เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อก่อนเที่ยงคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 มีผู้เสียชีวิต31 ศพ บาดเจ็บ 59 ราย ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ และนำไปสู่การตื่นตัวเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิงในประเทศไทยอีกครั้ง
สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดานบริเวณหน้าเวที ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้าเหตุเพลิงไหม้ กระแสไฟฟ้าเริ่มตกและสะดุด มีกลิ่นไหม้ ซึ่งตรงกับคำให้การของพยานหลายคนในที่เกิดเหตุ กรณีนี้ เจ้าของกิจการจะอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้
โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ขออนุญาตเปิดกิจการเป็นแบบ ร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง และไม่ถือเป็นสถานบริการ การควบคุมการประกอบกิจการ จึงเป็นไปอย่างไม่เคร่งครัด เช่นไม่มีสปริงเกอร์ (Sprinkler) หรือน้ำพ่นออกมาจากฝ้าเพดานเมื่อเกิดเพลิงไหม้,วัสดุที่กันเสียง ไม่ได้ถูกบังคับให้ใช้เป็นวัสดุที่กันไฟ
ทั้งที่ความเป็นจริง การประกอบกิจการของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวมีลักษณะเป็นสถานบริการมากกว่าจะเป็นร้านอาหารขนาดเล็ก ที่มีดนตรีแสดงตามที่ขออนุญาต และได้รับอนุญาต
ผู้ที่เคยใช้บริการโรงเบียร์ณ ลาดพร้าวแห่งนี้ ได้กล่าวตรงกันว่า เพดานเตี้ยมาก และมีผู้ใช้บริการหนาแน่นมาก โต๊ะแต่ละโต๊ะเมื่อวางเก้าอี้แล้ว แทบจะหันหลังเก้าอี้ชนกัน
เมื่อเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์นี้ คนที่หนีออกไม่ทัน ไม่ทราบว่าจะหนีไปทางไหน เพราะประตูฉุกเฉินไม่ได้ติดป้ายแบบสะท้อนแสงที่ชัดเจน ทั้งอยู่ในตำแหน่งที่หลบซ่อน มีโต๊ะขายของวางกั้นอยู่ และยังปิดล็อกอีกชั้นหนึ่งเพื่อกันไม่ให้ผู้ที่มาเที่ยวหนีกลับโดยไม่ชำระเงินค่าบริการ
ความสูญเสียที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าเกิดจากความประมาทอย่างร้ายแรงของเจ้าของกิจการ และส่วนหนึ่งเกิดจากความประมาทของหน่วยราชการที่ขาดการตรวจสอบ สอดส่อง อย่างจริงจัง
หากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโรงเบียร์แห่งนี้อาจพบการก่อสร้างและต่อเติมที่ไม่ถูกต้อง และไม่ขออนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งจะเป็นประเด็น ในเรื่องความรับผิดของเจ้าของกิจการและ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
ในประเด็นเรื่องการแบ่งเขตกิจการ หรือ โซนนิ่ง (Zoning) ในปัจจุบันนับว่าเป็นปัญหามาก เพราะตามกฎหมาย สถานบริการจะต้องอยู่ห่างจาก วัด และโรงเรียน อย่างน้อย 2 กิโลเมตร ซึ่งในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้ยากยิ่ง จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ดิ้นรนหรือหาวิธีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างอื่นแทน เช่น ร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง ทั้งที่ในทางความเป็นจริงประกอบกิจการเป็นสถานบริการ จึงทำให้มีผลต่อการใช้วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนการก่อสร้าง ไม่ได้เป็นแบบที่เข้มงวดตามที่กำหนดสำหรับสถานบริการ และเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
หากถอดบทเรียน โศกนาฏกรรมซานติก้าผับที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเมื่อ พ.ศ. 2551 ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 67 ศพ และบาดเจ็บ 229 คน หลายคนได้กลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
กรณีซานติก้าผับ เสี่ยขาว เจ้าของกิจการถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุกในคดีอาญา 3 ปี ไม่รอลงอาญาในข้อหาประมาททำให้คนอื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ แต่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รับเงินค่าเสียหายจากเสี่ยขาวน้อยมาก เพราะเสี่ยขาวได้อ้างเหตุและเงื่อนไขต่างๆ มากมาย
อย่างไรก็ตาม กรณีโศกนาฏกรรมซานติก้าผับนี้ ยังนับว่ามีโชคอยู่บ้าง เมื่อศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อพ.ศ. 2559 พิพากษาให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ในอัตรา 25% ของค่าเสียหายทั้งหมด เพราะเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประมาทปล่อยปละละเลยในการปฏิบัติหน้าที่
จากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดนี้ ทำให้บรรดาผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินค่าเสียหายที่แน่นอน เพราะ กทม. เป็นหน่วยงานราชการที่มีตัวตน และไม่หนีไปไหน แม้จะได้เพียง 25% ของค่าเสียหายทั้งหมดก็ตาม แต่ก็นับว่ายังนำมาใช้เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้พอสมควร
ย้อนกลับมากรณี โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กงล้อประวัติศาสตร์ ได้หมุนย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตจะเรียกร้องจากเจ้าของกิจการได้หรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ แต่นับว่าเป็นคำตอบที่ค่อนข้างเลือนลาง เพราะแม้ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รับผิดชดใช้ แต่พอถึงเวลาจะต้องชดใช้จริง เจ้าของกิจการอาจจะมีข้ออ้างสารพัด
ในส่วนของหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบกรณีโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ หากประกอบกิจการจริงเป็นสถานบริการ แต่ได้รับใบอนุญาตเป็นร้านอาหารขนาดเล็กที่มีดนตรีแสดง การตรวจสอบควบคุมดูแล จะถือว่าประมาทหรือไม่, ทางหนีไฟ ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่, การก่อสร้างการต่อเติมอาคารเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่, อัตราส่วนพื้นที่ต่อคน หรือความหนาแน่นของผู้ใช้บริการในสถานที่ 0.5-1 ตารางเมตรต่อคน เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
หากหน่วยราชการเป็นผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเสียเอง ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตควรที่จะเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วย
โศกนาฏกรรมซานติก้าผับ ในการเรียกค่าเสียหาย สามารถถอดรหัสมาใช้กับกรณี โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวได้เช่นกัน
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
Twitter : @RujiraBunnag

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี