ความเป็นมาเกี่ยวกับ กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2508 ประเทศไทยได้มีการก่อตั้งกองบัญชาการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (บก.ปค.) จนกระทั่งวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512ก็ได้แปรสภาพไปเป็น กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์(กอ.ปค.) จากนั้น พ.ศ. 2516ก็ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
จากประวัติดังกล่าวก็จัดได้ว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานราชการที่เกิดขึ้นในโลกยุคสงครามเย็น และประเทศไทยอยู่ในค่ายโลกเสรีต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีอดีตสหภาพโซเวียตและจีนเป็นหัวเรือใหญ่ และมีการสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ได้ยุบสลายไปเมื่อปี พ.ศ. 2523 และสังคมไทยได้เห็นการปรองดองสมานฉันท์ด้วยนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” ในช่วงรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ทั้งนี้โดยตลอดมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 สังคมไทยก็ยังยึดมั่นอยู่กับสังคมประชาธิปไตย แล้วก็ยังเพียรพยายามที่จะให้ได้มาซึ่งการเป็นสังคมประชาธิปไตยแบบสากล แต่ทว่าการคงอยู่ของ กอ.รมน.ก็ถือว่าเป็นเรื่องของการตกยุค เพราะโลกยุคสงครามเย็นก็สิ้นสุดไปแล้ว และสังคมไทยนั้นไม่ได้มีพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาเป็นผู้คุกคามหรือบ่อนทำลายสังคมไทยอีกแล้ว
และในความเป็นจริง กอ.รมน. ก็เป็นองค์กรหรือหน่วยราชการที่มีแต่แค่ชื่อและกรอบ เพราะเนื้อในที่แท้จริงก็คือ บุคลากรจากกองทัพบกเป็นสำคัญ โดยข้าราชการในสังกัดกองทัพบก ไปสวมเสื้อและทำงานให้กับ กอ.รมน. ก็เท่ากับว่าบุคลากรนั้นๆ สวม2 ตำแหน่ง คือตำแหน่งในกองทัพบก และตำแหน่งใน กอ.รมน. และรับเงินเดือนทั้ง 2 ตำแหน่ง(ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่ทราบกันอยู่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายกองทัพและรัฐบาลจะต้องให้ความกระจ่างและชี้แจงข้อเท็จจริง อีกทั้งฝ่ายรัฐสภาก็ต้องสอบถามหาข้อเท็จจริง)
ในปัจจุบันนี้ระบบราชการของไทยมีหลายหน่วยงานที่จัดได้ว่ามีภาระหน้าที่ทางด้านข่าวกรอง (Intelligence) เช่น สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติกรมข่าว ของ 3 กองทัพ สำนักงานสันติบาลในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักเลขาธิการสภาความมั่นคง อีกทั้งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ก็จะมีหน่วยงานที่ติดตามข่าวสารความเป็นไปในบ้านเมือง ซึ่งมิใช่เป็นงานข่าวกรอง (Intelligence) แบบลับ แล้วจัดได้ว่าก็เป็นการจัดหาข่าวจากแหล่งเปิดที่สามารถประกอบเป็นข่าวกรองหรือข่าวราชการลับได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อโลกยุคสงครามเย็นหมดไป เมื่อการคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ภายในประเทศในรูปขององค์กรพรรคหรือขบวนการเคลื่อนไหวก็จืดจางหายไป อีกทั้งสังคมไทยก็มีหน่วยงานข่าวต่างๆ ดังกล่าวอยู่มากมายพอสมควรแล้ว จึงไม่แปลกที่จะมีคำถามถึงความจำเป็นที่จะต้องยังคงไว้ซึ่งร่างทรงของ กอ.รมน. ต่อไปอีกหรือไม่? และการจัดตั้ง กอ.รมน. ส่วนหน้าที่ภาคใต้ และ กอ.รมน. ส่วนหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องประจำการอยู่แล้วหรือไม่ เช่น กองทัพภาค สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานภาคของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในกรณีของภาคใต้ก็มี ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) อีกด้วย
ทั้งนี้ยังไม่นับรวมบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ว่ามีการประสานงานกันอย่างไร ใครเป็นใหญ่ ใครเป็นผู้บังคับบัญชา หรือมีคำสั่งจากใครที่จะให้ กอ.รมน. ส่วนหน้าเป็นแม่งาน ทั้งนี้จะเป็นที่ภาคใดๆ ของประเทศไทยที่มีเรื่องความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก แล้วประเทศไทยเรามีถึง 4 กองทัพภาค ซึ่งโดยสามัญสำนึก กองทัพภาคโดยแม่ทัพภาค ซึ่งจะเป็นกองทัพภาคที่ 1, 2, 3 หรือ 4 ก็ตาม ควรจะเป็นแม่งานใหญ่ และ กอ.รมน. ก็ดูจะไม่มีที่ยืนเนื่องจากไม่มีเรื่องคอมมิวนิสต์มาให้เล่นอีกต่อไป
แต่ถ้าจะพูดถึงเรื่องความมั่นคงภายในของประเทศไทย แล้วจะมาบอกว่าเป็นเรื่องที่ กอ.รมน. จะต้องรับผิดชอบ ก็คงจะต้องมาทบทวนการบริหารจัดการและการจัดวางโครงสร้างกันใหม่หมด ต้องมานิยามกันว่า เรื่องอะไรบ้างที่คุกคามความมั่นคงภายใน?
ในโอกาสนี้ผมผู้เขียนก็เสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงความมั่นคงภายใน และการจัดตั้งกระทรวงกิจการความมั่นคงชายแดน หรือจะให้ทั้ง 2 กระทรวงดังกล่าวเป็นแค่ระดับทบวงก็ได้ โดยให้อยู่ในสังกัดของกระทรวงกลาโหม และทั้งหมดก็ขึ้นตรงต่อสภาความมั่นคงและคณะรัฐมนตรี
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี