วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
เรื่องที่ได้มีการถกในสังคมอย่างกว้างขวางตลอดเวลาก็คือ บทบาทของสหรัฐอเมริกาและพฤติกรรมของผู้นำของเขาในโลกกว้าง โดยเฉพาะนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
ความสนอกสนใจนี้จัดได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลกประหลาดแต่อย่างใดเพราะสหรัฐอเมริกาถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก มีแสนยานุภาพทางด้านทหารเหนือประเทศหนึ่งใดทั้งหมด มีความมั่งมีมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเป็นที่ 1 ของโลก มีองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหนือประเทศอื่นๆ ทั้งหมด นอกจากนั้นเงินสกุลดอลลาร์ยังจัดเป็นสกุลเงินกลางของชาวโลก การกระทำหนึ่งใดหรือไม่กระทำหนึ่งใดโดยสหรัฐอเมริกามีผลกระทบไปทั่วโลกสหรัฐฯ เองก็เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆมากที่สุด เป็นประเทศที่จ่ายค่าบำรุงสมาชิกองค์การสำคัญๆ ของโลกเช่น องค์การสหประชาชาติมากที่สุด สหรัฐฯก็เป็นแบบอย่างของสังคมประชาธิปไตย เป็นแบบอย่างของเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี และเป็นแบบอย่างของการมีรสนิยมในการดำรงชีวิต
ด้วยแสนยานุภาพอันหลากหลายนี้ทำให้สหรัฐฯ เป็นที่ชื่นชม เป็นที่คาดหวัง และในขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าสะพรึงกลัวของชาวโลก สหรัฐฯ จัดได้ว่าเป็นได้ทั้งผู้ก่อ ผู้สร้าง และผู้ทำลาย และในการนี้ประเทศหนึ่งใดหรือกลุ่มประเทศหนึ่งใดที่คิดอ่านที่จะต่อกรกับสหรัฐฯ ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี และในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยนี้โลกก็ได้เห็นฝีมือของสหรัฐฯ ในการสร้างความพ่ายแพ้ให้กับระบบระบอบชาตินิยมของเยอรมนีฮิตเลอร์ และระบอบคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำพาของสหภาพโซเวียตที่ได้ล่มสลายไปแล้ว โลกยุคสงครามเย็นก็ได้สิ้นสุดไปแล้วดังที่ทราบกันดี
ในช่วงประมาณ 15 ปีแรกภายหลังการสิ้นสุดของโลกยุคสงครามเย็น จัดได้ว่าสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าโลกประเทศเดียวเท่านั้น และในความเป็นเจ้าโลกก็ได้มุ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้เป็นสังคมประชาธิปไตยเหมือนกับสหรัฐอเมริกาทั้งโดยวิธีการการร่วมมือพัฒนาและด้วยวิธีการการเข้าไปแทรกแซงหรือการรุกรานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (Regime change) ซึ่งก็ได้สร้างความเอือมระอาและการต่อต้าน ต้านทานจากประเทศต่างๆ และกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ในระดับหนึ่ง
ภาพรวมจัดได้ว่าความเป็นสังคมประชาธิปไตยของโลกแพร่ขยายกว้างขวาง อีกทั้งระบบเศรษฐกิจการตลาดเสรีแบบทุนนิยม และการเชื่อมโยงของชาวโลกทั้งด้วยระบบเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ การร่วมลงทุนระหว่างประเทศ ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้และการถ่ายทอดได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมืองโลกอย่างมากมายและกว้างขวาง
ในเรื่องการร่วมมือกันระหว่างประเทศก็เป็นไปในกรอบพหุภาคีภายใต้องค์การระหว่างประเทศต่างๆ ดังกล่าว และสหรัฐอเมริกาก็เป็นผู้นำและผู้ขับเคลื่อนหลัก เวทีพหุภาคีเหล่านี้ก็มีขึ้นเพื่อทั้งส่งเสริมความร่วมมือเพื่อความเจริญก้าวหน้าร่วมกัน และเพื่อเป็นเวทีกลางเพื่อการหาทางออกต่อข้อพิพาทและข้อขัดแย้งโดยสันติวิธีด้วยการเจรจาทางการทูต และแม้ว่าจะมีการปะทะสู้รบกันอย่างใดและเมื่อใดนั้น ในที่สุดแล้วทุกฝ่ายทุกประเทศก็ต้องกลับสู่โต๊ะเจรจา เพราะการสู้รบไม่สามารถที่จะยุติปัญหาได้ ปัญหาต่างๆ ต้องยุติด้วยการพูดจาหารือกัน
การคบหาสมาคมกันโดยเฉพาะการทำมาค้าขายก็มีความได้เปรียบเสียเปรียบกันเป็นธรรมดา และจะต้องมีการเจรจากัน ซึ่งก็เป็นหลักปฏิบัติที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาทุกยุคทุกสมัยก็มักจะปฏิบัติกันเช่นนั้น บ่งบอกซึ่งการมีหลักว่าด้วยความเป็นมิตรไมตรี โดยหลักถ้อยทีถ้อยอาศัย และหลักพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ตลาดของสหรัฐอเมริกาใหญ่โตยิ่งใหญ่ที่สุด ทุกประเทศก็อยากทำมาค้าขายกับประเทศสหรัฐฯ เพราะนอกจากตลาดที่แสนจะใหญ่โตแล้ว ภาษีศุลกากรก็มักจะมีระดับที่ต่ำกว่าประเทศ
อื่นๆ อีกทั้งการจะเข้าไปตั้งบริษัทเปิดกิจการ หรือตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ก็จะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติอเมริกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใดระหว่างคนอเมริกันกับคนต่างชาติ และ
ในการนี้สินค้าต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภคก็หลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ
ขณะที่สหรัฐฯ ก็เป็นสังคมแห่งการบริโภคนิยม สหรัฐฯ จึงขาดดุลการค้าอย่างมากมาย การใช้จ่ายก็เกินตัวทั้งภาครัฐและภาคประชาชน แต่สหรัฐฯ ก็อยู่ได้เพราะขายพันธบัตรและพิมพ์พันธบัตรดอลลาร์ได้อย่างไม่อั้น เพราะชาวโลกต้องการใช้สหรัฐฯ จึงเป็นประเทศลูกหนี้ที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้ เพราะประเทศเจ้าหนี้ทั้งหลายมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของสังคมอเมริกันและในเสถียรภาพของเงินสกุลดอลลาร์
จนกระทั่งเมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวเข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาทั้งในสมัยที่ 1 และกลับเข้ามาสมัยที่ 2ในปัจจุบันนี้ เขาก็ดำเนินนโยบายบนพื้นฐานความคิดที่ว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งที่เป็นพันธมิตรและไม่เป็นพันธมิตรที่ทำมาค้าขายกับสหรัฐฯ รวมถึงที่พึ่งพาสหรัฐฯ ในเรื่องความมั่นคงปลอดภัย ต่างก็มีลักษณะที่ค่อนข้างจะเอารัดเอาเปรียบ สหรัฐฯ จึงได้ตัดสินใจให้มีการปรับดุลการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ ให้ประเทศพันธมิตรเริ่มรับผิดชอบต่อความมั่นคงปลอดภัยของตนเอง ด้วยการเพิ่มงบประมาณทางการทหารและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยขึ้น ไปจนถึงการลดการแบกรับภาระการค้ำจุน จุนเจือ องค์การระหว่างประเทศต่างๆ การยุบหน่วยงานช่วยเหลือต่างประเทศ (USAID) เพราะเห็นว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ประโยชน์ที่สมน้ำสมเนื้อจากการที่ได้เข้าไปช่วยประเทศต่างๆ ทั่วโลกในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งโดยตรงและผ่านองค์การระหว่างประเทศต่างๆ
อีกทั้งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เห็นว่าการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพทั้งแบบลักลอบ และการเข้ามาตามกฎหมายกฎเกณฑ์กติกา ดูไร้ขอบเขต มิได้มีการคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย หรือมีการปรับตัวเข้าหากันระหว่างผู้ที่อพยพเข้ามากับชาวบ้านอเมริกันอย่างเป็นระบบและสมดุล
จากหลักคิดว่าสหรัฐอเมริกาถูกเอารัดเอาเปรียบต่างๆ นานา ไม่ได้รับการยอมรับเคารพนับถือเท่าที่ควร ก็ได้นำมาซึ่งความคิดอ่านของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า สหรัฐฯ จะต้องผงาดยิ่งใหญ่อย่างไม่เป็นที่สงสัย ไม่ต้องแบกรับภาระของโลก โดยโลกจะต้องปรับตัวคล้อยตามไปกับความต้องการของสหรัฐฯ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีพฤติกรรมในทำนองเด็กเล็กเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง หรือในทำนองที่ว่า “ข้ายิ่งใหญ่ ข้าจะทำแบบนี้ ใครอย่าได้มาต้านทาน” จนเขาอาจลืมไปว่าความยิ่งใหญ่นั้นจะต้องมากับความดีงาม มิใช่มากับการบังคับขู่เข็ญและการรุกรานผู้อื่น อำนาจหรือแสนยานุภาพก็มีขอบเขต (Limit) และมนุษย์โดยทั่วไปก็จะโอนอ่อนยอมรับสภาพไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ถึงจุดหนึ่งก็จะต้องลุกขึ้นต่อสู้ยืนหยัด ดังจะเห็นได้จากชาวอิหร่าน ณ วันนี้ ก็เป็นที่หวังว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มชาวอเมริกันที่สนับสนุนเขา พวกคนอเมริกันผิวขาวนับถือศาสนาคริสต์ นิกายอีแวนเจลิคัล จะได้ตื่นจากภวังค์และความลุ่มหลงกลับไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่มีสติ มีเหตุ มีผล
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ที่สุดของพลังใจ อัยด้า ภรรยา รถถัง เคียงข้างในวันที่บอบช้ำ ชมคลิป
เศรษฐกิจอิหร่านเตรียมล่มสลาย?! ค่าเงิน เรียลอิหร่าน ร่วงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นักเขียนซีไรต์ ชู หมอวรงค์ มือปราบวงจรอุบาทว์ กล้าปฏิวัติระบบการเมืองไทย
จับตาก้าวต่อไป ยูเออี ยังไม่คิดถอนตัวจากองค์กรอื่น ส่งสัญญาณทบทวนผลประโยชน์
สายสัมพันธ์พี่น้อง บอย ท่าพระจันทร์ ควัก 1 แสน ปลอบขวัญ รถถัง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี