วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569
nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...วันที่ 18 มิถุนายน 2569ต้องถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา และ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพื่อเดินหน้าเจรจาสันติภาพ
...nn ต้องบันทึกไว้ด้วยว่าการลงนาม MOU ที่โลกเฝ้าจับตาครั้งนี้ เป็นการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยในส่วนของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ลงนามต่อหน้าประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระหว่างช่วงรับประทานอาหารค่ำที่พระราชวังแวร์ซาย หลังจากการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7
...nn การลงนาม MOU ครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงก้าวแรกของการเจรจาสันติภาพ แต่ส่งผลทันทีต่อสถานการณ์โลก โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน รายงานข่าวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงทันทีอย่างมีนัยสำคัญ
...nn “โทนี ไซคามอร์”นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG Australia แสดงความคิดเห็นว่า ตลาดพลังงานกำลังประเมินว่าน้ำมันจากอิหร่านอาจกลับเข้าสู่ตลาดเร็วกว่าคาด หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้วข้อตกลงดังกล่าวกำหนดกรอบเวลาการเจรจา 60 วัน โดยอิหร่านจะอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมตั้งเป้าให้การเดินเรือกลับมาเต็มศักยภาพภายใน 1 เดือน
...nn ขณะที่ “พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงความคิดเห็นโดยทันทีเช่นกันว่า หากข้อตกลงดังกล่าวสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยเฉพาะในด้านเสถียรภาพราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญของโลก การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบสำคัญ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของหลายอุตสาหกรรม อาทิ ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลาสติก เหล็ก วัสดุก่อสร้าง อาหารแปรรูป รวมถึงภาคขนส่ง
...nn กระนั้น ใช่ว่าจะไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะทันทีที่รายละเอียด 14 ข้อ ใน MOU ถูกเปิดเผยออกมา และได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริง ก็มีกระแสวิจารณ์ตามมาอย่างอื้ออึง โดยเฉพาะจากพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ วุฒิสมาชิกหลายคนออกมาโจมตีว่า นี่คือข้อตกลงที่ดีสำหรับอิหร่าน ไม่ใช่ดีสำหรับสหรัฐฯ
...nn โดยเฉพาะความเห็นของ สว.เอลิซาเบธ วอร์เรน(Elizabeth Warren) จากพรรคเดโมแครต ที่ระบุว่า “ฉันเข้าใจดีว่าฝ่ายอิหร่านได้ประโยชน์อย่างไรจาก MOU ฉบับนี้ แต่ฉันไม่เห็นเลยจริงๆว่ามันจะช่วยครอบครัวชาวอเมริกันได้แม้แต่ครอบครัวเดียว ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่เคยอธิบายได้เลยว่าทำไมเราถึงก้าวเข้าสู่สงครามครั้งนี้ แต่ตอนนี้ความสูญเสียมันชัดเจนแล้ว”
...nn ที่ต้องเน้นย้ำไปที่ความเห็นของ “สว.เอลิซาเบธ วอร์เรน” เพราะสะท้อนมุมมองของชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยที่เห็นว่า สงครามครั้งนี้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับสหรัฐฯ ขณะที่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับจบลงที่โต๊ะเจรจาและการลงนาม MOU ซึ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หากปลายทางคือการเจรจาแล้ว เหตุใดสหรัฐฯ จึงต้องเข้าสู่สงครามตั้งแต่แรก
...nn นี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พลิกกลับได้อีกครั้ง เพราะสำหรับ “โดนัลด์ ทรัมป์” นโยบายต่างประเทศไม่เคยแยกขาดจากสมการทางการเมืองภายในประเทศ หาก MOU ฉบับนี้ ซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นความสำเร็จทางการทูต กลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกฝ่ายตรงข้ามนำมาใช้โจมตีว่าเป็นผลลัพธ์จากสงครามที่ไม่จำเป็น ก็อาจทำให้ทำเนียบขาวต้องทบทวนท่าทีหรือปรับยุทธศาสตร์อีกครั้ง
...nnโดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2569 กำลังใกล้เข้ามาคำถามจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน จะนำไปสู่สันติภาพได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า “ทรัมป์” จะเลือกเดินหน้าตามข้อตกลงนี้ต่อไปอย่างไร หากต้นทุนทางการเมืองภายในประเทศเริ่มสูงขึ้น เพราะในเกมการเมืองแบบทรัมป์ สิ่งที่เคยเป็นชัยชนะทางการทูต อาจถูกปรับเปลี่ยนได้เสมอ หากสมการทางการเมืองเปลี่ยนไป
...nnดังนั้น แม้ MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน จะถือเป็นสัญญาณบวกครั้งสำคัญต่อเสถียรภาพของโลก โดยเฉพาะด้านพลังงานและเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทยก็ไม่ควรประมาท เพราะสถานการณ์ระหว่างประเทศในเวลานี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ตราบใดที่ข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา และต้องผ่านเงื่อนไขทางการเมืองอีกหลายด้าน
...nn เพราะบทเรียนจากวิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นแล้วว่า ความขัดแย้งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกสามารถส่งแรงกระเพื่อมมาถึงเศรษฐกิจไทยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิตการขนส่ง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดังนั้น ไทยจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้...nn
รักษ์ ปฐวี


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี