Logo วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การทุจริต โกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชาติ แม้ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยจะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ก็มีข้อความในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ ๑ ว่า “ปากประตูมีกระดิ่งอันหนึ่งแขวนไว้ให้ไพร่ฟ้า หน้าปก กลางบ้านกลางเมืองมีถ้อยมีความ เจ็บท้องข้องใจ มันจักกล่าวถึงเจ้าถึงขุนบ่ไร่ลั่นกระดิ่งอันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองได้ยิน เรียกเมื่อถามสวนความแก่มันด้วยซื่อ” เป็นการให้สิทธิ์แก่ราษฎรในการร้องเรียนหรือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่อันเกิดจากขุนนางข้าราชการด้วย ซึ่งอาจจะมีปัญหาในการประพฤติมิชอบ

น่าจะเป็นเหตุให้สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทองได้โปรดให้มีการตรากฎหมายที่เรียกว่าพระไอยการลักษณะอาญาหลวงขึ้นในปี พ.ศ.๑๘๙๕ มีการกำหนดบทลงโทษขุนนางข้าราชการและผู้ที่กระทำการอันเข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบไว้ด้วยกฎหมายนี้เป็นการธำรงพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินในการอำนวยความยุติธรรมและความสงบสุขให้เกิดแก่บ้านเมืองและราษฎรด้วย


ตัวอย่างบทบัญญัติของการใช้กฎหมายนี้ เช่น

“พระเจ้าอยู่หัวมิได้ตรัสให้ไปราชการใดๆ แต่ไปด้วยตัวเองหรืออ้างว่าตรัสให้ไป และไปกระทำการรุกราษฎร์ ข่มเหงไพร่ฟ้า เก็บเอาทรัพย์สิ่งของใดๆ ผู้นั้นมีความผิดฐานรุกราษฎร์เกินเลย ให้ลงโทษ ๘ สถาน” ซึ่งต่ำสุดคือภาคทัณฑ์จนสูงสุดคือประหารชีวิต”

“มีพระราชโองการและพระราชบัญญัติใช้ให้กระทำราชการ และเพทุบายเอาแต่เงินทอง ทรัพย์ เข้าของ เหย้าเรือนลูกเมีย ข้าคนเขามาเป็นประโยชน์แห่งตนก็ดี แลนายพระธำมรงค์ นายมหาดไทย นายคดีผู้ไปเรียก หากมิส่งคนให้พิจารณาโดยกระทรวงคดีก็ดี แลมิทำตามพระราชนิยมกรมอันท่านอายัตไว้ โดยกระทรวงการนั้นก็ดี ท่านใช้ให้ไปสืบเอากิจจานุกิจ แลมิไปเอาราชกิจตามท่านใช้ก็ดี ท่านว่ามีโทษ ๖ สถาน”

พระไอยการลักษณะอาญาหลวงถูกใช้ต่อเนื่องมาตลอดอาณาจักรอยุธยา โดยมีการปรับปรุงหลายครั้ง เช่นในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ต้นราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งอาณาจักรรัตนโกสินทร์ มีการนำมารวมไว้ในกฎหมายตราสามดวง และมีการใช้ต่อเนื่องมาจนยกเลิกการใช้ใน พ.ศ.๒๔๕๑ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ซึ่งมีการตรากฎหมายสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับอารยประเทศ

หลังจากการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยผู้ที่อ้างตนว่าเป็นคณะราษฎร ภายใต้การนำของพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา โดยผู้ที่เป็นมันสมองอยู่เบื้องหลังน่าจะเป็นนายปรีดี พนมยงค์การปกครองของประเทศจึงต้องมีผู้บริหารสูงสุดที่เรียกว่านายกรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายหลักของประเทศที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ

การเข้ามาบริหารประเทศที่มีการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อส่งผู้แทนเข้ารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการแต่งตั้งผู้แทนของพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลมาเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเริ่มเกิดขึ้น

และหลังจากนั้น กระบวนการที่อาจจะเรียกว่า“สมบัติผลัดกันชม” ก็เกิดขึ้นโดยตลอดมา ทั้งในรูปแบบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญ รวมไปถึง รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารด้วย

เรื่องที่น่าแปลกมากก็คือทุกรัฐบาลเมื่อเข้ามาบริหารประเทศ มักจะมีความพยายามในการแก้กฎหมายสูงสุดของประเทศอยู่เสมอ จึงทำให้ประเทศไทยนับจนถึงปัจจุบันนี้มีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง ๒๐ ฉบับ

การขอแก้รัฐธรรมนูญมักจะมีเหตุผลเสมอว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน แต่โดยเนื้อแท้แล้วมีเรื่องแอบแฝงอยู่เสมอ ว่าสิ่งที่จะทำขึ้นใหม่ต้องเป็นประโยชน์แก่พรรคการเมืองที่บริหารประเทศอยู่ด้วยเสมอ

โดยรัฐธรรมนูญแล้ว หากผู้ใดไม่กระทำผิดกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ ก็จะไม่ถูกทำโทษอย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ไม่กระทบประชาชนผู้สุจริตอยู่แล้ว เพียงแต่มีนักการเมืองและคนบางกลุ่มบางเหล่าที่เสียประโยชน์ หรือไม่อาจจะกระทำการบางอย่างที่ตัวเองมีความเห็นขัดแย้งได้

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ก็มีบทบัญญัติที่เขียนไว้เพื่อป้องกันและลงโทษผู้กระทำผิด โดยเฉพาะในกรณีของการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบหรือคอร์รัปชัน และมีบทลงโทษต่อนักการเมืองที่ประพฤติผิดในกรณีนี้มากพอสมควร เช่น การเว้นวรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือการถูกตัดสิทธิ์ในการสมัครเป็นผู้แทนราษฎร ซึ่งการลงโทษนั้นอาจจะมีทั้งทางแพ่งและทางอาญาร่วมด้วยในบางกรณี

แต่ก็ยังมีผู้ที่กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบหรือคอร์รัปชันอยู่เสมอ ดังกรณีที่เป็นเรื่องฉาวโฉ่อยู่ในขณะนี้ คือการสอบเข้าเป็นพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่กล่าวกันว่าผู้ที่น่าจะกระทำผิดมิใช่มีเฉพาะผู้ปฏิบัติงานระดับล่างเท่านั้น แต่พัวพันไปถึงผู้บริหารระดับกรรมการ ผู้อำนวยการ ระดับอธิบดีหรือสูงกว่านั้นและอาจพัวพันถึงนักการเมืองด้วยซึ่งขณะนี้กระบวนการสอบสวนได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีการตั้งคณะกรรมการหลายคณะเพื่อดำเนินการ

ที่มาที่ไปของการสอบทุจริตครั้งนี้ เกิดจากเริ่มมีเบาะแสและมีผู้ร้องเรียนเรื่องการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยเริ่มแต่การจัดสอบที่มีการประกวดราคา หาผู้ดำเนินการจัดสอบ ซึ่งผลปรากฏว่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ชนะการประมูล โดยเสนอราคา ๑๓๓ ล้านบาทในขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เสนอราคาเพียง ๙๘.๖ ล้านบาท

มหาวิทยาลัยราชภัฏฯ จึงดำเนินการยื่นอุทธรณ์ แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่าการอุทธรณ์ดังกล่าวฟังไม่ขึ้น จึงให้ มศว เป็นผู้ชนะการเสนอราคาและรับจ้างเหมาดำเนินการจัดสอบต่อไป

ต่อมามีผู้พบว่าการจัดสอบ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ ซึ่งมีผู้สมัครสอบมากกว่า ๔ แสนคนโดยมีตำแหน่งงาน ๖,๖๖๙ อัตรานั้น ข้อสอบที่ออกโดย มศว ถูกวิจารณ์ว่าง่ายผิดปกติ

แต่เมื่อมีการสอบครั้งต่อมาที่ภาคใต้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ กลับพบว่า ข้อสอบครั้งใหม่นี้ยากกว่าเดิมมาก แต่ข้อสอบในรอบนี้กลับมีผู้สมัครสอบทางภาคใต้สอบผ่านได้ขึ้นบัญชีจำนวนมากกว่าที่อื่น จนนำมาซึ่งข้อสงสัยว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตเกิดขึ้น มีการบรรจุผู้สอบผ่านไปแล้ว ๓,๙๖๗ จากผู้เข้าสอบ ๒๗๙,๐๐๐ คนโดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีผู้ได้รับการบรรจุถึง ๒๔๒ คน

ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ จึงมีการรายงานข่าวเรื่องการทุจริตในการสอบ โดยมีประเด็นทุจริตหลายเรื่อง อาทิ การสอดใส่ชื่อ การซื้อตำแหน่งเก้าอี้โดยมีการแก้ไขคะแนนสอบ ซึ่งต่อมาปรากฏหลักฐานชัดเจน

ปลายเดือนมิถุนายน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีการตรวจยึดเอกสารจำนวนมากซึ่งรวมถึงสำเนากระดาษคำตอบรวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ มีการจับตัวผู้ต้องหาในคดีนี้รวม ๓ ราย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา และในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ได้มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) มีการลงมติให้ยกเลิกประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขัน ๕,๙๒๔ คน เพื่อจะดำเนินการคัดผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตออกมาทั้งหมดจากกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงคะแนน กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และจัดลําดับผู้ผ่านการสอบอย่างถูกต้องใหม่

พฤติกรรมการกระทำผิดในครั้งนี้มี ๒ รูปแบบ ได้แก่ การวิ่งเต้นจ่ายเงินโดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินหลายแสนบาทให้นายหน้าหรือนักการเมืองท้องถิ่น เพื่อแลกกับการการันตีผลสอบ การแก้ไขกระดาษคำตอบโดยขบวนการนี้มีการร่วมมือ ระหว่างเจ้าหน้าที่หรือผู้คุมสอบเพื่อเปลี่ยนคำตอบหลังจากสอบเสร็จแล้วเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งทั้งสองเรื่องมีเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งนายหน้าระดับท้องถิ่นเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งผู้ที่ต้องถูกลงโทษนั้นจะต้องมีทั้งผู้ที่ใช้เงินจ้างเพื่อให้สอบได้ และผู้ที่สร้างกระบวนการในการโกงทั้งหมดด้วย

การโกงการสอบครั้งนี้จึงเป็นเป้าใหญ่อันหนึ่งของรัฐบาล ว่ามีความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หากผลการสอบสวนโยงไปถึงบุคคลที่อยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของรัฐบาล ย่อมเป็นการทำลายชื่อเสียงของรัฐบาลอย่างแน่นอน นายกรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการให้เกิดการลงโทษอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนของใครอยู่ฝ่ายไหน และผลสรุปการสอบสวนนั้นต้องไม่ทำให้สังคมเกิดความคลางแคลงใจว่าผู้ถูกลงโทษเป็นเพียงตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้นมิฉะนั้นคลื่นลูกใหญ่อีกหลายลูกซึ่งกำลังวิ่งเข้าหารัฐบาลนั้นจะถาโถมจนทำให้รัฐบาลต้องซวนเซถึงกับล้มก็เป็นได้

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

ปืน กฎหมายต้องถูกบังคับใช้

10 ส.ค. 2569

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

ชาติอยู่รอด เพราะรักและสามัคคี

3 ส.ค. 2569

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

ปราบทุจริต ต้องจริงจังและจริงใจ

27 ก.ค. 2569

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

ติเรือทั้งโกลน เพื่ออะไร

20 ก.ค. 2569

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

ยามสงบเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์

13 ก.ค. 2569

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

อดีตถึงปัจจุบัน คอร์รัปชันไม่เปลี่ยนแปลง

6 ก.ค. 2569

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

UNCLOS จะแก้ปัญหาพิพาทไทยเขมรได้หรือ

29 มิ.ย. 2569

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

จอมทัพ ต้องมีขุนศึกคู่ใจ

22 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved