Logo วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ย้อนอดีตไปถึงช่วงปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา ในปี พ.ศ.๒๓๐๙ พม่าภายใต้การปกครองของกษัตริย์มังระ ได้สั่งให้ยกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา โดยระดมทัพมาทั้งจากทางเหนือภายใต้การนำทัพของเนเมียวสีหบดี และทางตะวันตกภายใต้การนำของมังมหานรธา โดยจะให้ทัพทั้งสองมาบรรจบกันในเวลาใกล้เคียงเพื่อจะร่วมเข้าโจมตีกรุงศรีอยุธยา

พระเจ้าเอกทัศ กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ได้ส่งทัพนำโดยเจ้าพระยาพระคลัง พระยาเพชรบุรี และพระยาตากออกไปตั้งรับทัพพม่าที่ปากน้ำประสบและวัดภูเขาทอง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ


จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๐๙ จึงต้องเปลี่ยนจากการออกไปสู้ศึกนอกพระนครเป็นการตั้งรับภายใน โดยเชื่อว่ากำแพงพระนครซึ่งแข็งแรง ที่ก่อสร้างโดยวิศวกรฝรั่งเศสมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์จะสามารถต้านทานทัพพม่าได้

พม่าตั้งทัพล้อมกรุงศรีอยุธยา โดยเนเมียวสีหบดีตั้งค่ายอยู่ที่โพธิ์สามต้น และมังมหานรธาตั้งอยู่ที่วัดเขาทอง โดยไม่ถอยหนีในฤดูน้ำหลาก จนกระทั่งถึงปลาย ปีพ.ศ.๒๓๐๙ กรุงศรีอยุธยาเริ่มเข้าสู่ภาวะคับขันและเริ่มขาดแคลนเสบียง

พระเจ้าตากซึ่งขณะนั้นเป็นพระยาวชิรปราการ และได้รับมอบหมายให้ตั้งทัพ อยู่ที่ค่ายวัดพิชัยเห็นว่าอยุธยาจะพ่ายแพ้ในการสู้รบครั้งนี้เป็นแน่ จึงตัดสินใจนำกำลังประมาณ ๕๐๐ นาย เป็นชาวจีนส่วนหนึ่ง เคลื่อนพลทั้งบนหลังม้าและเดินเท้าตีฝ่าวงล้อมพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาไปในเดือนมกราคม พ.ศ.๒๓๑๐ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ ๓ เดือนก่อนที่ทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดี จะบุกประชิด และขุดทำลายฐานของกำแพง แล้วใช้ไฟเผาจนกำแพงเมืองพังทลายลง ทำให้พม่าเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ และรบเอาชนะได้ในวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๓๑๐ ซึ่งนับเป็นวันที่สยามต้องเสียอิสรภาพอีกครั้งหนึ่ง

การยกกำลังหนีออกจากกรุงศรีอยุธยาของพระเจ้าตากมิได้มีวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อเอาตัวรอด แต่ได้มีความตั้งใจที่จะต้องออกไปรวบรวมไพร่พลจนมากเพียงพอ และสร้างความเข้มแข็งของกำลังพลให้พร้อมที่จะกลับมาต่อสู้เพื่อกู้เอกราชคืนจากพม่าให้ได้ โดยได้มุ่งหน้าไปทางหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก อันเป็นบริเวณที่พม่าไม่ได้ยกกำลังเข้ามา

พระเจ้าตากได้รวบรวมไพร่พลไปตลอดเส้นทาง ตั้งแต่นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และในที่สุด ตัดสินพระทัยว่าจะต้องตีเมืองจันท์ให้แตก เพื่อเป็นฐานรวบรวมกำลังพลและเตรียมพร้อมในการกลับเข้ามากู้ชาติ

พระองค์ได้ใช้กลยุทธ์ “ทุบหม้อข้าว” โดยในเย็นวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๑๐ หลังจากกำลังพลทุกนายกินอาหารเย็นแล้ว ได้สั่งให้ทุบหม้อข้าวหม้อแกงทั้งหมด เป็นการส่งสัญญาณว่าหากเข้าตีเมืองจันท์แล้วต้องพ่ายแพ้ ก็หมายความว่าอาหารเย็นมื้อนั้นจะเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต

ในตอนเช้ามืดของวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๑๐ พระองค์ทรงนำทัพซึ่งขณะนั้นมีไพร่พลประมาณ ๒,๐๐๐ นายบุกเข้าประชิดกำแพงเมือง โดยพระองค์เอง ประทับบนหลังช้างพังคีรีบัญชร เข้าชนประตูเมืองจันท์พังทลายลงทำให้ทหารทั้งหมดสามารถจะบุกเข้าเมืองจันท์รบเอาชนะได้ โดยพระยาจันทบุรีได้พาครอบครัวหลบหนีไป

ชัยชนะของพระเจ้าตากนับตั้งแต่แหวกวงล้อมพม่าจนตีเมืองจันท์ได้นั้น จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ หากขาดเสียซึ่งขุนศึกคู่พระทัยที่มีความกล้าหาญเข้มแข็ง มีความสามารถในการรบ และสติปัญญา ในการวางแผนได้อย่างแน่นอน

นับเป็นโชคดีของพระองค์และสยามประเทศ ที่ได้ ๔ ทหารผู้กล้ามาร่วมรบจนการกู้ชาติและเอกราชคืนมานั้นสำเร็จลงได้โดยใช้เวลาเพียง ๗ เดือน นับจากวันที่กรุงศรีอยุธยาล่มสลาย โดยพระองค์ได้รวบรวมไพร่พลประมาณ ๕,๐๐๐ นาย ยกทัพเรือประมาณ ๑๐๐ ลำ ล่องทะเลจากจันทบูรเข้าสู่ปากน้ำเจ้าพระยา สู่กรุงธนบุรี รบเอาชนะกองกำลังพม่า และยกต่อขึ้นไปโจมตีค่ายโพธิ์สามต้นของพม่า ที่มีสุกี้พระนายกองเป็นผู้บัญชาการทัพจนแตกพ่าย สุกี้เสียชีวิตในที่รบ และอิสรภาพของชาติไทยได้กลับคืนมาในวันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๓๑๐

นายทหารกล้าขุนศึกคู่พระทัย ๔ นาย ที่ถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติคือพระยาพิชัย พระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา และหมื่นราชเสน่หา

พระยาพิชัย มีชื่อเดิมว่าจ้อย ต่อมาได้ถูกเรียกว่านายทองดี ฟันขาว เกิดที่บ้านห้วยคา อำเภอพิชัยจังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ.๒๒๘๔ เมื่อเติบโตขึ้นได้เข้าศึกษา อยู่กับท่านพระครู วัดมหาธาตุ เป็นผู้ที่เก่งกล้าทั้งเชิงมวยและเชิงดาบอย่างมาก ในครั้งหนึ่งได้มีโอกาสต่อยมวยต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าตาก เอาชนะคู่ต่อสู้ได้หมด พระเจ้าตากเห็นความสามารถจึงได้รับเข้ามารับราชการด้วย จนได้รับแต่งตั้งเป็นองครักษ์ มีชื่อว่าหลวงพิชัยอาสา และเข้าร่วมรบในการกู้เอกราชกับพระเจ้าตากมาโดยตลอด เคยรบต่อสู้กับพม่าด้วยดาบสองมือจนดาบหัก จึงมีสมัญญานามว่าพระยาพิชัยดาบหัก ในท้ายที่สุดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองพิชัย

พระเชียงเงิน ไม่มีประวัติตอนเยาว์วัยมากนักเพียงแต่ถูกบันทึกไว้ว่า เป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน ซึ่งอยู่ในจังหวัดตาก เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าตาก ตั้งแต่ครั้งที่พระเจ้าตากออกมาจากกรุงศรีอยุธยา ถึงแม้จะมิได้มีความสามารถในการรบเป็นพิเศษ แต่พระเจ้าตากก็มีพระเมตตาและสั่งสอนวิธีการต่อสู้ให้โดยตลอด เป็นผู้ที่มีทรัพย์ศฤงคารและกำลังคนอยู่มาก ที่ได้เอามาใช้สนับสนุนการรบกู้ชาติด้วย ตำแหน่งท้ายสุดคือพระยาท้ายน้ำ ปกครองเมืองสุโขทัย

หลวงพรหมเสนา เกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๒๗๙ ที่เมืองตาก รับราชการกับพระเจ้าตากมาตั้งแต่ต้น และติดตามพระเจ้าตากมากรุงศรีอยุธยาด้วยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๓๐๗ หลวงพรหมเสนาเป็นนักรบฝีมือฉกาจ ทั้งการใช้ดาบและธนู และยังมีวิชาอาคมด้วย ช่วยสักยันต์เพื่อลงคาถาอาคมให้กับนักรบที่ร่วมรบ เป็นหนึ่งในขุนทหารที่ร่วมตีฝ่าวงล้อมทัพพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา และร่วมรบกับพระเจ้าตากโดยตลอด ตำแหน่งท้ายสุดคือเจ้าพระยานครสวรรค์ ปกครองเมืองนครสวรรค์

หมื่นราชเสน่หา มีนามเดิมว่าบุญมาเป็นน้องของนายทองด้วงซึ่งต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้รู้จักกับพระเจ้าตากตั้งแต่ครั้งที่รับราชการในตำแหน่ง “นายสุจินดา หุ้มแพร” ในสมัยของพระเจ้าเอกทัศ เมื่อกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตกนั้นนายบุญมาได้หลบหนีมาอยู่ที่บางกอก เมื่อทราบว่าพระเจ้าตากรวบรวมไพร่พล จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกมาสมทบและร่วมทัพกับพระเจ้าตากตั้งแต่นั้น เป็นทหารเอกที่พระเจ้าตากโปรดปรานมากรวมทั้งวางพระทัยเป็นพิเศษ ได้ร่วมรบกับพระเจ้าตากในทุกสมรภูมิ แม้แต่การปราบก๊กและชุมนุมต่างๆรวมทั้งทัพพม่าที่พยายามกลับมารุกรานหลังจากที่สยามกู้เอกราชคืนมาแล้ว รวมทั้งศึกบางกุ้งและศึกอะแซหวุ่นกี้ ได้รับการสถาปนาเป็นวังหน้าในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงพระนามว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท หรือกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เป็นตำแหน่งเทียบเท่ากับพระมหาอุปราช

การกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสำเร็จลงได้ด้วยพระปรีชาสามารถอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ประกอบกับการมีขุนศึกคู่พระทัยที่มีความสามารถและเข้มแข็งในการรบ รักชาติและสู้ไม่เคยถอย

ก็คงจะไม่ต่างกับการบริหารบ้านเมืองในขณะนี้ หากเปรียบนายกรัฐมนตรีเป็นแม่ทัพ ก็จำเป็นจะต้องมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งมีประสบการณ์ และความรักชาติมาเป็นขุนศึกคู่ใจ เพื่อนำชัยชนะมาสู่บ้านเมืองให้จงได้

การเข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีของคุณศุภจีสุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประกาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งล้วนเป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ก็เชื่อว่าน่าจะเนื่องมาจากรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านนั้น ได้พิจารณาเห็นว่าเมื่อคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น บ้านเมืองอยู่ในภาวะเกือบจะถึงวิกฤต และจำเป็นที่จะต้องมีผู้มาช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านดังกล่าว คงได้พิจารณาแล้วว่าตนเองมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์พอเพียง ในการที่จะมาช่วยขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าและผ่านพ้นภาวะวิกฤตไปได้

แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ผลงานของรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่าน ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ภาวะที่เกือบวิกฤตทางเศรษฐกิจ การคลัง และการเมือง ซึ่งรวมทั้งการต่างประเทศ ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นตามลำดับ และมีแนวโน้มชัดเจนว่าจะดีขึ้นไปกว่านี้ อันจะทำให้ประเทศหลุดจากบ่วงที่ฉุดรั้งไว้นานพอสมควรให้ก้าวไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะทำให้การพัฒนาประเทศมีมากขึ้น ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนที่รักชาติทุกคน ต้องให้การสนับสนุนการดำเนินการ ของรัฐบาล ของรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่าน ตลอดจนคณะรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่ในยามนี้ หากนายกฯ และรัฐมนตรีทุกท่านทำหน้าที่ได้ดี บนพื้นฐานของความรักชาติและความซื่อสัตย์สุจริต ก็ถือว่าท่านได้ตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินเกิด อันจะทำให้ชีวิตของท่านประสบแต่สิ่งที่ดีงาม ตลอดไปอย่างแน่นอน

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:30 น. ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน
06:15 น. ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569
06:00 น. อุโมงค์ถล่มดับ2 เส้นรถไฟดอยหลวง แฉเหตุเจอฝนสะสม
06:00 น. อิหร่านสั่งปิดฮอร์มุซอีก หักหน้าทรัมป์
ดูทั้งหมด
อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี
อายุเป็นเพียงตัวเลข อ้อม พิยดา ฉลองวันเกิด 51 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์
ชื่นมื่น หยดน้ำ นัดดาภรณ์ ลูกสาว ปู อนุวัฒน์ ขวัญฤดี ควงแขนเจ้าบ่าวเข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอบอุ่น
พรุ่งนี้น้ำมันลดราคา เบนซิน ลง 1.50 บาท ดีเซล ลง 1.30 บาท
โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร
ดูทั้งหมด
ได้ข้อคิดที่ตรงกับสถานการณ์ในยุคนี้ จากภาพยนตร์ NETFLIX I Can Only Imagine 2 (3) จบ
สายพันธุ์นักเลือกตั้ง
ทนายปีศาจ กับการเพิกถอนใบอนุญาตว่าความ
บุคคลแนวหน้า : 22 มิถุนายน 2569
เรียนรู้อะไร จากการลงมือทำจริง ของ ‘คุณหมอเหรียญทอง แน่นหนา’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คิงชาร์ลส์ เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก

แฟนๆแห่ยินดี มินนี่ ภัณฑิรา เผยข่าวดีตั้งท้องลูกคนแรก

ปลอดสาร ไม่แปลว่า ปลอดเชื้อ หมอเจด ยกเคส ต้าเหนิง แม้เลือกกินเฮลตี้ แต่ยังติดเชื้อไวรัส

ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ

เอกนัฏ ประกาศ ไฟทาง-ไฟสาธารณะ ต้องมีเจ้าภาพ ลดต้นทุนแฝง ค่าไฟฐาน

ภราดร ย้อน พริษฐ์ ชี้ แก้ รธน.ต้องยึดหลักการ ไม่ใช่ยึดตัวบุคคล

  • Breaking News
  • ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน
  • ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก ‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569
  • อุโมงค์ถล่มดับ2  เส้นรถไฟดอยหลวง  แฉเหตุเจอฝนสะสม อุโมงค์ถล่มดับ2 เส้นรถไฟดอยหลวง แฉเหตุเจอฝนสะสม
  • อิหร่านสั่งปิดฮอร์มุซอีก  หักหน้าทรัมป์ อิหร่านสั่งปิดฮอร์มุซอีก หักหน้าทรัมป์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

15 มิ.ย. 2569

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

8 มิ.ย. 2569

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิบังควร

หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มิบังควร

1 มิ.ย. 2569

หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

หายนะ เพราะไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย

25 พ.ค. 2569

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

ทางเชื่อมอันดามันอ่าวไทย ยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญ

18 พ.ค. 2569

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

กู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เป็นเรื่องจำเป็น

11 พ.ค. 2569

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

การค้าที่ชาญฉลาด พาชาติเดินหน้า

4 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved