเหล่า ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคนของใคร นอกจากนี้บ้านเมืองก็อ่อนแอลงจากการที่ว่างเว้นจากศึกสงครามเป็นระยะเวลายาวนาน ขาดการฝึกปรือทหารเพื่อเตรียมพร้อมในศึกสงคราม
ประกอบกับระบบการเกณฑ์ไพร่พลเพื่อมาเป็นทหารเริ่มเสื่อมถอย ไพร่พลจำนวนมากจึงหลบเลี่ยงการขึ้นทะเบียน ทำให้กำลังคนในพระนครเองมีไม่เพียงพอ และหัวเมืองต่างๆ ก็ไม่ส่งกำลังมาช่วยรบอย่างมีเอกภาพ
การแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายของข้าราชการ ขาดความรักและสามัคคีนั้น ยังทำให้ขาดผู้นำที่มีความรู้ความสามารถในการรบอย่างแท้จริงด้วย และผู้แพ้จากการชิงอำนาจก็จะถูกกวาดล้างหรือถอดยศ
มีผู้กล่าวว่า พระเจ้าเอกทัศน์ที่ขึ้นมาปกครองบ้านเมืองก็ปล่อยปละละเลยงานราชการแผ่นดิน ทำให้ข้าราชการขาดระเบียบวินัย และการที่ไม่มีความเด็ดขาดในการปกครอง จึงไม่สามารถสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่ขุนนางได้ จึงจัดว่าเป็นผู้ที่มีความอ่อนแอ ขาดความสามารถ ทั้งในการนำและในการรบ
เมื่อกองทัพของพระเจ้ามังระมาถึงชานเมือง พระองค์ทรงโปรดให้ตั้งรับอยู่แต่ภายในพระนคร ไม่อนุญาตให้กองทัพออกไปรบนอกกำแพงเมืองเพื่อขัดขวางข้าศึกแต่เนิ่นๆ และบางครั้งยังใช้คำสั่งที่ไม่เหมาะสมในยามศึกสงคราม เช่น การห้ามใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ข้าศึก
ความรักและสามัคคีของราษฎรหายไปจนหมดสิ้นประกอบกับเมื่อทัพพม่าล้อมเมืองอยู่นานถึง ๑๔ เดือน ทำให้ภายในกรุงขาดแคลนเสบียงกรัง ข้าวปลาอาหาร จนไม่สามารถจะต้านทัพพม่าได้ ทำให้ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาต้องแตกพ่าย เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐
ทัพพม่าได้เผาทำลายพระราชวัง บ้านเมือง วัดวาอาราม จนหมดสิ้น แม้แต่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ก็เชื่อกันว่าพม่าได้ใช้ไฟเผา หลอมละลายเอาทองไปจนหมดสิ้น ทหารพม่าเก็บกวาดเอาสมบัติที่มีค่าของชาวกรุงศรีอยุธยาไปจนหมด ทำร้ายผู้คน รวมทั้งยังกวาดต้อนผู้คนเป็นจำนวนมาก กลับไปยังพม่าด้วย จนกรุงศรีอยุธยาอยู่ในสภาพที่ล่มสลายโดยสมบูรณ์
หากไม่มีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อาณาจักรสยามก็คงจะล่มสลายไปแล้ว แต่เพราะด้วยพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ที่ได้ตัดสินพระทัยนำทหารประมาณ ๕๐๐ นาย ตีฝ่าทหารพม่าออกจากค่ายวัดพิชัย ในขณะที่มีตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการได้รับมอบหมายให้รักษาค่ายดังกล่าวอยู่ ด้วยเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงแตกแน่ เพื่อจะไปรวบรวมไพร่พลและกลับมากอบกู้เอกราชของชาติให้กลับคืนมา ซึ่งพระองค์ก็ทำได้สำเร็จในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ เป็นระยะเวลาเพียงแค่ ๗ เดือนหลังจากเสียอิสรภาพ
เมื่อพระองค์ทรงยกทัพเรือพร้อมกำลังพลประมาณ ๕,๐๐๐ นาย จากจันทบุรีกลับมาตีค่ายโพธิ์สามต้น ที่สุกี้นายกอง นายทหารพม่ารักษาการอยู่นั้นแตก และประกาศอิสรภาพ พระองค์ได้ทรงพิจารณาเห็นแล้วว่า กรุงศรีอยุธยาถูกทำลายหมดสิ้น จนยากที่จะฟื้นฟูบูรณะกลับคืนมาได้จึงได้ตัดสินพระทัยที่จะตั้งราชธานีใหม่ของอาณาจักรสยามที่กรุงธนบุรี
กรุงศรีอยุธยาต้องล่มสลายเพราะการขาดความรักและสามัคคี แต่ก็ด้วยความรักและสามัคคีของไพร่พลของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯที่มีต่อชาติ ทำให้พระองค์ทรงกู้ชาติกลับคืนมาได้
ประเทศไทยในขณะนี้ อยู่ในช่วงเวลาที่เป็นอันตรายพอสมควร จากการแย่งชิงอำนาจของนักการเมืองทั้งหลาย จนทำให้ความรักและสามัคคีของคนในชาติ ถดถอยไปอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งฝ่าย ของนักการเมืองที่ต่างก็หวังในอำนาจเท่านั้น แม้แต่ประชาชนเองก็มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก กันไม่น้อย
การที่จะได้ผู้นำที่ดี มีความรู้ความสามารถจริง มีความรักชาติรักแผ่นดิน มาบริหารประเทศ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากมาก เพราะผู้ที่มีโอกาสจะเป็นผู้ที่ถูกคนอีกกลุ่มหนึ่ง ใช้ความพยายามโค่นล้มอยู่เสมอ
พรรคการเมืองบางพรรคก็ใช้วิธีการที่เรียกว่า “การแบ่งแยกเพื่อปกครอง” เพื่อหวังจะมีอำนาจมาบริหารบ้านเมืองในแนวทางที่ตัวเองต้องการ นอกจากนั้นยังมีการยุยงปลุกปั่นประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหว ที่คนบางกลุ่มคิดจะแยกตัวออกตั้งเป็นรัฐใหม่ ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่ากระทำไม่ได้ แต่คงทำไปเพียงเพื่อหวังเสียงจากประชาชนที่น่าจะหลงผิดเท่านั้น
มีประเด็นที่ถูกหยิบยกมาเพื่อทำลายเสียงของรัฐบาลหลายเรื่อง ซึ่งก็มีทั้งเรื่องที่อาจเป็นจริงและเรื่องที่ถูกอุปโลกน์ โดยหวังว่าจะทำให้รัฐบาลสั่นสะเทือน อันอาจจะนำไปสู่ขั้วอำนาจใหม่ที่จะเข้ามาปกครองบ้านเมือง
แม้แต่นักการเมืองที่มาจากบุคคลภายนอกที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด ทั้งในด้านการคลัง การพาณิชย์ และการต่างประเทศก็ถูกโจมตีอยู่โดยตลอด โดยหวังผลเพียงแค่การดิสเครดิต ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติแต่อย่างใด
น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต้องร่วมกันคิดพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศของเรามีความรักและสามัคคีกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการที่ทำให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัย ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้อย่างยาวนาน
ปิยะ เนตรวิเชียร

แก้วตา ฟาดต่อ! ถามทำไมผู้เสียหายต้องชี้แจง ลั่น องค์กรต้องปกป้อง ไม่ใช่ผลักภาระพิสูจน์ความจริง
เครื่องบินท่องเที่ยวตกในเปรู เสียชีวิตยกลำ 13 คน จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ
อนุทิน ประธานงานสวดอภิธรรม พ่อตาเศรษฐา
เบียร์ เดอะวอยซ์ เสิร์ฟลุคบิกินี แจกความสดใสกลางสวนกุหลาบ
จุกทั้งโซเชียล! ทราย สก๊อต เปิดคลิปในอดีตเผยคำซึ้งถึงแม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี