วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลในการปัดฝุ่นกลไก คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พร้อมกับการเชิญเจ้าสัวและผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับประเทศถึง 20 คน ร่วมโต๊ะอาหารและระดมสมอง ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและเป็นก้าวที่เฉียบคมในเชิงกลยุทธ์การปรับบทบาทให้ภาคเอกชนเป็น “ผู้นำเสนอ” และให้รัฐบาลเป็น “ผู้สนับสนุนและปลดล็อกกฎระเบียบ” โดยตั้งเป้าเห็นผลใน 6 เดือน สะท้อนถึงความเด็ดขาดและความต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่รวดเร็ว (Quick Win)
การดึงผู้กุมบังเหียนทุนใหญ่มาช่วยคิดเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามีทั้งกำลังซื้อ ข้อมูลเชิงลึก และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมจะขยับตัวได้ทันที ซึ่งสามารถสร้าง“ความเชื่อมั่น” ในตลาดทุนและกระตุ้นชีพจรเศรษฐกิจในระยะสั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
เหรียญสองด้านของ “ทุนใหญ่” :ข้อจำกัดเมื่อฟังความข้างเดียว
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความรวดเร็วและเสียงชื่นชม ย่อมมี “จุดบอด” สำคัญที่รัฐบาลต้องพึงระวังการเปิดรับฟังมุมมองจากผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงกลุ่มเดียว มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ ดังนี้:
l อคติทางนโยบาย (Policy Bias) จากความลำเอียงที่ไม่ได้ตั้งใจ: เป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้ประกอบการแต่ละรายย่อมเข้าใจปัญหาในห่วงโซ่อุปทานของตนเองดีที่สุด ข้อเสนอในการแก้ไข เปลี่ยนแปลงนโยบาย ดำเนินโครงการใหม่ แก้ไขกฎหมายหรือการสนับสนุนด้านภาษี จึงอาจถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์หรือปลดล็อกให้แก่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่อาจไปกดทับหรือจำกัดโอกาสของรายย่อย
l การตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำและทุนผูกขาด : ในความเป็นจริง กลุ่มทุนใหญ่เหล่านี้มีช่องทางเข้าถึงผู้นำประเทศผ่านเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนตัวและระบบอุปถัมภ์อยู่แล้ว หรือเป็นนายทุนพรรคการเมืองอยู่แล้ว การเปิดเวทีเป็นทางการให้อีก ยิ่งอาจถูกสังคมมองว่าเป็นการตอกย้ำภาพความเหลื่อมล้ำและกระชับอำนาจของทุนใหญ่เหนือรัฐ
l ทางตันในการแก้ปัญหารากเหง้า : ปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่แค่เรื่องการส่งออกหรือยอดขายของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่อยู่ที่ “กำลังซื้อในประเทศ” ที่หดตัวลงอย่างรุนแรงจากหนี้ครัวเรือนและการขาดรายได้ของคนฐานราก ซึ่งมุมมองจากห้องทำงานของเจ้าสัวอาจมองไม่เห็นภาพความจริงในทุ่งนาหรือโรงงาน
ทางออกเพื่อประโยชน์รวมของสังคม :ฟังรอบด้านอย่างเท่าเทียม (และไม่สร้างภาพ)
เพื่อไม่ให้เวที กรอ. โฉมใหม่นี้ กลายเป็นเพียง “มหกรรมสร้างภาพ” หรือเวทีเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนรัฐบาลจำเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์และกลไกการรับฟังให้ “รอบด้านและสมดุล” โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้ :
แนวทางแก้ไข รายละเอียดการดำเนินงาน
1. จัดตั้ง “กรอ. ภาคประชาชนและรายย่อย” รัฐบาลควรเปิดเวทีคู่ขนานในลักษณะเดียวกันโดยเชิญผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs)สตาร์ทอัพ ตัวแทนเกษตรกร ผู้นำแรงงานองค์กรผู้บริโภค นักวิชาการและภาคประชาสังคม เข้ามาสะท้อนปัญหาและก็แนะนำควบคู่อย่างเป็นระบบ เพราะคนกลุ่มนี้คือองคาพยพที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หาก SMEsและเกษตรกรไม่มีรายได้ ทุนใหญ่ก็ไม่มีลูกค้าที่จะขายของให้ในท้ายที่สุด
2. ยึดหลักความโปร่งใสและตรวจสอบผลกระทบ ทุกข้อเสนอจากกลุ่มทุนใหญ่ที่รัฐบาลจะนำไปปฏิบัติหรือแก้ไขกฎหมาย จะต้องผ่านการประเมินผลกระทบอย่างทั่วถึง (Regulatory
Impact Assessment: RIA) เพื่อตรวจสอบว่ากฎระเบียบที่จะแก้เหล่านั้น ไม่ได้ไปทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของรายย่อยหรือละเมิดสิทธิ์ของผู้บริโภค
3. เชื่อมโยง “ทุนใหญ่” ให้ช่วย “พยุงรายย่อย” รัฐบาลต้องไม่ทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้รับคำสั่ง”จากเจ้าสัว แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “ผู้ต่อรอง”โดยตั้งเงื่อนไขว่า หากรัฐยอมปลดล็อกกฎระเบียบหรือให้สิทธิประโยชน์บางอย่างแก่ทุนใหญ่ ทุนใหญ่จะต้องมีข้อผูกพันในการช่วยเหลือสังคม เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ SMEs การรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร
ในราคาที่เป็นธรรม หรือการจ้างงานที่มีคุณภาพ
บทสรุป
การฟัง “เจ้าสัว” ได้ความเร็วและพลังขับเคลื่อน แต่การฟัง “คนตัวเล็ก” จะได้ความยั่งยืนและความเป็นธรรมในสังคม
หากรัฐบาลปรารถนาจะเห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือนที่แท้จริงและได้รับการยอมรับจากประชาชนในระยะยาว รัฐบาลต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้สนับสนุนกลุ่มทุน” มาเป็น “ผู้จัดสรรผลประโยชน์ที่สมดุล”
การเปิดใจรับฟังข้อมูล ข้อเสนอแนะอีกด้านจากภาคแรงงาน เกษตรกร และรายย่อย จึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็น “ความจำเป็นเร่งด่วน” เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นการเติบโตที่โอบรับทุกคน (InclusiveGrowth) ไม่ใช่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเหมือนที่ผ่านมา
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

คุณแหน:27 พฤษภาคม 2569
หมอเตือน ชายสูบบุหรี่ วันละ 5 มวน มีอาการไอเรื้อรัง มา 3 เดือน ซื้อยามากินเอง สุดท้ายตรวจเจอ มะเร็งปอด
หมอเดชา ฉะ อภิสิทธิ์ หรือจะเห็นคุณค่าความเป็น แมลงสาบ มากกว่า ความเป็น อนุรักษ์นิยม
พังงาวิกฤต! ฝนตกต่อเนื่องน้ำท่วม 2 อำเภอ เสียหายพุ่ง 154 หลังคาเรือน
เกาหลีใต้ช็อก! เกิดเหตุสะพานข้ามแยกถล่มกลางกรุงโซล สั่งระงับการเดินรถไฟ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี