Logo วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

อาณาจักรที่อยู่เหนือต่อประเทศไทยขึ้นไป ปัจจุบันคือสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาหลายพันปี แต่ถ้าย้อนขึ้นไปถึงปี พ.ศ. ๑๗๕๔ ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า อาณาจักรแห่งนี้ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิมองโกล อันมีจอมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คือเจงกิสข่าน

ถึงแม้เจงกิสข่าน จะไม่ได้ปกครองจีนทั้งแผ่นดิน แต่ก็ทรงนำทัพมองโกล รุกรานและยึดครองพื้นที่ตอนเหนือของจีนได้สำเร็จในปี พ.ศ.๑๗๕๔ จนกระทั่งเสียชีวิตในปี พ.ศ.๑๗๗๐ และหลังจากนั้นแผ่นดินจีนก็ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว ในยุคของจักรพรรดิกุบไล ข่าน ซึ่งเป็นหลานชายของเจงกิสข่าน และเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์หยวนตั้งแต่ปี พ.ศ.๑๘๑๔ จนถึง พ.ศ.๑๙๑๑


ความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิทั้งสองพระองค์นั้นมาจากการที่ทรงมีกองทัพม้าที่ยิ่งใหญ่มาก และด้วยกองทัพม้านี่เองทำให้พระองค์สามารถขยายอาณาเขตตั้งแต่ทะเลดำไปจดมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจนถึงอาณาจักรเปอร์เซีย ถึงดินแดนจนเกือบสุดตะวันออกกลางและยุโรป

กองทัพม้าของเจงกิสข่าน นั้นถือว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นหัวใจของการสร้างจักรวรรดิมองโกลที่แผ่ไพศาลที่สุด จุดเด่นและความยิ่งใหญ่ของกองทัพม้ามองโกลมาจากความคล่องตัวและการส่งกำลังบำรุงขั้นสุดยอด ทหารม้าแต่ละนายจะมีม้าศึก ๓-๕ ตัว ไว้สลับสับเปลี่ยนเพื่อให้เดินทางได้ไกลเป็น ๑๐๐ กิโลเมตรต่อวัน มีทักษะการรบบนหลังม้ารวมทั้งการใช้ธนูขณะขี่ม้าอย่างยิ่งยวด มียุทธวิธีในการล้อมและหลอกล่อ เป็นกลยุทธ์เอกลักษณ์ โดยการแสร้งถอยทัพ และตลบกลับมาโจมตีอย่างรวดเร็ว การจัดระเบียบทัพตามอัตรากำลังคนเป็นหน่วยสิบ ร้อย พัน รวมทั้งมีระบบข่าวกรองและอาวุธที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การใช้เครื่องยิงหิน

หลังจากกุบไล ข่าน ขึ้นครองราชย์แล้ว ก็ยังมุ่งแผ่ขยายอาณาจักรมาทางใต้ โดยในครั้งหนึ่งได้ยกทัพม้าลงมาเพื่อรุกรานและหวังปกครองอาณาจักรล้านนา ในสมัยของพญามังรายซึ่งขณะนั้นมีความเข้มแข็งมากพอสมควร มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่าปาไป่สีฟู่ ซึ่งแปลว่าดินแดนสนมแปดร้อย

ในปี พ.ศ.๑๗๙๖ กุบไล ข่าน เริ่มขยายอาณาจักรลงมาทางใต้ของจีน โดยยกกองทัพม้ามีม้านับหมื่นตัวพร้อมทหารมุ่งหน้าสู่อาณาจักรต้าหลี่ และรบเอาชนะได้อย่างง่ายดาย ยึดเอาอาณาจักรนั้นไว้ แล้วเริ่มจัดเตรียมกองทัพในมณฑลยูนนานแห่งนี้เพื่อจะรุกต่อลงมาทางใต้ โดยการวางแผนอย่างละเอียดรัดกุม ตั้งเป้ายกลงมารุกรานเพื่อจะครอบครองทั้งพุกามซึ่งก็คือพม่า ล้านนาและไดเวียดซึ่งก็คือเวียดนามไว้ให้ได้ทั้งหมด โดยได้เข้ายึดพุกามและเวียดนามไว้ได้ก่อน

หลังจากนั้นจึงมีการเตรียมทัพอย่างดีเพื่อรุกรานล้านนามีการศึกษาเส้นทางและภูมิประเทศอย่างละเอียด แล้วเริ่มเคลื่อนทัพลงมารุกสิบสองปันนาก่อน เพื่อเตรียมที่จะข้ามแม่น้ำโขงลงมาพิชิตทุกเมืองในอีกฟากหนึ่ง ซึ่งก็คืออาณาจักรล้านนาทั้งหมดนั่นเอง

เมื่อพญามังรายทราบว่าจะมีการรุกของทัพมองโกล ก็เตรียมการตั้งรับโดยการร่วมมือกับเมืองเงินยาง เชียงราย หริภุญไชย ฝาง และยังได้ชักชวนสหายรักต่างเมืองอีก ๒ พระองค์เพื่อเข้าร่วมต่อสู้ด้วยคือพ่อขุนงามเมืองแห่งเมืองพะเยา และพ่อขุนรามคำแหงแห่งอาณาจักรสุโขทัย โดยร่วมทำหน้าที่เป็นกองเสบียงและกองหนุน

แผนการของกุบไล ข่าน ถูกระงับไปเนื่องจากพระองค์สวรรคตเสียก่อน แต่กษัตริย์เต มี ข่าน ซึ่งขึ้นครองราชย์แทนก็ยังคงยึดแผนเดิม โดยในปีพ.ศ.๑๘๔๔ ได้ให้แม่ทัพหลิวเซิน พร้อมทหารม้า๒๐,๐๐๐ นายยกทัพมาบุกเชียงใหม่ กองทัพม้าของมองโกลมีความชำนาญในการรบบนพื้นราบ การเคลื่อนที่ผ่านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน มีฝนตกและชื้นแฉะเกือบตลอดจึงเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง และยังต้องเผชิญกับไข้ป่าและแมลงพิษ ทหารเจ็บป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจนกองทัพเริ่มอ่อนแอ ประกอบกับมีการก่อกบฏในมณฑลยูนนาน จนทำให้แม่ทัพหลิวเซินต้องถอยทัพกลับ จึงถูกกษัตริย์เต มี ข่าน สั่งประหารเพราะพ่ายแพ้สงคราม

ในส่วนของประวัติศาสตร์ชาติไทยในสมัยอาณาจักรอยุธยานั้น คนจำนวนไม่น้อยจะเข้าใจว่ากองทัพม้าที่เข้มแข็งที่สุดคือทัพม้าของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ด้วยเหตุที่พระองค์ในขณะที่เป็นพระยาวชิรปราการและได้รับมอบหมายให้ต่อสู้ทัพพม่าที่มารุกรานอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น แต่เมื่อเห็นว่าอยุธยาไม่สามารถจะต้านทัพพม่าได้แน่ จึงนำทัพม้าพร้อมทหารติดตามประมาณ ๕๐๐ นายหนีออกจากค่ายโพธิ์สามต้น โดยมีเป้าหมายจะต้องกลับมากู้เอกราชคืนให้ได้ ซึ่งในที่สุดพระองค์ก็ทำได้สำเร็จ

แต่โดยแท้จริงแล้วกองทัพม้าที่เข้มแข็งที่สุดในสมัยอยุธยาคือกองทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์จะทรงใช้กองทัพม้าที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และทหารม้าที่มีความสามารถในการรบในการต่อสู้กับศัตรูเสมอ รวมทั้งในสงครามยุทธหัตถีในปี พ.ศ.๒๑๓๕ ที่พระองค์ได้นำทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาโดยมีทั้งทัพช้างและทัพม้า เพื่อไปตั้งรับทัพของ
พระมหาอุปราชามังสามเกียด และหลังจากที่พระองค์มีชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีแล้ว ก็ได้ใช้กองทัพม้าในการติดตามและรุกไล่ทหารของฝ่ายศัตรูให้ถอยกลับออกไป

บทบาทของทหารม้าได้ถูกลดลงเรื่อยๆ จนถึงปลายสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้สร้างกองทัพสมัยใหม่ขึ้น และในที่สุดจากการใช้ม้าเป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นรถถัง ยานเกราะและรถสายพานลำเลียง โดยยังคงชื่อของหน่วยรบไว้ว่ากองพลทหารม้า กองพันทหารม้า ซึ่งยังคงมีความเข้มแข็งและเป็นกำลังรบหลักของกองทัพไทยด้วย

ขณะนี้ประเทศไทยมีกองพลทหารม้า๒ กองพล และกองพันทหารม้า ๓๑ กองพัน ตั้งอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และเป็นกำลังรบที่พร้อมจะเข้าต่อสู้กับข้าศึก โดยมีรถถังประจำการประมาณ๗๐๐ คัน ยานเกราะประมาณ ๕๐๐ คัน และรถสายพานลำเลียงอีกประมาณ ๙๐๐ คัน

รถถังที่ประจำการอยู่นั้น เป็นรถถังที่มีสมรรถนะในการรบสูง ประกอบไปด้วยรถถังหลัก อาทิรถถัง VT-4 ของจีนประมาณ ๖๐ คัน รถถังT-84 Oplot-T ของยูเครน ๔๙ คัน รถถัง M60A1, M60A3 Patton และM48A5 ของอเมริกาจำนวนหนึ่งและยังมีรถถังเบาอีกด้วย

ข่าวด้านการทหารเมื่อ ๕-๖ วันที่ผ่านมานี้ อาจจะทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งเกิดปริวิตก ก็คือการที่เขมรได้รับมอบรถถังจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน ๙๓ คัน โดยได้ส่งมอบแล้วเป็น ๓๙ คัน โดยเป็นรถถังเก่าที่จีนไม่ได้ใช้แล้วคือรถถังรุ่น T59 D ซึ่งส่งมาให้เขมรตามข้อตกลงที่มีอยู่เดิม

ก็แน่นอนว่าหลังจากเข้าประจำการในกองทัพเขมรแล้ว ก็คงถูกส่งออกมาไว้บริเวณชายแดนที่ติดไทย ที่เคยเกิดการรบระหว่างไทยและเขมร เมื่อ ๘-๙ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังคงมีกำลังทหารตั้งรักษาการอยู่

มีข่าวประปรายอยู่เสมอว่าเขมรกำลังสะสมสรรพาวุธและกำลังทหารรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมที่จะสู้รบกับไทยอีกรอบหนึ่ง โดยขณะนี้ก็ได้กระทำการในลักษณะ การยั่วยุและพยายามคุกคามบริเวณชายแดนเป็นระยะๆ ทั้งๆ ที่ ๒ ประเทศได้มีข้อตกลงเรื่องการหยุดยิงและการเจรจาเรื่องเขตแดนอันอาจจะนำไปสู่การสงบศึก ถ้ามีการตกลงกันได้

ในการรบกับเขมรที่ผ่านมานั้น กองทัพบกไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทหารม้าของเรา ที่ได้นำรถถังออกต่อสู้กับกองทัพเขมร ได้แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพ และความเชี่ยวชาญในการรบ โดยในการต่อสู้กันโดยใช้รถถังนั้น ทหารไทยสามารถทำลายรถถังของเขมรได้จำนวนหนึ่ง รวมทั้งมีส่วนอย่างยิ่งในการเข้ายึดดินแดนที่เคยเป็นของไทยกลับคืนมาได้เกือบทั้งหมด โดยรถถังฝ่ายไทยไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ไม่มีใครอยากจะเห็นสงคราม และไทยก็เป็นประเทศที่รักสันติภาพ แต่หากใครก็ตามหรือประเทศใดก็ตามคิดจะรุกรานไทย โดยเฉพาะเขมรนั้น ก็ขอให้คิดให้ดี ซึ่งคำพูดนี้ ก็เป็นคำพูดของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย เพราะเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่มีความสามารถ ความกล้าหาญ เข้มแข็งและอดทน รวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าในทั้ง ๓ เหล่าทัพ โดยกองทัพไทยถูกจัดให้เป็นกองทัพที่มีความเข้มแข็งอันดับที่ ๒๔ ของโลก ในขณะที่เขมรอยู่ในอันดับที่ ๙๕ ซึ่งหากเขมรจะรุกรานและก่อสงครามอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่มีวันที่จะเอาชนะกองทัพไทยได้ จึงเป็นเรื่องที่ชาวไทยไม่ควรจะต้องหวั่นวิตกเลยแม้แต่น้อย

“แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพศัตรูกล้ามาประจัน จะอาจสู้ริปูสลาย” เป็นโครงที่ประพันธ์โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เพื่อให้คนไทยได้ทราบว่า ถึงแม้เราจะรักสงบ แต่หากใครมารุกราน เราก็พร้อมจะต่อสู้เสมอ จนกว่าจะได้รับชัยชนะ จึงขอยืนยันว่า หากเขมรคิดจะมารุกรานอธิปไตยของไทยอีกครั้งหนึ่ง คงต้อง “คิดให้ดี”

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:30 น. เล็งเปิดประมูลปี70 ดันรถไฟ‘ชุมพร-ท่าเรือระนอง’
06:15 น. ชงโรดแมป‘อุตฯอวกาศ’ ชิงตลาด1.5ล้านล้านดอลลาร์
06:05 น. ชีพจรโลกธุรกิจ : 30 กรกฎาคม 2569
22:00 น. โฆษก ทบ.แจงกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด ขณะเคลียร์พื้นที่ชายแดน อดีตเคยเป็นสนามทุ่นระเบิด
21:37 น. ว่านไฉ โพสต์ขอโทษปมแจ้งข่าว ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หลังถูกมองแย่งซีน
ดูทั้งหมด
สะเทือนโลก เวเนซุเอลา ประกาศถอนตัวจาก ICC แฉระบบเน่าเฟะ-รังแกประเทศเล็ก
เปิดโผแต่งตั้งโยกย้าย บิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ล่าสุด! สุริยะ จ่อเสนอเข้าครม.พรุ่งนี้
โรงกลั่นน้ำมันซาอุฯพินาศ ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดขีปนาวุธ 2 ลูก ฮูตียิงจากเยเมน
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ.2569
กัน จอมพลัง โพสต์ระดมกล้อง CCTV ช่วยนราฯ 'รอมฎอน'โผล่ถามงบ เจอสวนกลับหน้าหงาย
ดูทั้งหมด
ด้อยค่าบ้านตัวเองว่ากะลาแลนด์
มหากาพย์‘คดีป่วยทิพย์’ชั้น 14
ถึงเวลาที่พรรคการเมืองต้องทบทวนตัวเอง
ปู่ทรัมป์ถอย
ยิ่งชีพ ไอลอว์ และพวก ยิ่งออกทะเล
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ว่านไฉ โพสต์ขอโทษปมแจ้งข่าว ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หลังถูกมองแย่งซีน

แม้ตัวจากไป แต่ใจยังผูกพัน วิจัยชี้พื้นที่ออนไลน์ช่วยโอบกอดหัวใจผู้สูญเสีย

ผอ. JIC ไทย ซัดกัมพูชา มีแต่กล่าวหาไร้หลักฐาน ปมเชลยศึก ย้ำพร้อมพิสูจน์ผ่านกลไกสากล

ปลอดภัยแค่ไหน? ฝรั่งอึ้งสาวไทยนั่งนับเงินฟ่อนบนรถไฟฟ้ากลางดึก ล่าสุดเจ้าตัวเฉลยที่มาสุดพีค

เกรซ กาญจน์เกล้า อวดลุคสายลุยกลางป่า ลุคนี้ทั้งเท่ทั้งเซ็กซี่

ดร.ณัฏฐ์ สอนมวย ยิ่งชีพ ความผิดเกี่ยวพันหลายท้องที่ พบเห็นที่ไหน แจ้งได้ทุกท้องที่

  • Breaking News
  • เล็งเปิดประมูลปี70 ดันรถไฟ‘ชุมพร-ท่าเรือระนอง’ เล็งเปิดประมูลปี70 ดันรถไฟ‘ชุมพร-ท่าเรือระนอง’
  • ชงโรดแมป‘อุตฯอวกาศ’ ชิงตลาด1.5ล้านล้านดอลลาร์ ชงโรดแมป‘อุตฯอวกาศ’ ชิงตลาด1.5ล้านล้านดอลลาร์
  • ชีพจรโลกธุรกิจ : 30 กรกฎาคม 2569 ชีพจรโลกธุรกิจ : 30 กรกฎาคม 2569
  • โฆษก ทบ.แจงกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด ขณะเคลียร์พื้นที่ชายแดน อดีตเคยเป็นสนามทุ่นระเบิด โฆษก ทบ.แจงกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด ขณะเคลียร์พื้นที่ชายแดน อดีตเคยเป็นสนามทุ่นระเบิด
  • ว่านไฉ โพสต์ขอโทษปมแจ้งข่าว ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หลังถูกมองแย่งซีน ว่านไฉ โพสต์ขอโทษปมแจ้งข่าว ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หลังถูกมองแย่งซีน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

27 ก.ค. 2569

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

รถถังเขมร ๙๓ คัน ไทยรึจะหวั่นเกรง

15 มิ.ย. 2569

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

เงินถุงแดง ช่วยกู้ชาติในภาวะวิกฤต

8 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved