วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วิกฤตศรัทธาจากกรณี “เงินทอนวัด”“พุทธพาณิชย์” และ “กามราคะ” ที่เกิดขึ้นกับอดีตพระเถระและพระคนดังหลายรูปในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา ปัจจุบันก็หายเงียบโดยไม่มีผู้ใดทราบว่าจะมีการแก้ไขปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารของคณะสงฆ์อย่างใด หรือไม่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีจำนวนมากมายกระจายทั่วทุกสารทิศ ไม่ใช่เพียงปัญหารายบุคคล แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโครงสร้างที่บ่งบอกว่า “ระบบการปกครองสงฆ์ปัจจุบันล้มเหลวในการคัดกรองและขัดเกลา” ในทางประวัติศาสตร์ เมื่อศาสนจักรอ่อนแอจนไม่อาจชำระตนเองได้ เป็นหน้าที่ของ “อาณาจักร” หรือรัฐบาลที่ต้องเข้ามาเป็น “ธรรมศาสตรา” เพื่อพยุงกงล้อแห่งธรรมให้หมุนไปในทางที่ถูกที่ควร
ดังข้อเสนอเชิงวิเคราะห์ 4 ประเด็นสำคัญที่จะขอให้นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูลและรองนายกฯปกรณ์ นิลประพันธ์ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ พิจารณาดำเนินการอย่างจริงจัง ดังนี้ :
1. ยกระดับการ “คัดกรอง” ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
ปัจจุบันการบวชกลายเป็นเรื่องง่ายจนเกินไป บางคนใช้ผ้าเหลืองเป็นที่หลบภัยจากคดีความ หรือที่พักพิงยามตกงาน รัฐบาลควรออกระเบียบร่วมกับมหาเถรสมาคมเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ :
• ตรวจสอบประวัติเชิงลึก : ไม่ใช่เพียงแค่ใบรับรองความประพฤติ แต่ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและสุขภาพจิตอย่างเข้มงวด
• ระบบ “พระพี่เลี้ยง” และ “ค่ายเตรียมบวช” : ผู้ประสงค์จะบวชต้องผ่านการอบรมพื้นฐานเพื่อทดสอบความตั้งใจ (Sincerity Test) ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท เพื่อคัดแยกผู้ที่มาบวชเพื่อ “ลดกิเลส” ออกจากผู้ที่มาบวชเพื่อ “แสวงหาลาภสักการะ”
และเมื่อบวชแล้วพระอุปัชฌาย์ต้องดูแลอย่างน้อยห้าพรรษา
2. ฟื้นฟูระบบ “สอบไล่” และภาคบังคับการศึกษาพระธรรมวินัย
ในสมัยรัชกาลที่ 2 หากพระภิกษุไม่ศึกษาเล่าเรียนจนมีความรู้อันควร จะถูกคัดออกจากการเป็นพระ รัฐบาลควรรื้อฟื้นแนวคิดนี้ผ่านการใช้ “ใบรับรองผ่านการสอบความเป็นพระแท้” (เทียบเคียงกับใบประกอบวิชาชีพ)
• เกณฑ์การอยู่ในสมณเพศ : บวชแล้วต้องเรียน หากไม่ผ่านการสอบนักธรรมหรือบาลีตามระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่มีผลงานด้านการปฏิบัติธรรมที่จับต้องได้ ต้องให้ลาสิกขา
• การศึกษาต้องควบคู่การปฏิบัติ : ป้องกันไม่ให้พระสงฆ์กลายเป็นเพียง “นักพิธีการทางศาสนา” แต่ต้องเป็นผู้ฝึกตนเพื่อลดละกิเลสตามแนวทางวิปัสสนากรรมฐาน
3. ปฏิรูปทรัพย์สินสงฆ์ : จาก “มรดกส่วนตัว” สู่ “สมบัติของศาสนา”
ช่องโหว่ทางกฎหมายที่อนุญาตให้พระสงฆ์มีทรัพย์สินส่วนตัวมหาศาล คือต้นเหตุของกิเลสและการฟ้องร้องแย่งชิงมรดกเมื่อมรณภาพ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ จำเป็นต้องมีการแก้ไข :
• ทรัพย์สินที่ได้มาขณะบวชต้องตกเป็นของวัด 100% : ไม่ว่าจะเป็นเงินจากกิจนิมนต์หรือเงินบริจาค ห้ามมิให้โอนเป็นมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือนำไปปรนเปรอเครือญาติ
• อสรพิษในย่าม : รื้อฟื้นสิกขาบทที่ห้ามพระเกี่ยวข้องกับเงินทอง โดยให้มีระบบตัวแทน (ไวยาวัจกร) ที่มีธรรมาภิบาลจัดการแทนอย่างโปร่งใส
4. กระจายอำนาจการบริหาร : เปลี่ยนจาก CEO เป็น “ประธานจิตวิญญาณ”
การให้เจ้าอาวาสเป็นนิติบุคคลเพียงผู้เดียวในการจัดการทรัพย์สินวัด คือการผลักพระเข้าสู่กงจักรของกิเลส รัฐควรแก้กฎหมายเพื่อกระจายอำนาจสู่ “พุทธบริษัท 4” :
• คณะกรรมการบริหารวัด (Lay ManagementBoard) : ประกอบด้วย ตัวแทนชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิและเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามาดูแลบัญชีและทรัพย์สินในรูปแบบองค์กร
• พระสงฆ์กลับสู่หน้าที่หลัก : เมื่อมีผู้อื่นดูแลเรื่องตัวเลขและธุรการ พระสงฆ์จะได้ทำหน้าที่เป็น “ผู้นำทางวิญญาณ” (Spiritual Leader) ศึกษาพระไตรปิฎกและเผยแผ่ธรรมะอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมาพะวงกับการบริหารจัดการเงินเหมือน CEO บริษัท
5. ขจัดสิ่งจูงใจให้พระสงฆ์หวังแต่ยศถาสมณศักดิ์ จากองค์กรและอำนาจส่วนกลาง จนพระสงฆ์ไม่ให้ความสำคัญกับชุมชนท้องถิ่นรอบวัด เน้นแต่สร้างวัตถุ สภาพแวดล้อมให้ตรงกับเกณฑ์ที่กำหนดจากส่วนกลาง
บทสรุป
การแก้ไขระยะสั้น เช่น การให้สำนักพระพุทธศาสนาซึ่งก็เคยโกงเงินวัดเป็นผู้ควบคุมดูแลจากส่วนกลาง การทำบัญชีออนไลน์หรือการโอนเงินผ่าน App เป็นเพียงการ “แก้ที่ปลายเหตุ” ตราบใดที่พระยังรับเงินบริจาค มีอำนาจจ่ายเงินล้าน หรือสิทธิ์ในการหาประโยชน์ในทางธุรกิจกับที่ดินของวัด ความเสื่อมเสียย่อมเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม
รัฐบาลอนุทินที่มีรองนายกฯปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นผู้รับผิดชอบ ในฐานะฝ่ายอาณาจักรต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมในการ “แก้กฎหมายคณะสงฆ์” และเสนอแนะต่อมหาเถรสมาคม ระดมความคิดความร่วมมือจากชุมชนท้องถิ่น กระจายอำนาจการจัดการบริหารเงินและทรัพย์สินของวัดให้องค์กรชุมชน เพื่อคืนพระธรรมวินัยที่บริสุทธิ์ให้กับสังคมไทย
ให้วัดกลับมาเป็นที่พึ่งทางใจ ไม่ใช่แหล่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงิน
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
อดีตสมาชิกวุฒิสภา
และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์
สุดอาลัย รศ.นพ.ธีรศักดิ์ อาจารย์หมอถูกต่างชาติชนแล้วหนี เสียชีวิตแล้ว
‘กรมที่ดิน’ ยก 3 ข้อยันปม ‘ที่ดินเขากระโดง’ ปฏิบัติตามคำสั่งศาล-ยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา
โสภณ แจงนโยบาย ตร.สภา เคารพธงชาติ มุ่งสร้างวินัย ไม่ใช่ภาระเจ้าหน้าที่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี