วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ชาวกรุงเทพมหานครได้มีโอกาสไปใช้สิทธิ และทำหน้าที่พลเมืองด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเอง ซึ่งก็จัดได้ว่าเป็นกลุ่มผู้มีความเป็นอภิสิทธิ์มีโอกาสเหนือชาวจังหวัดอื่นๆ อาจเรียกว่าการเลือกปฏิบัติและความเหลื่อมล้ำในสังคมประชาธิปไตยของไทยเราอย่างหนึ่ง
ฉะนั้น เพื่อเสริมสร้างความทัดเทียมและความเสมอภาค อีกทั้งเป็นการขยายการมีส่วนร่วมและตอกย้ำเรื่องการกระจายอำนาจ ก็ควรเป็นภาระหน้าที่อันสำคัญของพรรคการเมืองทุกพรรค และผู้ที่อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง ที่จะต้องร่วมกันเร่งรีบออกกฎหมายเพื่อให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 76 จังหวัด พรรคการเมืองทั้งหลายจะเฉื่อยชา ไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้ อีกต่อไปมิได้ เพราะมันเสมือนเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจัดได้ว่าเป็นผู้ฝักใฝ่ในระบอบประชาธิปไตยแบบครึ่งๆ กลางๆ แต่ถ้าทุกพรรคออกมาประกาศจุดยืนให้แน่ชัดโดยเร็ว และมุ่งดำเนินการเพื่ออย่างน้อยในระยะเวลาอีก 4 ปีข้างหน้าพลเมืองไทยทุกคนจะได้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดของตนเอง ก็ถือว่าจะพออภัยให้กันได้
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการทบทวนว่าด้วยบทบาทและภาระหน้าที่ของตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีความเป็นสากล ซึ่งแบบอย่างก็สามารถที่จะศึกษาได้จากประเทศประชาธิปไตยต่างๆ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่เป็นราชอาณาจักรเช่นเดียวกันกับไทย
ลำดับแรกก็น่าจะเป็นเรื่องของการโอนให้ฝ่ายตำรวจนครบาล ฝ่ายสาธารณูปโภค เช่น ประปานครหลวง ไฟฟ้านครหลวง การขนส่งมวลชน และกิจการโทรคมนาคม เป็นต้น ไปขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่หน่วยงานส่วนกลางโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม จะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวรับผิดชอบกับงานการที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นสามารถที่จะรับมือได้ ทั้งนี้ ก็อาจจะคิดให้กว้างขึ้นไปอีกว่าโรงพยาบาล และโรงเรียนทั้งหมดก็ให้มาอยู่ในสังกัดจังหวัดได้ เว้นโรงพยาบาลและโรงเรียนพิเศษ หรือเฉพาะกิจต่างๆ
อนึ่ง ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าราชการ กทม. ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ได้ประกาศเป้าหมายภารกิจหลัก 2 ประการคือ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาว กทม. และการพัฒนาประสิทธิภาพของการบริการรับใช้ชาว กทม. ก็หวังว่าชาว กทม. และชาวไทยโดยทั่วไปจะได้เห็นแผนงานและการจัดสรรงบประมาณในโอกาสแรก ซึ่งทั้งนี้ก็ขอฝากเรื่องการบริหารบ้านเมืองแบบธรรมาภิบาล โดยเฉพาะการขจัดระบบการจ่ายใต้โต๊ะ รีดไถ การกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่าย เป็นต้น
ท้ายนี้ก็หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจะทำตัวเป็นข้าราชการในระบอบประชาธิปไตยกันถ้วนหน้าในการเพิ่มขีดความสามารถในการรับฟัง ในการใช้จ่ายงบประมาณ และในการประสานงานทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง กับภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี