วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประวัติศาสตร์ของชาติมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ แต่บางเรื่องก็ไม่ค่อยจะได้มีใครกล่าวถึงมากนัก ส่วนใหญ่ก็จะมองภาพเฉพาะเรื่องราวสำคัญ อาทิ พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของชาติหากยอมรับว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแรกของอาณาจักรสยามก็คือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกระทำยุทธหัตถีและมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชามังสามเกียดในปีพ.ศ. ๒๓๑๕ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เวลาแค่ ๗ เดือนในการกู้อิสรภาพคืนมาได้ในปีพ.ศ. ๒๓๑๐ เหล่านี้ เป็นต้น
แต่ยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ และไม่ค่อยได้รับความใส่ใจอีกไม่น้อยที่น่าจะต้องเรียนรู้ และหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนมีการพูดกันว่า ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย เช่น การทุจริตประพฤติมิชอบหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง ก็เป็นเรื่องที่เกิดแล้วเกิดอีก
เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง กษัตริย์พระองค์แรกของอาณาจักรอยุธยาขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ.๑๘๙๕ พระองค์ได้เริ่มให้มีการออกกฎหมายที่เรียกว่าพระไอยการอาชาหลวง ซึ่งได้มีการบัญญัติเพิ่มเติมมาอีกหลายคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์พระองค์ที่ ๘แห่งอาณาจักรอยุธยา ซึ่งครองราชย์นานถึง ๔๐ ปี
บทบัญญัติในพระไอยการอาชาหลวง ส่วนใหญ่เป็นการลงโทษข้าราชการที่ทุจริตประพฤติมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่หรือใช้อำนาจโดยไม่ชอบ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่เพราะเห็นแก่สินบน ความผิดฐานเบียดบังพระราชทรัพย์ต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระไอยการอาชาหลวงได้ถูกยกเลิกไปในปีพ.ศ. ๒๔๕๑ รวมระยะเวลาที่ใช้อยู่ถึง ๕๕๖ ปี
การทุจริตประพฤติมิชอบหรือฉ้อราษฎร์บังหลวงในสมัยอยุธยา มักจะเกิดในรูปแบบของการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนผ่านตำแหน่งหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องผลประโยชน์จากระบบการค้าของหลวงและการเรียกรับสินบนทั้งจากราษฎรและพ่อค้าต่างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่เจ้านายหรือขุนนางไม่ได้รับเงินเดือนประจำจากท้องพระคลัง
ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันเป็นยุคที่อาณาจักรอยุธยามีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากมีเรื่องราวเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบที่โดดเด่นเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ อาทิ
การผูกขาดการค้าและเก็บภาษีซ้ำซ้อนโดยขุนนางระดับสูงในกรมพระคลัง ใช้อำนาจหน้าที่ผูกขาดสินค้า กดราคา รับซื้อสินค้าจากราษฎร แต่นำไปขายต่อในราคาสูง หรือแสวงหาผลประโยชน์จากเรือสินค้าต่างชาติที่เข้ามาเทียบท่า รวมทั้งการขูดรีดภาษีจากพ่อค้าเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
มีชาวต่างชาติที่มารับราชการและได้รับยศถาบรรดาศักดิ์ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคือเจ้าพระยาวิไชเยนทร์ ชื่อเดิมคือนายคอนสแตนติน ฟอลคอน ซึ่งเป็นชาวกรีกที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่วัยรุ่น จนในที่สุดได้เข้าทำงานกับบริษัทอีสต์อินเดียของอังกฤษ และเดินทางเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา เข้าทำงานกับเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก)หรือพระคลังในขณะนั้น ทำหน้าที่ด้านการค้าขายจนไต่เต้าขึ้นสู่อำนาจอย่างรวดเร็ว แต่ในที่สุดก็มีส่วนพัวพันกับการฉ้อราษฎร์บังหลวงด้วย จากการผูกขาดการค้าและการใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง และยังทำความผิดอื่นๆ จนนำไปสู่การถูกประหารชีวิต
นอกจากนั้นยังมีการทุจริตในรูปแบบอื่นเช่นการเรียกรับสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ
โดยขุนนางเรียกรับผลประโยชน์หรือสิ่งของมีค่าจากพ่อค้าต่างชาติ เพื่อแลกความสะดวกในการเดินเรือและค้าขาย
และยังมีเรื่องที่ขุนนางส่วนภูมิภาคใช้อำนาจรีดเอาทรัพย์สินหรือแรงงานจากไพร่ที่อยู่ใต้การปกครองมาเป็นสมบัติส่วนตัว
ซึ่งคดีความทั้งหมดนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ใช้พระไอยการอาชาหลวง ที่มีบทลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต และริบราชทัณฑ์เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการปลดหรือประหารขุนนางที่ทำการทุจริตประพฤติมิชอบ ตามที่มีบันทึกไว้โดย มองซิเออร์ เดอลา ลูแบร์ ซึ่งเป็นทูตชาวฝรั่งเศสในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ที่ได้เดินทางมายังอยุธยา เช่น การสอบสวนกรณีของเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) ในคดีทุจริตเรื่องการสร้างป้อมปราการโดยการได้รับสินบนค่าจ้าง จนในที่สุดถูกตัดสินลงโทษโดยการโบยด้วยหวาย จนนำไปสู่การถึงแก่อสัญกรรมในที่สุด
ในปลายสมัยอาณาจักรอยุธยา ช่วงรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ เป็นยุคที่ขุนนางและผู้มีอำนาจใช้อิทธิพลทุจริต ขูดรีดราษฎรอย่างหนัก โดยมีคดีอื้อฉาว ที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำและการทุจริตประพฤติมิชอบ อาทิ คดีภาษีผักบุ้ง ซึ่งมีมหาดเล็กชื่อนายสังข์ ใช้อำนาจตั้งตนผูกขาดการรับซื้อผักบุ้งโดยบังคับให้ราษฎรเก็บผักบุ้งมาขายให้ตนเพียงผู้เดียวในราคาถูกแล้วนำไปขายให้ผู้อื่นในราคาที่แพงมาก ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก และยังมีการนำข้าวเปลือกทั้งหมดในกรุงศรีอยุธยาไปเก็บไว้ในที่ของตนเองเพื่อบีบให้ประชาชนต้องซื้อข้าวในราคาแพง
ในยุคนั้นราษฎรที่มีความเดือดร้อนมากไม่สามารถจะนำเรื่องไปร้องเรียนกับขุนนางผู้ใหญ่ที่เกรงกลัวต่ออำนาจของพระสนมเป็นอย่างมาก และขุนนางบางกลุ่มยังปล่อยปละละเลย ร่วมมือกันแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน จนทำให้ระบบบริหารบ้านเมืองอ่อนแอ ขาดเสถียรภาพทางการทหารอันนำไปสู่การล่มสลายของอาณาจักร
การทุจริตประพฤติมิชอบหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ที่เรียกกันว่าคอร์รัปชันนั้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้สังคมส่วนรวมเสียหายอย่างที่สุด และเรื่องนี้ก็เกิดขึ้นได้ไม่ว่าประเทศนั้นๆ จะปกครองในระบอบใดก็ตาม
ระบอบการปกครองในโลกยุคปัจจุบัน แบ่งคร่าวๆ ออกได้เป็น ๒ แบบใหญ่ คือระบอบประชาธิปไตย ที่แบ่งย่อยเป็นแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และแบบมีประธานาธิบดีเป็นประมุข อีกระบอบหนึ่งคือระบอบเผด็จการซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ประเภทย่อยคือเผด็จการทหาร เผด็จการฟาสซิสต์และเผด็จการคอมมิวนิสต์ ซึ่งถึงแม้ทุกระบอบจะมีกฎหมาย ซึ่งมีข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งบทลงโทษที่มีความเข้มงวด การทุจริตประพฤติมิชอบก็ยังคงเกิดขึ้น
ประเทศไทยก็ไม่เคยพ้นห่วงโซ่ของการทุจริตประพฤติมิชอบ จนเกิดเป็นความเคยชิน และถูกยอมรับโดยประชาชนบางส่วน ถึงกับพูดกันว่า รัฐบาลนี้โกง แต่ก็สร้างผลงานให้เศรษฐกิจเติบโต ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ คือยอมรับว่า โกงแล้วพัฒนาดีกว่าโกงแล้วไม่ทำอะไรเลย ซึ่งเป็นทัศนคติที่เลวร้าย
การทุจริตประพฤติมิชอบตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น แทบจะกล่าวได้เลยว่าเกิดขึ้นในทุกรัฐบาล เพียงแต่มากหรือน้อยเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ถึงแม้จะมีกฎหมายของประเทศหรือรัฐธรรมนูญที่ใช้มาแล้วถึง ๒๐ ฉบับ แต่ไม่มีฉบับไหนที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้เพราะการทุจริตคอร์รัปชันนั้นโดยเนื้อแท้แล้วเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของคน
หากพฤติกรรมของคนยังเป็นเรื่องที่มุ่งแต่การทำอะไรเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก ก็ยากที่จะไม่คิดหาประโยชน์เข้ามาสู่ตนเอง มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าบุคคลผู้นั้นมีพื้นฐานในชีวิตอย่างไร และยังยึดมั่นในศาสนาที่มุ่งสอนให้คนเป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่ประพฤติผิด มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาป
ข่าวใหญ่เรื่องการคอร์รัปชันในการสอบเข้าเป็นข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย
สักเท่าไร และเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยไม่อาจปฏิเสธได้ว่าข้าราชการและผู้บริหารบางส่วนมีการรับรู้ และน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ไม่น้อย
ส่วนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตนเองได้มีส่วนส่งเสริมการทุจริตคอร์รัปชันให้เกิดขึ้นด้วยหวังประโยชน์ส่วนตนในการสอบเข้าได้เช่นกัน โดยยินยอมเสียเงินเพื่อซื้อตำแหน่งหน้าที่ เป็นจำนวนเงินที่ตามข่าวกล่าวไว้ว่าตั้งแต่ประมาณ ๓ ถึง ๘ แสนบาท เพื่อเข้าไปรับราชการในอัตราเงินเดือนเริ่มต้นที่ ๑๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเข้าทำงานแล้วก็ต้องถอนทุนคืนอย่างแน่นอน
น่าสงสารผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่น่าจะสอบเข้าได้เอง แต่ต้องถูกตัดรายชื่อทิ้งโดยกระบวนการที่เลวร้ายนี้ของผู้ที่อยู่ในเครือข่ายการคอร์รัปชันทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งนี้องค์กรที่รับผิดชอบการจัดสอบก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน
เรื่องนี้จะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจและจริงใจในการปราบคอร์รัปชันหรือไม่โดยเชื่อว่าผู้มีอำนาจมากสุดในการกระทำการครั้งนี้มิใช่ข้าราชการระดับปลาซิวปลาสร้อยอย่างแน่นอน จึงต้องดูว่ารัฐบาลจะจัดการขุดรากถอนโคนกลุ่มขบวนการทั้งหมดได้จริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่เชื่อว่าชาวไทยส่วนใหญ่กำลังเฝ้าดู
ปิยะ เนตรวิเชียร

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ 6 กรกฎาคม 2569
ไฮสปีด 3 สนามบิน! สามารถ ชี้ยังไม่ถึงทางตัน จี้รัฐเปลี่ยนสูตรลงทุน
ไฟป่ายุโรปวิกฤต เผาพื้นที่กว่า106,000ไร่ ประชาชนนับพันหนีตาย
ซีพี ออลล์ ดำเนินคดีเด็ดขาด 'มาเฟียกดบัตร' อาละวาด-ปาของใส่พนักงาน
เทพไท ชำแหละ ผลนิด้าโพล ชี้ เท้ง ต้องปรับคะแนนนิยมส่วนตัวให้เท่าพรรค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี