Logo วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
94 ปี 24 มิถุนายน 2475 : จากอุดมการณ์คณะราษฎร สู่กับดักทุนผูกขาด และภาวะ ‘ไร้บ้าน’ ของเสรีประชาธิปไตยไทย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญครบรอบ 94 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ของประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์สู่ระบอบประชาธิปไตยหากเปรียบประชาธิปไตยไทยเป็นชีวิตคน วัย 94 ปี ควรเป็นวัยที่ผ่านโลกมาอย่างตกผลึก มีสถาบันทางการเมืองที่มั่นคง และมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนให้ประชาชนกินดีอยู่ดี

ทว่าในความเป็นจริง ประชาธิปไตยของไทยกลับยังคงติดอยู่ในวังวนของการลองผิดลองถูก เดินหน้าสองก้าวถอยหลังสามก้าว และยังคงเสาะหากติกาที่ลงตัวไม่ได้จนถึงปัจจุบัน


เพื่อเข้าใจความยักแย่ยักยันและรากเหง้าของวิกฤตในปัจจุบัน เราสามารถถอดรหัสประวัติศาสตร์การเมืองและเศรษฐกิจไทยตลอดเกือบศตวรรษที่ผ่านมา ออกเป็น 5 ยุคสมัยสำคัญ ดังนี้

1. พัฒนาการ 5 ยุคสมัย: จากรุ่งอรุณแห่งคณะราษฎรสู่ภูมิทัศน์การเมืองย้อนแย้ง

ยุคที่ 1: ก่อร่างสร้างระบอบและอุดมการณ์ใหม่(พ.ศ. 2475 – 2490)

ยุคเริ่มต้นที่คณะราษฎรได้วางรากฐานประชาธิปไตยผ่าน “หลัก 6 ประการ” โดยมุ่งเน้นไปที่เอกราช ความปลอดภัย เศรษฐกิจ เสมอภาค เสรีภาพ และการศึกษา พัฒนาการเด่นชัดในยุคนี้คือการกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่สามัญชน การจัดตั้งมหาวิทยาลัยวิชาการเมือง (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

เพื่อสร้างพลเมืองในระบอบใหม่ ในมิติเศรษฐกิจ มีการพยายามสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรมและส่งเสริมทุนนิยมแห่งรัฐเพื่อดึงอำนาจทางเศรษฐกิจกลับมาจากต่างชาติ อย่างไรก็ดียุคนี้เต็มไปด้วยการต่อสู้ทางความคิดและการแย่งชิงอำนาจอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มอำนาจเดิม สายพลเรือนก้าวหน้า และสายกองทัพ

ยุคที่ 2: เผด็จการทหารบริบูรณ์และแผนพัฒนาเศรษฐกิจ (พ.ศ. 2491 – 2516)

เมื่อบริบทโลกเข้าสู่สงครามเย็น การเมืองไทยถูกแช่แข็งภายใต้ระบอบเผด็จการทหารขวาจัดอย่างยาวนาน สถาบันการเมืองที่ยึดโยงกับประชาชนถูกทำลายทว่าในมิติเศรษฐกิจกลับเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญจากการจัดตั้ง“สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ” (พ.ศ. 2502) รัฐเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ และเปิดรับทุนนิยมเสรีตามแนวทางของสหรัฐอเมริกา

แม้เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเกิดกลุ่มทุนในประเทศขึ้นมากมาย แต่ผลประโยชน์กลับกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเขตเมืองและกลุ่มเครือข่ายข้าราชการ ทิ้งให้ชนบทเผชิญความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง ซึ่งกลายเป็นเชื้อไฟที่ปะทุขึ้นในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516

ยุคที่ 3: ตื่นตัวทางการเมืองและยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ (พ.ศ. 2516 – 2535)

หลังการตื่นตัวของพลังนิสิตนักศึกษา สังคมไทยเข้าสู่ช่วงประนีประนอมที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ในทศวรรษ 2520 มีการแบ่งสรรอำนาจระหว่างกองทัพ เทคโนแครต(ข้าราชการประจำ)และพรรคการเมืองที่เริ่มเติบโต โดยมีทุนธุรกิจแทรกอยู่เบื้องหลังพรรคการเมือง

ในมิติเศรษฐกิจ ไทยประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย นำไปสู่ยุค “โชติช่วงชัชวาล”เปลี่ยนผ่านประเทศจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรมใหม่ (NICs) การเติบโตนี้สร้าง “ชนชั้นกลางกลุ่มใหม่” ในเมืองใหญ่ ซึ่งกลายเป็นพลังสำคัญที่ออกมาปฏิเสธนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535

ยุคที่ 4: เผด็จการรัฐสภาและทุนนิยมผูกขาดครอบงำการเมือง (พ.ศ. 2535 – 2562)

ยุคนี้เริ่มต้นด้วยความหวังจากรัฐธรรมนูญปี 2540 (ฉบับประชาชน) ที่มุ่งสร้างระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็งและจัดตั้งองค์กรอิสระมาตรวจสอบอำนาจรัฐ ทว่าผลลัพธ์กลับนำไปสู่สิ่งย้อนแย้งที่คาดไม่ถึง กลุ่มทุนนิยมผูกขาดขนาดใหญ่เปลี่ยนสถานะจาก “ผู้สนับสนุน” มาเป็น “เจ้าของพรรคการเมือง” และก้าวเข้ามายึดกุมอำนาจรัฐโดยตรง

การผูกขาดอำนาจในยุคนี้ดำเนินไปอย่างเบ็ดเสร็จผ่าน 3 ช่องทางหลัก:

1. สภาผู้แทนราษฎร: ใช้เม็ดเงินและระบบนโยบายกินได้(ประชานิยม) ควบรวมพรรคการเมืองจนเกิดเสียงข้างมากเด็ดขาดและนำไปสู่แนวคิด “เผด็จการรัฐสภา”

2. วุฒิสภา: เครือข่ายทุนและการเมืองสามารถส่งคนของตนเองแทรกซึมเข้ายึดพื้นที่สภาสูง จนเกิดวาทกรรม “สว.เครือญาติ”

3. องค์กรอิสระ: เมื่อคุมทั้งสองสภาได้เบ็ดเสร็จ ต้นน้ำของกระบวนการตรวจสอบจึงถูกแทรกแซงอย่างรุนแรงผ่านการตั้งคนของตนเองเข้าไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ

ความเหนือชั้นของทุนการเมืองในยุคที่ 4 คือการทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) ที่ถูกกฎหมาย ออกกฎหมายและสัมปทานเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพวกพ้อง ปรากฏการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับชนชั้นกลางและกลุ่มอนุรักษ์นิยม ที่มองว่าระบบเลือกตั้งถูกช้อนซื้อไปแล้ว จนนำไปสู่การเมืองเสื้อสี วิกฤตการณ์ปิดเมืองและการโต้กลับด้วย “ทางลัดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย” คือการรัฐประหารในปี 2549 และ 2557

ยุคที่ 5: ประชาธิปไตยย้อนแย้ง และภาวะ “ไร้บ้าน”ของเสรีประชาธิปไตย (พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน / พ.ศ. 2569)

ปัจจุบันการเมืองไทยอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่วางกลไกสืบทอดอำนาจฝั่งจารีต ขณะเดียวกัน ก็เกิดการตื่นตัวก้าวกระโดดของคนรุ่นใหม่และพรรคการเมืองเชิงอุดมการณ์ก้าวหน้า (Progressive) ที่เรียกร้องการปฏิรูปโครงสร้างเชิงลึก

ความย้อนแย้งที่แหลมคมที่สุดในยุคที่ 5 คือ การล่มสลายของพื้นที่ยืนสำหรับกลุ่ม “เสรีประชาธิปไตยสายหลัก” (MainstreamLiberals) กลุ่มคนที่เคยชูธงเรื่องหลักนิติธรรม นิติรัฐ ความสุจริต และระบบตรวจสอบ ต้องเผชิญกับสภาวะติดกับดักตรงกลางอย่างโดดเดี่ยว:

ในอดีต (ยุคที่ 4): พวกเขาออกมาต่อต้านทุนนิยมผูกขาดทางการเมือง แต่ในสมรภูมิแบ่งขั้วสีเสื้อที่รุนแรง พวกเขาซ้ำร้ายกลับถูกผลักให้ไปรวมกลุ่มและถูกตราหน้าว่าเป็นพวก “อนุรักษ์นิยม” หรือพวกล้มประชาธิปไตย

ในปัจจุบัน (ยุคที่ 5): พวกเขาไม่สามารถร่วมอุดมการณ์กับ “กลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง” ได้ เพราะรับไม่ได้กับการรัฐประหารและการใช้กลไกนอกระบบมาบิดเบือนกติกาอธิปไตยของประชาชน

ครั้นจะหันไปหาคลื่นลูกใหม่: พวกเขาก็รู้สึกว่าข้อเสนอเชิงโครงสร้างของฝั่งก้าวหน้านั้นรวดเร็ว แหลมคม และเสี่ยงเกินไปสำหรับบริบทสังคมไทย

ในระบบเลือกตั้งที่บีบให้ต้องเลือกข้างระหว่าง “ทุนนิยมพวกพ้อง/อนุรักษ์นิยมเดิม” กับ “ฝ่ายก้าวหน้าสุดขั้ว” กลุ่มเสรีประชาธิปไตยเนื้อแท้จึงกลายเป็น “คนไร้บ้านทางการเมือง” ที่มีหลักการแต่ขาดฐานมวลชนและการสนับสนุนเชิงสถาบัน

2. ปัญหาปัจจุบันของระบอบประชาธิปไตยไทย

ตลอด 94 ปีที่ผ่านมา ปัญหาของประชาธิปไตยไทยได้วิวัฒนาการจากเรื่อง “รถถังและการยึดอำนาจ” มาสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สลับซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนี้:

กติกาหลักที่ไม่เป็นธรรมและยึดโยงกับประชาชนดั้งเดิม: รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนเจตจำนงของประชาชน แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นกลไกควบคุม คัดกรองและตัดสิทธิ์ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

การใช้องค์กรตรวจสอบเป็นอาวุธ (Weaponization of Institutions):องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมสูญเสียหลักการความเป็นกลางในสายตาประชาชน วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อปราบปรามการทุจริตกลับถูกบิดเบือนไปใช้เป็นเครื่องมือประหารทางการเมืองเพื่อล้มล้างอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง

โครงสร้างเศรษฐกิจแบบ “ทุนพวกพ้องข้ามขั้ว”(Crony Capitalism): ระบบประชาธิปไตยถูกลดทอนคุณค่าเมื่อกลุ่มทุนผูกขาดขนาดใหญ่ยังคงขยายอิทธิพลเหนือรัฐนโยบาย ไม่ว่าจะผ่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลเครือข่ายอำนาจนิยม การควบรวมกิจการและการผูกขาดทางเศรษฐกิจทำลายโอกาสของกลุ่มทุนรายย่อยและภาคประชาชนอย่างสิ้นเชิง

วิกฤตศรัทธาและความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ไร้พื้นที่ตรงกลาง: สังคมไทยขาด “พื้นที่ปลอดภัย” ในการพูดคุยประเด็นที่อ่อนไหวหรือก้าวหน้า ความขัดแย้งระหว่างเจเนอเรชันกลายเป็นเรื่องของการเอาชนะคัดคานมากกว่าการหาข้อตกลงร่วมกัน

3. แนวทางการพัฒนาประชาธิปไตยไทยให้ยั่งยืน

การจะพาประเทศไทยก้าวพ้น 94 ปีแห่งความขัดแย้ง และก้าวสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดให้มีการเลือกตั้งตามวงรอบ แต่จำเป็นต้องรื้อถอนและปฏิรูปโครงสร้างใน 3 มิติหลัก:

1) ปฏิรูปกติกาให้เป็นสากลและกระจายอำนาจ (Political& Structural Reform)

คืนอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญให้ประชาชน: จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่าน ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรง 100% เพื่อล้างกลไกสืบทอดอำนาจและสร้างองค์กรอิสระที่มีที่มาจากประชาชนและยึดโยงกับหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง

กระจายอำนาจและงบประมาณสู่ท้องถิ่น: ยุติการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้ท้องถิ่นมีศักยภาพในการจัดการตนเอง การสร้างฐานรากประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งต้องเริ่มจากการที่ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเลือกอนาคตและบริหารทรัพยากรของตนเองได้

2) ทลายทุนผูกขาดและสร้าง “ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ” (Economic Democracy)

บังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าอย่างเด็ดขาด:ป้องกันการควบรวมกิจการที่ทำให้เกิดการผูกขาดในอุตสาหกรรมสำคัญ (เช่น โทรคมนาคม พลังงาน และค้าปลีก) เพื่อเปิดโอกาสให้ SME และคนรุ่นใหม่สร้างตัวได้

เปลี่ยนประชานิยมและระบบอุปถัมภ์ให้เป็น “รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า”: สังคมไทยที่ก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” จำเป็นต้องมีโครงข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net) เช่น บำนาญประชาชนพื้นฐาน และระบบสาธารณสุขชุมชนที่เข้มแข็ง เมื่อประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต พวกเขาจะไม่ต้องพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ของนักการเมืองหรือการสงเคราะห์จากกลุ่มทุน ส่งผลให้เสียงของประชาชนมีอิสระและมีศักดิ์ศรีอย่างแท้จริง

3) ดึง “เสรีประชาธิปไตย” กลับมาเป็นแกนกลางและสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Democratic Culture)

สร้างพื้นที่ตรงกลางเพื่อสมานฉันท์: สังคมต้องช่วยกันคืนพื้นที่และบทบาทให้กับแนวคิด “เสรีประชาธิปไตยสายกลาง”ที่เน้นเรื่องเหตุผล หลักนิติธรรม และความสุจริต เพื่อไม่ให้การเมืองถูกลากไปสู่ขั้วสุดโต่งสองฝั่ง

เปลี่ยนรัฐสภาเป็นพื้นที่แสวงหาฉันทามติ: รัฐต้องหยุดใช้กฎหมายความมั่นคงหรือกระบวนการนิติสงคราม (JudicialWarfare) ในการปิดปากผู้เห็นต่าง แต่ต้องใช้กลไกทางสภาเป็นพื้นที่พูดคุยและหาข้อยุติในทุกประเด็นอย่างอารยประเทศ

บทสรุป:

94 ปีหลังปี 2475 บทเรียนราคาแพงที่สังคมไทยได้รับคือ ประชาธิปไตยไม่อาจเติบโตได้ภายใต้ปืนของการรัฐประหาร และในขณะเดียวกันก็ไม่อาจเบ่งบานได้ภายใต้เงินของทุนผูกขาด

หน้าประวัติศาสตร์ถัดจากนี้คือภารกิจของคนทุกรุ่นที่จะต้องร่วมกันสร้างกติกาที่เป็นธรรม ทลายระบบพวกพ้อง และร่วมกันสร้างสังคมที่อำนาจอธิปไตยและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเป็นของ “ราษฎร” ทั้งปวงอย่างแท้จริง

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
02:07 น. ‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก
21:55 น. ‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
21:53 น. ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก
21:45 น. พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก
21:27 น. นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง
ดูทั้งหมด
ชื่นมื่น หยดน้ำ นัดดาภรณ์ ลูกสาว ปู อนุวัฒน์ ขวัญฤดี ควงแขนเจ้าบ่าวเข้าพิธีฉลองมงคลสมรสสุดอบอุ่น
เปิดคลังรถหรู 50 คัน 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' จากนักสะสมรถตัวพ่อ สู่จุดเริ่มต้นธุรกิจ
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 20 - 26 มิ.ย.69
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ
กบ ปภัสรา พร้อมด้วยคนบันเทิง สมาคมศิลปินเพลงไทยสากล เข้าร่วมแสดงความยินดี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 24 มิถุนายน 2569
‘โลกระอุ’วิกฤตคลื่นความร้อน.
‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’
กรวดในรองเท้า
ไฟทางสาธารณะ ใครจ่าย?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก

ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก

นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง

พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก

ปตท. ชวนรวมพลังคนรักษ์โลก ในพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 พร้อมเปิดเวทีเสวนาศูนย์เรียนรู้ ปตท. ถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อความยั่งยืน

เอ็ดดี้ จี้ถาม พรรคส้ม ปม ภาวุธ เอี่ยว FOREX ทำชาวเน็ตแห่เมนต์สนั่น

  • Breaking News
  • ‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก ‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก
  • ‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
  • ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก
  • พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก
  • นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน \'รมช.แนน\'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

94 ปี 24 มิถุนายน 2475 :  จากอุดมการณ์คณะราษฎร สู่กับดักทุนผูกขาด และภาวะ ‘ไร้บ้าน’ ของเสรีประชาธิปไตยไทย

94 ปี 24 มิถุนายน 2475 : จากอุดมการณ์คณะราษฎร สู่กับดักทุนผูกขาด และภาวะ ‘ไร้บ้าน’ ของเสรีประชาธิปไตยไทย

24 มิ.ย. 2569

ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต  ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด

ย้ายล้างบางผู้บริหารภูเก็ต ทางออกที่สร้างสรรค์ คนภูเก็ตต้องร่วมกำหนดผู้บริหารจังหวัด

19 มิ.ย. 2569

สมรภูมิเลือกตั้งสองเมืองพิเศษ 28 มิถุนายน 2569 สู้ด้วยแบรนด์หรือชนด้วยพรรค

สมรภูมิเลือกตั้งสองเมืองพิเศษ 28 มิถุนายน 2569 สู้ด้วยแบรนด์หรือชนด้วยพรรค

17 มิ.ย. 2569

เปลี่ยน ‘ใบลอตเตอรี่’ เป็น ‘เงินออม’  ทางรอดหนึ่งของสังคมไทย  ในวิกฤต‘แก่ก่อนรวย และท่วมหนี้’

เปลี่ยน ‘ใบลอตเตอรี่’ เป็น ‘เงินออม’ ทางรอดหนึ่งของสังคมไทย ในวิกฤต‘แก่ก่อนรวย และท่วมหนี้’

12 มิ.ย. 2569

หนังสือเปิดผนึก ถึงประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์

หนังสือเปิดผนึก ถึงประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์

10 มิ.ย. 2569

ก้าวต่อไปของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’  กับรอยปริแตกในสังคมไทยหลังพ้นโทษ

ก้าวต่อไปของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ กับรอยปริแตกในสังคมไทยหลังพ้นโทษ

5 มิ.ย. 2569

มุมมอง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง : ประชุมผู้นำเศรษฐกิจโลกในไทย กับประโยชน์สูงสุด

มุมมอง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง : ประชุมผู้นำเศรษฐกิจโลกในไทย กับประโยชน์สูงสุด

3 มิ.ย. 2569

คืนความยุติธรรมสู่พื้นที่สาธารณะ  เมื่อ‘ศาล’ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของการ‘ปิดปาก’

คืนความยุติธรรมสู่พื้นที่สาธารณะ เมื่อ‘ศาล’ไม่ยอมเป็นเครื่องมือของการ‘ปิดปาก’

29 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved