วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะในเรื่องของการนำทัพเข้าต่อสู้อริราชศัตรู เพื่อปกป้องและรักษาอิสรภาพของชาติเอาไว้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อการอยู่ดีกินดีของราษฎร การทำนุบำรุงและพัฒนาบ้านเมือง ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง แต่ที่สำคัญยิ่งคือการกู้ชาติ ซึ่งถือว่าเป็นพระราชภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกู้ชาติและประกาศอิสรภาพใน ปีพ.ศ. ๒๑๒๗ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติในปี พ.ศ.๒๓๑๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงดำเนินพระบรมราโชบายให้ชาติรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสในเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒
แต่เรื่องหนึ่งที่คนไทยทั้งหลายควรจะรำลึกไว้คือการรักษาชาติที่รัชกาลที่ ๕ ทรงกระทำนั้น อาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาดเสียซึ่งเงินถุงแดง ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ท่านได้ทรงสะสมไว้
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและสมเด็จพระศรีสุราลัย ประสูติเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๓๓๐ และเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ.๒๓๖๗ โดยก่อนหน้านั้นพระองค์ทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์กำกับราชการกรมท่า กรมพระคลังมหาสมบัติ และยังทรงได้รับพระกรุณาให้แต่งสำเภาหลวงออกไปค้าขาย ณ เมืองจีน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถด้านการค้าขายและการเจริญสัมพันธไมตรีจนทำให้ชาติมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างสูงในสมัยนั้น
ในช่วงก่อนที่จะขึ้นครองราชย์นั้นพระองค์ทรงรับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระบรมราชชนกด้วยความจงรักภักดี มีความหวังดีต่อบ้านเมืองและเมตตาต่อไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ในยามที่เงินแผ่นดินขาดแคลน พระองค์ได้นำเงินส่วนพระองค์ที่ได้จากการค้าสำเภากับนานาประเทศขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศนภาลัยทรงยกย่องตรัสเรียกว่า “เจ้าสัว” ถือว่าเป็นพระราชสมัญญานามของพระองค์
ในการจัดเรือสำเภานำสินค้าไปค้าขายต่างประเทศนั้น พระองค์จัดให้มีทั้งสำเภาหลวง เงินที่ได้จากการค้าขายในส่วนนี้จะถูกนำเข้าไว้ในคลังหลวง และสำเภาส่วนพระองค์ ซึ่งเงินที่ได้มาในส่วนนี้จะถูกแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกจะทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ ๒ เพื่อนำเข้าพระคลังหลวง อีกส่วนหนึ่งทรงเก็บไว้เป็นเงินส่วนพระองค์ ใส่ไว้ในถุงแดงข้างที่พระบรรทมเรียกว่าเงินพระคลังข้างที่
เมื่อเงินเต็มถุงก็จะทรงนำเข้าพระคลังหลวงไว้เป็นสมบัติแผ่นดินทั้งหมด โดยพระราชทานเป็นระยะๆ เงินที่เก็บไว้ในถุงแดงนั้นเป็นเหรียญเงินเม็กซิโก ซึ่งเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมในการค้าขาย หลายประเทศให้การยอมรับ โดยลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน มีรูปนกอินทรีกางปีกปากคาบอสรพิษซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเม็กซิโกอยู่บนด้านหนึ่งของเหรียญ ไทยเรียกเหรียญนี้ว่าเหรียญนก
ในปี พ.ศ ๒๔๓๖ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดกรณีพิพาทอย่างรุนแรงระหว่างไทยกับจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส ซึ่งออกล่าอาณานิคมและได้ขยายอิทธิพลเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิรวมถึงประเทศไทย จนเกิดเป็นวิกฤตการณ์ ร.ศ.๑๑๒
ฝรั่งเศสได้นำเรือรบบุกเข้ามาทางอ่าวไทย ได้ต่อสู้กับเรือรบของไทย ถึงแม้จะได้รับชัยชนะแต่ก็เกิดความเสียหาย แต่ก็นำเรืออีกส่วนหนึ่งผ่านปากน้ำเจ้าพระยา มาเทียบท่าอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสในพระนครได้สำเร็จ ได้หันปืนใหญ่บนเรือเข้าสู่พระบรมมหาราชวังและยื่นคำขาดแก่รัฐบาลไทยเรียกร้องให้ไทยต้องจ่ายเงิน ๓ ล้านฟรังก์ เป็นเงินเหรียญเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ โดยกำหนดให้จ่ายภายใน ๔๘ ชั่วโมง มิฉะนั้นกองทัพเรือฝรั่งเศสจะปิดอ่าวไทย สั่งทูตฝรั่งเศสออก และไทยอาจตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัชกาลที่ ๕ ทรงเห็นว่าเพื่อให้ชาติอยู่รอด จึงนำเงินถุงแดงทั้งหมดที่มีอยู่เกือบ ๓ ล้านฟรังก์เพื่อจะจ่ายให้ฝรั่งเศส แต่ก็ยังไม่พอเพียง ทำให้เจ้านายชั้นบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนข้าราชการให้การช่วยเหลือ นำทรัพย์สินเงินทองเครื่องประดับและของมีค่าแลกเป็นเงินเหรียญรวมใส่ถุงเพื่อสมทบให้ได้เงินครบตามจำนวน รวมทั้งหมด ๘๐๑,๒๘๒ เหรียญ เป็นน้ำหนักมากกว่า ๒๓ ตัน ขนออกจากพระราชวังไปลงเรือที่ท่าราชวรดิษฐ์ เพื่อมอบให้ฝรั่งเศสให้ทันกำหนด ๔๘ ชั่วโมง
เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เศร้าโศกเสียพระราชหฤทัยเป็นอันมาก จนเป็นเหตุให้ประชวรหนักจากการที่ฝรั่งเศสเข้ามารุกรานแผ่นดิน จนท้อพระทัย แต่ก็ทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตมาได้ ทั้งนี้ต้องนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง และยังเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ที่ได้พระราชทานเงินถุงแดงที่เก็บสะสมไว้ให้แผ่นดินด้วย ซึ่งทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต ก็สามารถนำไปเป็นค่าไถ่บ้านเมืองและรักษาเอกราชของชาติให้เป็นมรดกตกทอดมาได้จนถึงทุกวันนี้
เหตุการณ์วิกฤตของชาตินั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ ในสมัยอดีตกาลมักจะเกิดขึ้นจากสงครามเพื่อการแย่งชิงราชอาณาจักร แต่ในยุคปัจจุบันนี้มักจะเกิดจากเหตุ ๒ ประการ คือวิกฤตการณ์การเมืองและคือวิกฤตการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อฐานะของรัฐบาล ประเทศชาติ และความเป็นอยู่ของประชาชน อันเป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องได้รับการเยียวยารักษา
ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของไทยในช่วงระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยจะดีนัก อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือที่เรียกกันว่าGDP อยู่ในระดับต่ำ หนี้สินครัวเรือนมีมากถึงระดับ ๙๐% และหนี้สาธารณะขึ้นไปแตะที่ระดับ ๗๐% ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายพอสมควร และหากปล่อยให้ทิ้งไว้จะมีผลกระทบ ต่อฐานะเศรษฐกิจของชาติอย่างแน่นอน
การกระตุ้นเศรษฐกิจจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ภาวะวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ผ่านพ้นไป เพื่อให้การพัฒนาในด้านต่างๆ สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ประเทศชาติมีความเจริญก้าวหน้าและการอยู่ดีกินดีของประชาชนกลับคืนมา
รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรีได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังมีปัญหา จึงต้องมีความพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพยุงเศรษฐกิจเอาไว้ให้ได้เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไป มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากคนภายนอกที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์พอเพียงที่จะบริหารความตกต่ำนี้ให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติและดีขึ้นกว่าเดิมในท้ายที่สุด
การนำบุคคลดังกล่าว ที่มีความกล้าหาญในการบริหารการเปลี่ยนแปลงเข้ามาร่วมรัฐบาลในกระทรวงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับการหาเงินเข้าประเทศให้ได้มากที่สุด ซึ่งความสำเร็จก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้วจาก GDP ที่เริ่มขยับตัวสูงขึ้น แต่ถึงกระนั้นภาวะวิกฤตก็ยังไม่ผ่านพ้นไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่
จึงเป็นที่มาของการที่คณะรัฐมนตรีต้องออกพระราชกำหนดการกู้เงินในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ ๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา กำหนดกรอบเงินกู้ไว้เป็นจำนวน
๔ แสนล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะถูกแบ่งออกเป็น๒ ส่วนจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนแรกจะถูกนำไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนตั้งแต่กลุ่มที่เปราะบางและมีรายได้ประจำน้อยขึ้นมาเป็นที่มาของการเกิดโครงการไทยช่วยไทยพลัส อีกส่วนหนึ่งนั้นจะนำไปใช้ในการดำเนินการเพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชาติในระยะยาว
หลังจากการเริ่มต้นโครงการไทยช่วยไทยพลัส๖๐/๔๐ คือเมื่อต้องการซื้อของราคา ๑๐๐ บาทประชาชนจะจ่ายเงินตัวเองเพียง ๔๐ บาทส่วนอีก ๖๐ บาทนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้ โดยผลปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการประมาณ ๒๖ ล้านคน จากโควตา ๓๐ ล้านคน เริ่มเห็นผลลัพธ์ในทางที่ดี เพราะเป็นการช่วยลดภาระของประชาชนที่มีสิทธิ์ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและย่อมส่งผลดีต่ออัตราการเติบโตของ GDP อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าจะมีพรรคการเมืองดำเนินการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่ ก็เชื่อว่าผลการพิจารณาของศาลนั้น จะออกมาในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
ในวิกฤตเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒ เราต้องใช้เงินจำนวนมากให้กับชาตินักล่าอาณานิคม แต่ก็ทำให้ชาติผ่านพ้นวิกฤตมาได้ โดยนำเงินถุงแดงหรือเงินจากพระคลังข้างที่ของรัชกาลที่ ๓ มาใช้
เมื่อมีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสามารถใช้เงินกู้จากการออกพระราชกำหนด ให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตไปได้เช่นเดียวกัน เพื่อให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นกว่าเดิม หวังว่าพรรคฝ่ายค้านซึ่งก็หวังอำนาจเช่นเดียวกันนั้น จะไม่ทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้งบประมาณเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ซึ่งอาจทำให้ชาติต้องได้รับผลกระทบในทางลบ ซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดีอย่างแน่นอน
ปิยะ เนตรวิเชียร

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 22-28 ก.ค.69
ภราดร ซัด ยิ่งชีพ เชื่อคนปล่อยข่าว จี้ถามตกลง เขา ที่ว่าน่ะใคร
พบกระบะต้องสงสัย ถูกเผาทำลายหลักฐาน ในอ.ศรีสาคร ห่างจุดคนร้ายปาระเบิด-กราดยิงไม่ไกล
ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ
เปิดชนวนเหตุ ดรามา 'คัลแลน-พี่จอง' เยือน อุทยานฯ ตาดโตน หลังแฟนคลับติงสปอยล์คลิปก่อนออนแอร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี