วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นับวัน... ดูเหมือนยิ่งชีพ ไอลอว์ และพวก ก็ยิ่งออกทะเล
นับตั้งแต่นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แถลงต่อสื่อกล่าวหาแกนนำพรรคการเมือง รัฐมนตรี และ สส. ฝ่ายรัฐบาลรวม 9 คน ปมฮั้วเลือก สว. ในประเด็นร้ายแรง โดยเจ้าตัวใช้วิธีผูกเรื่อง ปะติดปะต่อเอาเอง กระทั่งบรรดาผู้ที่ถูกกล่าวหาประกาศจะดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท
ต่อมา ยิ่งชีพ ก็ “ขอร้อง และขอเชิญชวนให้พรรคภูมิใจไทยทบทวน และตัดสินใจใหม่ไม่ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาทต่อผม...” หรือถ้าฟ้อง ก็วางเงื่อนไขให้ผู้จะฟ้องต้องดำเนินการตามสารพัดอย่าง ราวกับว่าเป็นสิทธิของฝ่ายผู้กล่าวหาที่จะกำหนดเงื่อนไขเองให้ฝ่ายที่เป็นผู้เสียหาย !?!
จากนั้น ยิ่งชีพและพวกก็ตีปี๊บเรื่อง “ฟ้องปิดปาก” ทั้งๆ ที่ การฟ้องหมิ่นประมาทไม่ใช่การฟ้องปิดปากเสมอไป และปัจจุบัน ระบบศาลยุติธรรมไทยก็มีคำแนะนำของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการสกัดกั้นการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP) มีแนวทางปฏิบัติคุ้มครองดูแลอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าพฤติกรรมอันเป็นเครื่องชี้เจตนาของนายยิ่งชีพและพวกที่กล่าวหาผู้อื่นนั้นต่างหาก ว่ากระทำโดยสุจริต ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง จริงหรือไม่
1. กรณีผู้เสียหายประกาศจะแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ ในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของผู้เสียหายเอง
ล่าสุด นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ้างว่า ไม่มีกฎหมายใดที่ระบุว่าสามารถแจ้งความตามภูมิลำเนาของผู้เสียหาย หรือสถานที่ที่ผู้เสียหายสะดวกได้
ความบางตอน อ้างว่า “....กฎหมายตอนนี้ ไม่มีใครสามารถไปแจ้งความคนอื่นยังสถานที่ที่ตัวเองสะดวกได้ หรือตามภูมิลำเนาของตัวเองก็ไม่ได้ ใครจะบ้านเกิดอยู่ที่ไหน ทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน ไม่เป็นเหตุตามกฎหมายในการเลือกสถานที่แจ้งความนะครับ เรียนมาเพื่อให้เข้าใจตรงกันก่อน
การแจ้งความผิดท้องที่ เป็นเหตุผลที่ง่ายมากที่ตำรวจจะไม่รับแจ้งความ เราในฐานะประชาชนล้วนประสบปัญหานี้ เช่น เวลากระเป๋าตังค์หายเดินไปแจ้งความตำรวจจะต้องถามคำแรกว่า “หายที่ไหน?” ถ้าตอบแล้วมันไม่อยู่ในเขตอำนาจเค้าจะไม่รับทันที ถ้าวันไหนตำรวจที่ไม่ขยันทำงานก็จะพยายามหาข้ออ้างอธิบายว่าคดีเกิดขึ้นในเขตสน. อื่น แล้วไล่ไปแจ้งความที่อื่น เราล้วนเคยเจอสถานการณ์นี้กันเป็นปกติเมื่อต้องเป็นผู้เสียหาย...”
2. นายศุภชัย ใจสมุทร โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงโต้ตอบ ระบุว่า
“ผม เริ่มเวียนหัวกับความมึนงง ของ น้อง ilaw เสียแล้วสิ
ที่บอกว่าไปแจ้งความคดีหมิ่นประมาทที่อื่นไม่ไดั นอกจากแจ้งที่กรุงเทพฯ เพราะเหตุเกิดที่กรุงเทพฯ
พร้อมยกตัวอย่างเรื่องกระเป๋าหายเขตโรงพักไหน ก็ต้องไปแจ้งเขตโรงพักนั้น พร้อมอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาด้วย
แต่ความเห็นทางกฎหมายของผม ต่างกับ ilaw
ไอ้เรื่องกระเป๋าหาย กับหมิ่นประมาทมันแตกต่างกัน
เพราะสิ่งที่ ilaw ทำ ก็คือแทนที่จะเอาข้อมูลเรื่อง 9 คน ของพรรคภูมิใจไทยไปแอบกระซิบข้างหูคุณ iTim เบาๆ รู้กันสองคนแค่ ilaw กับ iTim คดีหมิ่นประมาทก็คงไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น
แต่นี่คุณกลับยื่นหนังสือแถลงข่าวกันที่โพเดี้ยมในห้องแถลงข่าวของสภา แล้วแถลงข่าวกันอย่างอึกทึกครึกโครม ต่อหน้าสื่อนับร้อย แล้วสื่อก็นำไปเสนอข่าวทางออนไลน์ ทางหน้าหนังสือพิมพ์ สารพัดช่องทาง ผู้คนทั้งหลายก็ได้เห็นได้ยินได้อ่านกันทั่ว ไม่ว่าจะเป็นที่อำนาจเจริญ อมก๋อย สุไหงปาดี บึงกาฬ เหตุจึงเกิดทั่วราชอาณาจักร
ดังนั้น เมื่อเป็นดังนี้ ผู้เสียหายจะร้องทุกข์กล่าวโทษที่โรงพักไหน จะฟ้องศาลจังหวัดใดก็ย่อมจะทำได้ นะครับ”
3. พาลไปถึง สว.คนขายก๋วยเตี๋ยว คนขายหมู ???
นายยิ่งชีพ ยังได้กล่าวหาโจมตีพาดพิงไปถึง สว.สมพาน พละศักดิ์ และนางแดง กองมาเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลงสมัคร สว. กลุ่มที่ 10
จากนั้น นายสมพานและนางแดงระบุว่าเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพ เห็นว่าการกล่าวหาเรื่องนี้มีเจตนาทำให้ประชาชนสับสน ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เสื่อมเสียชื่อเสียง เพราะกกต.ตรวจสอบยกคำร้องไปกว่า 2 ปีแล้ว
นายยิ่งชีพแทนที่จะยอมรับ แต่ยังเรียกร้องให้ฝ่ายที่ตนกล่าวหา เปิดรายละเอียดคำวินิจฉัยเสียอีก
ล่าสุด สื่อมวลชนตรวจสอบรายละเอียดคำวินิจฉัยกกต. พบว่าเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ได้มีการเผยแพร่คำวินิจฉัยยกคำร้องทั้ง 2 ฉบับไว้ โดยเปิดเผย
(1) คำวินิจฉัย กกต.ที่ 249/2567 ลงวันจันทร์ที่ 23 ธ.ค. 2567 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ
.jpeg)
นางแดง ผู้มีสิทธิ์เลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 24 ถูกร้องว่า การที่นางแดงระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร(สว.3)ว่าประกอบอาชีพค้าขายหมูตั้งแต่ปีพ.ศ.2541 แต่ก็เป็นการประกอบอาชีพแผงขายเนื้อสุกร ที่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการประกอบกิจการดังกล่าว นางแดงจึงสมัครรับเลือกเป็นสว.โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร
เหตุผลที่ กกต.ยกคำร้อง ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนได้ความว่า นางแดงขายเนื้อสุกรในตลาดเอกชนวิชิตสิน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 2540 ถึงปัจจุบัน และเป็นกรรมการพัฒนาตลาดสดน่าซื้อตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน นอกจากนางแดงลงลายมือชื่อรับรองว่าตัวเองมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครแล้ว เจ้าของตลาด และผู้ค้าในตลาดเอกชนวิชิตสินรวม 3 ราย ยังลงชื่อรับรองและเป็นพยานให้ รวมถึงผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอก็ไม่ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อมูลว่านางแดงไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จึงได้ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัครรับเลือกระดับอำเภอ ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่านางแดงเป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในกลุ่มที่สมัครมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีตามมาตรา 11(10) และมาตรา 13 (3) และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่านางแดงกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามคำร้อง
(2) คำวินิจฉัยกกต.ที่17/2568 วันจันทร์ที่ 13 ม.ค.2568 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ
นายสมพาน ผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศกลุ่มที่ 10 หมายเลข 99 ถูกร้องว่า การที่นายสมพานระบุประวัติและประสบการณ์ในแบบข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) ว่าประกอบอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวไก่มะระเป็นเวลา 12 ปี แต่ไม่มีใบประกอบกิจการตามที่กฎหมายกำหนดเช่นใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การกระทำของนายสมพานจึงเข้าข่ายรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร สว.
เหตุผลที่กกต.ยกคำร้อง ระบุว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า นายสมพานประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “ปุ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2552 ปรากฏตามใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งออกให้โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานกลางทะเบียนพาณิชย์ ออกวันที่ 4 มิ.ย.2552 โดยมีพยานของนายสมพาน 3 ปากให้การสอดคล้องยืนยันว่านายสมพานขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน และมีร้านหลายสาขาใน อ.เมืองอำนาจเจริญ อีกทั้งนายสมพานให้ถ้อยคำยืนยันว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัคร โดยมีบุคคลลงลายมือชื่อเป็นผู้รับรองและพยานในหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) รวมถึงไม่มีหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแจ้งว่า
นายสมพานเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด ดังนั้น พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายสมพานเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้นไม่น้อยกว่าสิบปี และไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันได้ว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่า นายสมพานกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา มาตรา 11 (10) มาตรา 13 (3) และมาตรา 74 ตามคำร้อง
4. กรณีนายยิ่งชีพกล่าวพาดพิงนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย โดยอ้างว่าวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 มีการจัดงานใหญ่ของนางสุขสมรวยที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ หาว่านางสุขสมรวยจัดงานนี้เพียง 2 วันก่อนเปิดรับสมัคร สว. ทำนองว่าเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.
ปรากฏว่า กรณีดังกล่าว เคยมีการร้องเรียนเรื่องนี้ไปยัง กกต.อำนาจเจริญ และวินิจฉัย “ยกคำร้อง” ไปแล้ว
นอกจากนี้ นางสุขสมรวย ก็เคยฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับผู้ที่กล่าวหาว่างานนี้เกี่ยวกับการฮั้วสว.ไปแล้ว ศาลพิพากษาว่าฝ่ายกล่าวหานั้นมีความผิดฐานหมิ่นประมาทไปแล้ว
คำพิพากษาศาลอาญา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 (คดีดำที่ อ2030/2567 คดีเเดงที่ อ 281/2568) ระหว่างนางสุขสมรวย โจทก์ กับนางทิพย์เพ็ญพักตร์ เฉลิมศรี จำเลย คดีหมิ่นประมาท
โดย “จำเลยรับสารภาพ” ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ปรับ 40,000 บาท เเต่จำเลยรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน ปรับ 20,000 บาท เเต่จำเลยมีพฤติกรรมทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมาตลอด ไม่เคยต้องโทษจำคุก ไม่มีพฤติกรรมเสื่อมเสีย โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้ลงคำขอโทษนางสุขสมรวยในหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ เป็นเวลา 7 วัน
และคดีดังกล่าวจำเลยยื่นคำร้องประกอบคำให้การ “รับสารภาพ” ต่อศาลอาญา ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2567
5. ในทางตรงกันข้าม พอมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบเงินทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของไอลอว์ เพราะเคลื่อนไหวทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องพรรคการเมือง นักการเมือง โดยเลือกข้างชัดเจน และให้กองทุนต่างประเทศตรวจสอบการเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพและไอลอว์บ้าง
ปรากฏว่า ฝ่ายไอลอว์และพวก ยอมรับว่ารับเงินต่างชาติ แต่อ้างว่ารัฐบาลรับเงินต่างชาติเยอะกว่า
ทั้งๆ ที่ มันคนละประเด็น คนละเรื่อง คนละบริบทกันเลย
ประเด็นเรื่องให้กองทุนต่างประเทศให้ตรวจสอบ ilaw ก็เพราะโดยปกติ กองทุนต่างชาติจะสนับสนุนเงินทุน ต้องมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางตัวทางการเมืองขององค์กรผู้รับเงิน กรณีนี้จึงน่าสงสัยว่า กองทุนเหล่านั้นรู้หรือไม่ว่า นายยิ่งชีพ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฯร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับพรรคการเมืองบางพรรคอย่างต่อเนื่อง ซ้ำยังจะตั้งทนายความที่เป็นจำเลย-ผู้ต้องขังในคดี ม. 112 มาเป็นทนายแก้ต่างด้วย
6. เพจ จักรวาลด้อมส้ม ตั้งข้อสังเกตว่า
“...คดีฮั้ว สว. มีมา 2 ปีแล้ว แต่พรรคส้มไม่เล่น จะหาประโยชน์จากเขา น้ำเงินคุมง่ายเป็นรัฐบาลเสียงข้างนอก ครางชื่ออนุทินยกพรรค
ความเป็นจริง คุมไม่ได้ ภจท. ยุบสภา พรรคส้มเลือกตั้งแพ้ขาด เป็นเสียงส่วนน้อยในประเทศ
สว. เริ่มตั้งคนเข้าองค์กรอิสระ ตามกฎหมาย พรรคส้มบ้อท่า สร้างภาพ ระบอบสีน้ำเงิน ต้องล้มให้ได้
ปัดฝุ่นคดีฮั้ว สว. อีกครั้ง รอบนี้ โยงไปที่ 9 ผู้บริหารพรรคน้ำเงิน เล่นข่าวใหญ่โต
ชาวบ้านขอดูหลักฐานว่า 9 สส. เกี่ยวข้องยังไง พรรคส้มและไอลอร์ บอกไม่มี แต่เชื่อว่าเกี่ยว
อ้าววว. ชิหาย กล่าวหาเขาแต่ไม่มีหลักฐาน มีแต่ความเชื่อ ความหวัง และความเสี้ยน
ชาวบ้านสวนกลับ ที่ใกล้เคียงฮั้วและแทรกแซง สว. น่าจะเป็นเครือข่ายพรรคส้มมากกว่า มีทั้งบอสเอก ธนาธร และ เป๋า iLaw ที่รับเงินต่างชาติมาแทรกแซงการเมืองไทย
โดนตีกลับมากๆ เริ่มงอแง บอกฮั้วเหมือนกันแต่ ฉันฮั้วเพื่อประชาธิปไตย ฮั้วคนดี
สรุปเส้นเงินที่ เครือข่ายส้มกล่าวหา 9 สส. พรรคน้ำเงินไม่มี ถ้ามีคงเปิดไปนานแล้ว มีแต่ปลาซิว ปลาสร้อย
ซึ่งพวกนี้ถ้าผิดจริงก็จัดการตามกฎหมาย ไม่มีใครปกป้อง
แต่เครือข่ายส้ม เช่น ธนาธรและ เป๋า iLaw ก็ต้องชี้แจงว่าเอาเงินจากไหนมาใช้เคลื่อนไหว สว. สีส้ม กี่ล้านบาท และเป็นเงินต่างชาติเท่าไหร่
โตแล้ว อย่าซับซ้อน คุยกันตรงๆ ค่ะ”
เอวัง.... นับวัน... ดูเหมือนยิ่งชีพ ไอลอว์ และพวก ก็ยิ่งออกทะเล
สารส้ม

โฆษก ทบ.แจงกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด ขณะเคลียร์พื้นที่ชายแดน อดีตเคยเป็นสนามทุ่นระเบิด
ว่านไฉ โพสต์ขอโทษปมแจ้งข่าว ฮลุน โซโล่ เสียชีวิต หลังถูกมองแย่งซีน
โฆษก กห.แจงชัด! ยันไม่มีการเปิดด่านมนุษยธรรมรับผู้ป่วยกัมพูชา
ธรรมนัส โต้ลั่น! บินโมนาโกแค่พาครอบครัวเที่ยว ปัดแอบพบทักษิณ ยันไม่มีปฏิญญา Monaco
สื่อจอร์เจียรายงาน ฮลุน โซโล่ ถูกพบเสียชีวิตในโรงแรม ตำรวจเร่งหาสาเหตุ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี