Logo วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประวัติศาสตร์การรบครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในสมัยอาณาจักรอยุธยาตอนต้นคือการที่สมเด็จพระไชยราชาธิราชยกทัพไปต่อสู้กับทัพของพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ที่เมืองเชียงกราน และยึดเอาเมืองเชียงกรานไป การศึกครั้งนั้นทัพของสมเด็จพระไชยราชาฯ สามารถเอาชนะได้โดยไม่ยาก ทั้งนี้ นอกจากความเข้มแข็งของกองทัพแล้ว ยังได้มีการให้ทหารรับจ้างชาวโปรตุเกสมาร่วมรบด้วย ซึ่งทหารเหล่านั้นมีอาวุธปืนยาวเพื่อใช้ในการสู้รบ นับเป็นการสู้รบที่มีการใช้อาวุธปืนเป็นครั้งแรก

อีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถือว่าสำคัญที่สุดในเรื่องการใช้อาวุธปืนในการสู้รบ คือเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ได้รับคำสั่งจากพระเจ้านันทบุเรง พระราชโอรสผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าบุเรงนองแห่งหงสาวดี ให้ยกทัพไปช่วยตีกรุงอังวะ แต่เมื่อทรงทราบว่าพระเจ้านันทบุเรงได้วางแผนกำจัดพระองค์ จากการบอกกล่าวของท่านกุโสดอพระสงฆ์ชาวมอญพระอาจารย์ของพระองค์ ที่ได้รับทราบข่าวนี้มาจากพระยาเกียรติกับพระยารามที่เป็นลูกศิษย์อีกต่อหนึ่ง พระองค์จึงยกทัพกลับก่อนที่จะถึงกรุงหงสาวดี โดยได้กวาดต้อนผู้คนอยุธยาที่ถูกนำไปอยู่กรุงหงสาวดีภายหลังจากสงครามช้างเผือก กลับสู่อาณาจักรอยุธยาด้วย


เมื่อทัพของสมเด็จพระนเรศวรเสด็จมาถึงแม่น้ำสะโตง และได้เคลื่อนกำลังข้ามแม่น้ำมายังอีกฝั่งหนึ่ง ก็เป็นช่วงขณะที่สุรกรรมา แม่ทัพพม่าได้ติดตามมาจนถึงริมแม่น้ำ และกำลังจะยกคนข้ามไปเพื่อจับตัวสมเด็จพระนเรศวร พระองค์จึงทรงใช้ปืนคาบศิลา เป็นปืนยาว ๙ ศอกใช้ดินดำเป็นตัวผลักดันกระสุน โดยอัดดินปืนเข้าทางปากกระบอก ใส่กระสุนเข้าไป และด้านท้ายกระบอกจะมีชนวนที่เรียกว่าเชือกไฟ เมื่อจุดชนวนนี้ก็จะทำให้เกิดการลุกไหม้ และทำให้ดินปืนระเบิดผลักดันกระสุนออกไป โดยยิงได้ครั้งละนัดเดียว ประทับยิงสุรกรรมา

กระสุนที่ถูกยิงออกไปนั้นวิ่งข้ามแม่น้ำสะโตง และจะด้วยพระปรีชาสามารถ หรือจากพระบุญญาอภินิหารก็ตาม กระสุนลูกนั้นเข้ากระทบร่างสุรกรรมา จนตกจากหลังช้างเสียชีวิตทันทีทำให้ทัพพม่าต้องยกกลับเพราะขาดซึ่งแม่ทัพแล้ว พระแสงปืนนี้ต่อมาได้รับการขนานนามว่าพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง

โปรตุเกสเป็นชาติแรกที่นำอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างระยะไกล ไม่ต้องมีการประชิดตัวมาใช้ในอาณาจักรอยุธยา และก็ได้นำอาวุธปืนชนิดต่างๆ เข้ามาสู่อาณาจักรด้วย ไม่ว่าจะเป็นปืนสั้น ปืนยาว และปืนใหญ่ ทำให้รูปแบบของการสู้รบเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ส่วนชาติอื่นๆ ที่นำปืนเข้ามาเผยแพร่ ก็ เช่น สเปนและฮอลันดา ซึ่งชาติเหล่านี้ต่างก็มาทำมาค้าขายในภูมิภาคสุวรรณภูมิ ทำให้ปืน ถูกนำมาใช้ในกองทัพของชาติอื่น อาทิ พม่าด้วยเช่นกัน โดยส่วนของปืนยาวและปืนสั้นนั้น ผู้ที่มีโอกาสใช้คือแม่ทัพนายกองเท่านั้น

ปืนทุกชนิดจึงกลายเป็นอาวุธหลักที่สำคัญของกองทัพมากขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งถึงช่วงอาณาจักรรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ กองทัพสยามก็จัดหาอาวุธ ปืนระบบใหม่จากยุโรปอย่างเป็นทางการมาเป็นอาวุธปืนประจำกองทัพ ปรับกองทัพให้ทันสมัยขึ้น ได้มีการนำปืนสั้นมาเป็นอาวุธประจำกายของนายทหารและตำรวจด้วย

ปืนสั้นที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้นเป็นของยี่ห้อ Colt และ Bruwning เป็นปืนแบบลูกโม่ที่เรียกว่า Revolver บรรจุกระสุนได้ ๕-๖ นัด บรรจุกระสุนขนาดหน้าตัด ๐.๒๒ และ ๐.๓๘ นิ้วหรือ ๙ มม. ที่เห็นกันบ่อยๆ ในภาพยนตร์คาวบอย ซึ่งต่อมามีการพัฒนาปืนให้เป็นการบรรจุกระสุนในแมกกาซีนที่เรียกว่า Pistol ทำให้บรรจุกระสุนได้มากขึ้นนับเป็น ๑๐ นัด ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ Glock, CZ, Sig Sauer และ Smith & Wesson

ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ สมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากการรัฐประหารของคณะราษฎร ก็ได้มีความพยายามสร้างและผลิตปืนพกสั้นขนาด ๙ และ ๑๑ มม. ที่มีอำนาจทำลายล้างสูงขึ้นเพื่อใช้ในราชการทหาร

เมื่อปืนเป็นอาวุธที่ได้รับความนิยม แต่ก็เป็นอาวุธที่อันตราย และเริ่มมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งในหมู่ประชาชนและผู้มีอำนาจและอิทธิพล ก็สามารถสั่งซื้อได้เอง จึงมีการออกประกาศเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืนขึ้น เป็นกฎหมายหลักในการควบคุมการมีและใช้อาวุธปืนของประชาชนทั่วไป ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยได้ยกเลิกประกาศก่อนหน้านั้นทั้งหมด ซึ่งประกาศฉบับแรกคือ พ.ร.บ. อาวุธปืนปีพุทธศักราช ๒๔๗๗

เนื้อหาสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้มีอาทิ

มาตรา ๗ ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ ซื้อ มี ใช้ สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนเว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

มาตรา ๘ ห้ามมิให้ผู้ใด มีเครื่องกระสุนปืน ซึ่งมิใช่สำหรับใช้กับอาวุธปืนที่ตนได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้

มาตรา ๘ ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใด พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย ทั้งนี้ ยกเว้น เจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่พิทักษ์รักษา ความสงบเรียบร้อยของประชาชน ทหาร และตำรวจที่อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

และยังมีมาตราอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตรวมทั้งบทกำหนดโทษด้วย รวมทั้งหมด ๘๘ มาตรา

กฎหมายฉบับนี้ถ้านับถึงปัจจุบันก็ออกมาแล้วเกือบจะครบ ๘๙ ปี มีการปรับปรุงเพียงครั้งเดียวในปีพ.ศ. ๒๕๔๓ โดยเป็นการปรับปรุงแค่การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนเท่านั้น

เหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์และนับเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่กระทบต่อภาพรวมของสังคม คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่๗ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ ซึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สุดไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้แพร่หลายไปยังต่างประเทศด้วย โดยมีสำนักข่าวต่างประเทศติดตามนำเสนอเรื่องนี้หลายสำนัก

เป็นเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนชายอายุเพียงแค่ ๑๔ ปี ของโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อันเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง ได้นำอาวุธปืนสั้นพร้อมกระสุนจำนวนมากเข้ามาในโรงเรียน และใช้อาวุธนั้นยิงทำร้ายครูบาอาจารย์ พนักงานภารโรง ตลอดจนเพื่อนนักเรียนด้วยกัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นครูจำนวน ๔ ราย เจ้าหน้าที่ ๑ รายและนักเรียนผู้ก่อเหตุ ๑ ราย โดยมีผู้บาดเจ็บทั้งสาหัสและไม่สาหัสรวมอีกเป็นจำนวน ๒๗ ราย

และเมื่อสืบสวนกลับไป ยังพบว่าเด็กชายรายนี้ได้ปลิดชีวิตปู่และย่าที่เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กๆที่บ้านพักโดยใช้ปืนกระบอกนั้นอีกด้วย รวมมีผู้เสียชีวิต ๘ ราย และอาจจะเพิ่มมากกว่านั้น นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญเป็นอย่างยิ่ง

มีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะสังคมในระดับครอบครัว ซึ่งไม่ว่าการสอบสวนจะออกมาอย่างไร ก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น เพราะเรื่องจริงแล้วไม่มีใครรู้อย่างแน่นอน เนื่องจากเด็กผู้กระทำการก็ได้จบชีวิตของตัวเองไปแล้ว

หากวิเคราะห์ในเชิงจิตวิทยาก็คงต้องบอกว่า เด็กชายรายนี้ก่อนจะตัดสินใจกระทำการ ได้ตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถจะควบคุมความคิดและการกระทำของตัวเองได้แล้ว โดยจะมีมูลเหตุอย่างไรก็เป็นเรื่องที่จะต้องพูดกันไป

การขาดสติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะในเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะส่งผลเสียที่ติดตามมารุนแรงมากน้อยเพียงใด เป็นสิ่งที่ไม่อาจบอกได้ล่วงหน้า ซึ่งคงไม่ต่างกับภูเขาไฟก่อนที่จะระเบิด ที่อาจจะมีสัญญาณเตือนเพียงเล็กน้อย และเมื่อถึงเวลาระเบิด ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่อาจคาดคำนวณได้เลย

การเลี้ยงดูลูกหรือเด็กถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการสร้างความรัก และความอบอุ่นในครอบครัวให้เกิดขึ้นตั้งแต่เยาว์วัย และพ่อแม่จะต้องไม่เริ่มต้น ในการมีส่วนร่วมทำลายชีวิตของลูกหรือเยาวชน ด้วยการตามใจอย่างไม่มีเหตุผล การอบรมสอนสั่งลูกให้รู้จักถูกผิดรู้ว่าสิ่งได้เป็นเรื่องดี สิ่งใดเป็นเรื่องไม่ดี จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในกรณีนี้การหย่าร้างของพ่อแม่ตั้งแต่เด็กยังอยู่ในวัยเยาว์จึงน่าจะเป็นส่วนสำคัญของผลที่ตามมา

ในเรื่องของอาวุธปืนนั้น ปืนสามารถจะใช้ทำร้ายหรือทำลายชีวิตผู้คนได้ ถึงแม้จะมีกฎหมายที่ละเอียดและเข้มงวดปานใดก็ตาม กฎหมายนั้นจะไม่มีประโยชน์เลย หากมีการละเลยหรือไม่มีการบังคับใช้โดยผู้ที่มีอำนาจบังคับใช้ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ต้องตระหนักและให้ความสำคัญ อันจะนำไปสู่การปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เกรงอิทธิพลใดๆ เสียที ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่หลายๆ ครั้งในอนาคตอย่างแน่นอน

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

10 ส.ค. 2569

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

3 ส.ค. 2569

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

27 ก.ค. 2569

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved