วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกันทั้งทางบกและทางทะเล โดยทางบกจากทิศตะวันตกไปจนถึงทิศตะวันออก ชายแดนของทั้ง 2 ประเทศมีความยาวประมาณ 647 กิโลเมตร มีแม่น้ำสายสำคัญกั้นพรมแดนคือ แม่น้ำโก-ลก มีความยาวประมาณ 106 กิโลเมตร ประเทศไทยอยู่ทางเหนือและประเทศมาเลเซียอยู่ทางใต้
เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย ณ เมืองปูตราจายาและกรุงกัวลาลัมเปอร์อย่างเป็นทางการ ได้มีการหารือยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี กับ ดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การพัฒนาพื้นที่ชายแดน และคุณภาพชีวิตของประชาชน
การเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนยกระดับความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไทย–มาเลเซีย ให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลก ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ
ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลก ทั้งฝั่งไทยในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และฝั่งมาเลเซีย เมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ในช่วงฤดูฝนต้องเผชิญกับวิกฤตแม่น้ำล้นตลิ่งซ้ำซาก บางปีน้ำท่วมสูงถึง 1-2 เมตร บ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรกรรมเสียหายอย่างหนัก ด่านพรมแดนต้องประกาศปิดชะงัก ประชาชนนับแสนคนได้รับความเดือดร้อน ส่วนในช่วงฤดูแล้งก็ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

การเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียของนายอนุทินในครั้งนี้ ได้มีการผลักดันการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการลุ่มน้ำโก-ลกแบบบูรณาการ ระหว่าง สทนช. ในฐานะหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของไทยกับกรมชลประทาน และการระบายน้ำของประเทศมาเลเซีย (Department of Irrigation and Drainage Malaysia : DID) ให้แล้วเสร็จในปี 2569 เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประชาชนบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ภายใต้โครงการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำโก-ลก (Enhancing Environmental Security and Transboundary Cooperation in the Golok/Kolok River Basin) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และมีองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)
MoU ดังกล่าวจะก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาการบริหารจัดการลุ่มน้ำโก-ลกอย่างเป็นระบบครอบคลุมการจัดทำฐานข้อมูลร่วมกัน การประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง และการฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงการพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ร่วมระหว่างสองประเทศ โดยนำแนวทางการใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐานมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยพิบัติ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ระบบนิเวศลุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
“สทนช. มุ่งมั่นสานต่อความร่วมมือกับประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางน้ำข้ามพรมแดน การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำโก-ลก ให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน” ท่านเลขาธิการ สทนช.กล่าวยืนยัน
ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวไทย และมาเลเซีย ที่มาชายแดนติดกัน ซึ่งรัฐบาลทั้ง 2 ชาติ ร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี