วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ติดตามข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. แล้วพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้โล่งอก ที่ภาครัฐจัดการแก้ไขปัญหารับมือกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ด้วยสภาพภูมิประเทศของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ลุ่มต่ำ และยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมเป็นประจำทุกปี มีฝนตกชุก ปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าปกติ ในขณะที่ลำน้ำตื้นเขินจากตะกอนดิน น้ำทะเลหนุนสูง เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำออกสู่ทะเล จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคมของทุกๆ ปี
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่บูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ จึงได้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 หน่วยงาน นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า แผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ดังกล่าว จะครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งยังได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ และคู่มือแนวทางการรับมืออุทกภัยสำหรับประชาชน เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อย่างเป็นระบบอีกด้วย
โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านแรกจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เน้นการจัดการสมดุลน้ำเชิงโครงสร้างทั้งลุ่มน้ำและการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ (Area Based) ด้านที่ 2 จะเป็นด้านเทคนิค โดยจะใช้เทคโนโลยีด้านระบบตรวจวัด การพยากรณ์อากาศ ระบบเตือนภัยที่มีความแม่นยำ และด้านสุดท้ายจะเป็นด้านการบริหารจัดการ การฝึกซ้อม ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ การวางแผนอพยพ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการจัดทำผังเมือง
.jpg)
แผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะมีทั้งหมด 859 แผนงาน/โครงการ งบประมาณกว่า 57,000 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จจะมีพื้นที่ได้รับการป้องกันน้ำท่วมรวม 551,063 ไร่ โดยแบ่งเป็น ระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2570 รวม 568 โครงการ เนื่องจากเป็นระยะเร่งด่วนจึงมุ่งเน้นโครงการขนาดเล็กที่มีความพร้อม ตลอดจนการซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเดิม เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้ 339,988 ไร่ เช่น การขุดลอกบึงแบเมาะ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา โครงการพรุบาเจาะ-ไม้แก่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส เป็นต้น
ระยะสั้น เริ่มตั้งแต่ปี 2571-2572 จำนวน 227 โครงการ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 68,575 ไร่ และระยะกลาง เริ่มปี 2573-2575 จำนวน 52 โครงการป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 24,764 ไร่
ส่วนในระยะยาว จะเริ่มตั้งปี 2576 ขึ้นไป มีจำนวน 12 โครงการ เมื่อแล้วเสร็จจะป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้ 117,741 ไร่ ซึ่งโครงการในระยะยาวนี้เน้นโครงการที่มีลักษณะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน เช่น การก่อสร้างคลองผันน้ำและอ่างเก็บน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้โครงการในระยะกลางและระยะยาวจะมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้มีข้อมูลที่ครบถ้วน เหมาะสม ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน
อย่างไรก็ตาม การจัดทำแผนฯดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะทำงาน พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำมาปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เพื่อที่จะนำไปใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ก็ขอนำข้อมูลข่าวสารดีๆ มาบอกกล่าวให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้รู้กัน

เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในนอร์เวย์ เผาวอดกว่า 100 หลังคาเรือน เร่งอพยพคนหนีตาย
นายกฯ หารือ Huawei ขยายลงทุน AI-คลาวด์ในไทย หลังบริษัทชื่นชมศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
'กฤษณ์' เปิดใจดราม่า กะลา-ราคาแพง ยืนยันเจตนาดี มุ่งยกระดับเจลาโต้ไทย
สรรเพชญดันท่าเรือระนอง-ชุมพร
จะโดนดำเนินคดีอะไรหรือไม่!? เอ็ดดี้ ข้องใจ หมอเจ้าของไข้ไม่ตรวจรักษาจนคนไข้ตาย แค่โดนไล่ออก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี