ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัด นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม นับเป็นมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ เมื่อ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
จากนี้ไปต้องไปลุ้น “สงขลา”ให้เป็นมรดกโลก
ข้อมูลจาก “นายหัวไทร” ยืนยันว่า เพราะสงขลาได้ผ่านเข้ารอบตรวจสอบเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว รอผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกตรวจสอบรายละเอียดเอกสารฉบับสมบูรณ์และลงตรวจสอบพื้นที่จริง มีคนถามตามมาว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ใน 4 พื้นที่ที่สงขลาเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ประกอบด้วย เมืองโบราณพังยาง สีหยัง และพะโคะ,เมืองโบราณสทิงพระ, เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า หัวเขาแดงและแหลมสน และเมืองเก่าสงขลา (บ่อยาง)
จากการสืบค้นจากเอกสาร และสอบถามผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญพบว่า4 องค์ประกอบที่สงขลาเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ไม่ใช่ 4 เมืองที่แยกจากกัน แต่เป็นวิวัฒนาการของอารยธรรมเดียวกัน ที่ย้ายศูนย์กลางไปตามสภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนเศรษฐกิจ และการค้าทางทะเลตลอดกว่า 1,300 ปี นี่คือเหตุผลสำคัญที่ UNESCO ให้ความสนใจ เพราะเป็น “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชุมชนรอบทะเลสาบ” (Lagoon Settlements) มากกว่าเป็นเมืองเดี่ยว

1. เมืองโบราณพังยาง สีหยังและพะโคะ เปรียบเหมือน “จุดกำเนิด”ของอารยธรรมลุ่มทะเลสาบสงขลา สิ่งที่ซ่อนอยู่ เป็นเมืองยุคแรก ราวพุทธศตวรรษที่ 12-15 (ประมาณ ค.ศ. 600-900) พบคูเมือง คันดินระบบคลอง และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พบโบราณวัตถุจากอินเดีย จีน และศรีวิชัย บริเวณเขาคูหาเป็นศูนย์กลางศาสนาฮินดูและพุทธมหายานอันเป็นหลักฐานว่าทะเลสาบสงขลา เคยเป็น “ศูนย์กลางการค้า” มาก่อน อยุธยาหลายร้อยปี -เป็นจุดเริ่มต้น ของระบบบริหารจัดการน้ำแบบ “ราวา” และ “พัง” ที่ใช้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มเพื่อการเกษตรและคมนาคม -แสดงให้เห็นว่าชุมชนโบราณสามารถอยู่ร่วมกับทะเลสาบน้ำกร่อยได้อย่างชาญฉลาด

2. เมืองโบราณสทิงพระอันถือว่าเป็นเมืองหลวงของคาบสมุทรสทิงพระ นี่คือช่วงที่อารยธรรมเติบโตเต็มที่ สิ่งที่โดดเด่นคือ ผังเมืองเป็นระบบ มีคูเมืองหลายชั้นมีคลองเชื่อมทะเลสาบกับทะเล เป็นศูนย์กลางศาสนา การค้า และการปกครอง นักโบราณคดีมองว่าสทิงพระเป็น “มหานคร” ของลุ่มทะเลสาบในยุคนั้น เมืองแห่งนี้เชื่อมหลายประเทศ ผ่านเส้นทางการค้าทางทะเล สงขลาจึงเป็นเมืองท่าสำคัญทางใต้ อินเดีย ศรีลังกา ชวา เขมร จีนจึงพบศิลปกรรมหลากหลายวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน

3. เมืองป้อมค่ายซิงกอร่า เขาแดง และแหลมสน จุดเปลี่ยนจาก “เมืองโบราณ” สู่ “เมืองการค้าระดับโลก” ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อสุลต่านสุไลมานสร้างเมืองซิงกอร่า มีสิ่งที่ซ่อนอยู่คือ ป้อมปราการแบบผสมยุโรป เมืองท่ามุสลิมที่ค้าขายกับ ดัทช์ โปรตุเกส อังกฤษ -จีน ความเป็นสงขลา ยังมีการค้นพบระบบป้องกันเมืองทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค อันแสดงให้เห็นว่า สงขลาไม่ได้เป็นเพียงเมืองไทยแต่เคยเป็น “เมืองท่านานาชาติ” ที่เชื่อมโลกตะวันตกกับเอเชียตะวันออก

4. เมืองเก่าสงขลา (บ่อยาง) ผลลัพธ์สุดท้ายของวิวัฒนาการกว่า 1,300 ปี เมืองสงขลาย้ายจากหัวเขาแดง มาตั้งหลักที่แหลมสนอ่อน เรียกว่า เมืองซิงกอร่า แต่ไม่นานก็ถูกทำลายศูนย์กลางเมืองย้ายมายังฝั่งบ่อยาง สิ่งที่โดดเด่น คือ ผังเมืองยังใช้ต่อเนื่องจนปัจจุบัน อาคารจีน โปรตุเกส มลายู และไทย อยู่ร่วมกันถนนนครนอก นครใน และนางงาม เป็นแกนหลักของเมือง ต่อมาเรียกกันว่า เมืองเก่าสงขลา มีศาลเจ้ามัสยิด วัด และชุมชนหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันเมืองนี้สะท้อน“การอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรม” พหุวัฒนธรรม ซึ่งยังมีชีวิต ไม่ใช่เมืองร้างเหมือนแหล่งโบราณคดีทั่วไป
จุดแข็งที่สุดของการเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกคือ ทั้งสี่พื้นที่ไม่ใช่โบราณสถานที่โดดเดี่ยว แต่เป็นเรื่องราวเดียวกันของ “การย้ายศูนย์กลางเมือง” ตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศ เศรษฐกิจ วิถีชุมชน และเส้นทางการค้า โดยมีทะเลสาบสงขลาเป็นแกนกลางของการดำรงชีวิตมาตลอดกว่า 1,300 ปี
นี่คือคุณค่าที่ใช้สนับสนุนเกณฑ์มรดกโลกด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การพัฒนาเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกอบจ.สงขลา เปิดเผยว่า ปี 2559 สมัยตนเป็นนายกอบจ.สงขลา ได้จัดสรรงบประมาณ 5 ล้านบาท เป็นเงินทุนเบื้องต้นให้ศึกษาความเป็นไปได้และทำแผนแม่บท ตอนนี้สงขลาก็ได้ขึ้นบัญชีเบื้องต้นของมรดกโลกแล้วเมื่อ ก.ค. 2567 ล่าสุดจังหวัดมีหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมให้มาประเมินแล้ว

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี