วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้แถลงนโยบายปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT หรือ Value Added Tax) ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นเรียกว่า ภาษีการบริโภค(Consumption Tax) หมวดอาหารและเครื่องดื่มจากปัจจุบัน 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มในเดือนเมษายน 2570 ถือเป็นการลดภาษีในกลุ่มนี้ครั้งแรกตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ในปี 2532
รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีนโยบายต่อเนื่องที่จะแจกเงินสดแก่ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้วงเงินปีละ 6 แสนล้านเยน เพื่อชดเชยส่วนที่เหลือ ทำให้ลดภาระภาษีลงจนเท่ากับ 0% ในทางปฏิบัติ อันเนื่องมาจากนโยบายรัฐบาลที่ปรับลดภาษีการบริโภคสำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% แทนที่จะเป็น 0% ตามที่เคยหาเสียงไว้ เพราะการปรับระบบแคชเชียร์ของร้านค้าปลีกให้รองรับอัตรา 0% ต้องใช้เวลานาน จึงเปลี่ยนมาใช้อัตรา 1% ร่วมกับการแจกเงินสดแทน
รัฐบาลทุกประเทศต่างตระหนักดีว่า การประกาศนโยบายเพิ่มหรือลด อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนผู้เสียภาษีของประเทศ แต่มีผลกระทบทางอ้อมต่อนิติบุคคลผู้เสียภาษีของประเทศ เพราะโดยหลักการแล้ว นิติบุคคลมีสิทธินำภาษีซื้อหักจากภาษีขาย ในแต่ละเดือนภาษีได้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ถือกำเนิดจากนายมอริส โลเร (Maurice Lauré)เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพากรประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่ง VAT เป็นผู้คิดค้นออกแบบและวางโครงสร้างระบบ VAT สมบูรณ์ในการใช้งาน ในปี 2497
ต่อมาฝรั่งเศสได้เริ่มทดลองใช้ระบบ VAT เป็นครั้งแรกในประเทศ ไอวอรี่โคสต์ (Côte d’Ivoire) ซึ่งขณะนั้นยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เพื่อดูผลกระทบและปรับปรุงข้อบกพร่อง ผลการทดลองใช้ประสบผลสำเร็จอย่างมหาศาล จนได้รับการขนานนามในวงการการคลังว่าเป็น “Fiscal Grail” หรือจอกศักดิ์สิทธิ์ทางการคลัง
การที่ฝรั่งเศสไม่เป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้ VAT ทั้งที่ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้คิดค้นระบบ VAT เป็นลักษณะของประเทศเจ้าอาณานิคม จึงทดลองใช้กับประเทศที่เป็นอาณานิคมให้เป็นหนูตะเภาก่อน หากไม่ประสบความสำเร็จ ผลเสียจะตกกับประเทศที่เป็นอาณานิคม เมื่อประสบความสำเร็จจึงนำมาใช้เอง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นที่นิยมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก มากกว่า 170 ประเทศ ประเทศไทยได้เริ่มนำระบบ VAT มาใช้เมื่อ1 มกราคม 2535 โดยเรียกเก็บในอัตรา 7%
ย้อนหลังกลับมา ประเทศไทยในสมัยรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลช่วงสั้น ต่อจากสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายเอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังในขณะนั้น ได้เสนอแผนการคลังระยะปานกลาง ปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในปี 2571 ขึ้นเป็น 8.5% และในปี 2573 ปรับขึ้นเป็น 10% เพื่อเสถียรภาพ ทางการคลัง
แต่แผนการคลังฯดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ในขณะนั้นว่า จะไม่ยอมให้ปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
การที่รัฐมนตรีคลังในขณะนั้น ได้เสนอแผนปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้สื่อเป็นนัยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะบริหารประเทศต่อไปในระยะยาว
และรัฐมนตรีคลังในขณะนั้น อาจจะยังอ่อนพรรษาทางการเมือง จึงได้เสนอแผนการภาษี ไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา
อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นความกล้าหาญของรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ที่ประกาศลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อช่วยประชาชนส่วนรวมในสถานการณ์ประเทศที่มีมูลค่าหนี้สาธารณะเดิมสูง ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย มีความเสี่ยงสูงมากที่จะมีผลกระทบเสถียรภาพเงินเยนและระบบสวัสดิการของประเทศอย่างรุนแรง
หลังจากที่มีข่าวการลดภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่น เป็นที่ฮือฮาไปทั่วประเทศไทย ร้อนถึงกรมสรรพกรและกระทรวงการคลัง ต้องออกมาแถลงอย่างเร่งด่วนว่า ข่าวดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่ใช่ของรัฐบาลไทย
ไม่ว่าอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยและญี่ปุ่นจะแตกต่างกัน แต่ยังถือว่าเป็นเรื่องดีที่ประเทศไทยยังไม่ปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในขณะนี้
ดร.รุจิระ บุนนาค
กรรมการผู้จัดการ
Marut Bunnag International Law Office
rujira_bunnag@yahoo.com
Twitter : @RujiraBunnag

เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงตรัสกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
ไต้ฝุ่นดอลฟินจ่อถล่มญี่ปุ่น เคลื่อนเข้าใกล้โอกินาวา คาดลมกระโชกแรง 216 กม.ต่อชม.
ศาลฎีกายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีรถบัส มข. ชน น้องอาย นักศึกษาแพทย์เสียชีวิต แม่หวังเป็นบทเรียนทั้งสังคม
กองทัพเรือ อัญเชิญเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเพื่อเตรียมการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
‘ทักษิณ’ ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ ‘พล.ต.ท.ผ่อน’ พ่อตา ‘อดีตนายกฯเศรษฐา’ แกนนำเพื่อไทยร่วมงานพรึ่บ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี