วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
การบ้านการเมืองไทย ณ วันนี้พอจะแบ่งออกได้เป็น 2 ฝั่ง 2 ฝาเป็น 2 ค่ายแห่งแนวความคิดและการปฏิบัติ ซึ่งยังไม่ถึงขั้นเป็นระบบระบอบที่มีการบริหารจัดการที่เป็นรูปเป็นร่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็มีโอกาสที่จะพัฒนาต่อไป
การจัดแบ่งออกเป็น 2 ค่าย อาจจะดูได้จากประเด็นแตกต่างดังนี้
1.ฝ่ายสีน้ำเงิน กับฝ่ายสีส้ม
2.ฝ่ายราชอาณาจักรนิยม กับฝ่ายสาธารณรัฐนิยม
3.ฝ่ายอนุรักษ์นิยม กับฝ่ายหัวก้าวหน้า
4.ฝ่ายรักษาฐานันดรเดิม กับฝ่ายโครงสร้างใหม่
5.ฝ่ายอิงแอบประเพณีวัฒนธรรมกับฝ่ายปฏิเสธของดั้งเดิม
6.ฝ่ายอภิสิทธิ์ชน กับฝ่ายมวลชน
7.ฝ่ายศูนย์รวมอำนาจ กับฝ่ายการมีผู้เล่นที่หลากหลาย เป็นต้น
โดยทั้งหมดที่ได้แจกแจงดังกล่าวเกี่ยวกับการบ้านการเมืองไทยนั้น มีลักษณะของการเผชิญหน้า(Confrontation) และมุ่งที่จะประหัตประหารทำลายล้างกันมีความเป็นคู่อริที่ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันและกันแต่อย่างใด
สังคมใดๆ ที่ตกอยู่ในสภาพนี้ก็มักจะไม่มีเสถียรภาพ ขาดทิศทางและความแน่นอน ประชาชนพลเมืองอกสั่นขวัญหาย ท้อแท้และขาดความหวัง เพราะทั้ง 2 ฝ่ายหรือ 2 ค่าย มัวห่วงพะวงแต่เรื่องความอยู่รอดของตนเอง และการเอาชนะหรือบ่อนทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง ลืมเลือนที่จะทำงานให้กับบ้านเมืองเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ทั้งที่ได้อาสาไว้
ในสภาพการณ์นี้ ก็เป็นการยากที่จะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดปรับทัศนคติและเปลี่ยนตัวเองให้มีความอะลุ้มอล่วย ถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกันและกัน เพราะความยึดมั่นถือมั่นนั้นมีแรงกล้าอย่างมากมายและเป็นประโยชน์ต่อการรักษาที่มั่นและสถานภาพ
แต่สังคมไทยจะอยู่ในสภาพของการขัดแย้งเผชิญหน้ากันไปเรื่อยๆ ไม่ได้ ก็รังแต่จะมีความเสียหาย และความไม่เจริญก้าวหน้า ฉะนั้นจำเป็นที่สังคมไทยจะต้องหาทางออกให้ได้ โดยแนวทางหนึ่งก็คือ การเกิดขึ้นของขั้วที่ 3 หรือพลังที่ 3 (The Third Force)ที่จะมีอุดมการณ์ร่วมกัน เช่น
1.ราชอาณาจักรไทยที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีความเป็นสากล
2.สังคมแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นสังคมแห่งธรรม หรือมีธรรมเป็นกรอบและตัวนำพา หรือนัยหนึ่งมีทศพิธราชธรรม
3.ปวงชนชาวไทยเป็นเจ้าของประเทศและเจ้าของอำนาจอธิปไตย ฉะนั้นจะต้องมีบทบาทและมีส่วนร่วมในความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างกว้างขวางลึกซึ้งด้วยการใช้สิทธิและทำหน้าที่พลเมืองอย่างเต็มที่
4.การกระจายอำนาจทั้งในแง่ของภูมิศาสตร์และในแง่ของภารกิจต่างๆ เช่น การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เช่น การมีกฎหมายที่กำหนดให้สาขาอาชีพต่างๆ กำกับดูแลตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดอำนาจและขั้นตอนทางราชการเพื่อการบริการสังคมและประชาชนที่โปร่งใสและคล่องตัว เช่น การปฏิรูประบบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
5.การเสริมสร้างความทัดเทียม ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อประชาชนพลเมืองจะได้รับบริการอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ อย่างเสมอภาค ทั้งในเรื่องการศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย ระบบชลประทานทั้งเพื่อการเพาะปลูกและการใช้ในครัวเรือน ระบบไฟฟ้า การเชื่อมโยงประเทศทั้งด้วยระบบถนน ทางรถไฟ การขนส่งและสัญจรทางลำน้ำและชายฝั่งทะเล เป็นต้น
6.การปรับโครงสร้างระบบราชการให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ ความมั่นคงและพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น การจัดตั้งกระทรวงกิจการชายแดน กระทรวงความมั่นคงภายใน กระทรวงโยธาธิการ กระทรวงป้องกันสาธารณภัย ไปจนถึงการบูรณาการ 3 เหล่าทัพและตำรวจตระเวนชายแดน ทั้งเพื่อการรักษาความมั่นคงดั้งเดิม การมีบทบาทในกองกำลังสันติภาพสหประชาชาติ เป็นต้น
7.การนำหลักธรรมและหลักธรรมาภิบาลเข้ามาเป็นหัวใจของระบบราชการ
8.ผู้อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมืองจะต้องผ่านการฝึกอบรมว่าด้วยวิชาสิทธิหน้าที่พลเมืองและวิชาว่าด้วยประวัติศาสตร์และการเมือง
9.ประเทศไทยควรวางตัวเป็นประเทศที่ไม่ฝักใฝ่กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด (Non-aligned) แต่เป็นมิตรกับทุกประเทศ ยกเลิกพันธกรณีทางกิจการทหารกับทุกประเทศ เป็นต้น
ในโลกกว้างมีหลายประเทศที่เป็นราชอาณาจักร และเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลอันใดที่ประเทศไทยเราจะเป็นเช่นนั้นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทัศนคติกับการยึดมั่นถือมั่น โดยเฉพาะความคิดอ่านเรื่องการเปลี่ยนไปเป็นสาธารณรัฐ ที่เป็นการนำไปสู่สงครามกลางเมือง หรือการยึดมั่นกับการเป็นราชอาณาจักรที่มีการจำกัดจำเขี่ยประชาธิปไตย ที่ดำเนินการกำกับควบคุมประชาธิปไตย ก็เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วม และเป็นการเปิดโอกาสให้พวกอภิสิทธิ์ชนชุบมือเปิบและผูกขาดความได้เปรียบไว้ในมือ
ก็ขอเชิญชวนมาร่วมกันคิด ร่วมกันทำในเรื่อง Third Force กันครับ
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

พิพากษาจำคุก 1 ปี ปรับ 20,000 'มูฮัมหมัดบิช' โพสต์หมิ่นธงชาติไทย ปี 68
'อนุทิน' โผล่ตอบเพจดัง 'รับทราบ-รับปฏิบัติ' ลุยฟ้อง 'ยิ่งชีพ ไอลอว์' ถึงที่สุด
ไอซีซี สั่งปลด คาริม ข่าน ผู้สั่งเชือด ปูติน-เนทันยาฮู ฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
‘บิ๊กดุลย์’ ลงนราธิวาส บุกจุดเกิดเหตุ เยี่ยมให้กำลังใจเด็กบาดเจ็บ สั่งเร่งล่าตัวคนร้ายยิงทหาร
'วรงค์'ค้านหัวชนฝา! ปมจ้างอาสาพยาบาล 7,256 ตำแหน่ง ชี้ใช้งบซ้ำซ้อน แนะบรรจุพยาบาลจริงดีกว่า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี