เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า ประชากรหรือพลเมืองของสิงคโปร์ 3 ล้านคนนั้น เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีการศึกษา มีการใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย มีความซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต และมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สิงคโปร์ได้กลายเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาลมีการเคารพและบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึงด้วยความทัดเทียมและยุติธรรม รวมถึงประสิทธิภาพของระบบราชการ และการเป็นพลเมืองที่รักชาติบ้านเมืองและมีวินัย ซึ่งถือเป็นจุดขายอันสำคัญยิ่งต่อนักลงทุนทั่วโลกของสิงคโปร์
ประเทศไทยมีจำนวนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ประมาณ 1.76 ล้านคน และยังมีลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานราชการ, พนักงานราชการ,พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข อีกประมาณ 1.25 ล้านคนเมื่อรวมทั้งหมด ประเทศไทยนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้รับเงินเดือนจากหลวงหรืองบประมาณรัฐประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศสิงคโปร์
และเมื่อชาวโลกมองมาที่ประเทศไทย ก็มักมีความคิดเห็นว่าไทยนั้นเป็นรัฐราชการ (Bureaucratic State) เพราะระบบและกลไกของราชการถือเป็นกุญแจหรือหัวใจสำคัญของความเป็นไปในประเทศไทย ระบบราชการมีอำนาจมากมาย และเป็นตัวขับเคลื่อนความเป็นไปในสังคมบ้านเมือง ระบบราชการของไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยๆ ปี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและความเป็นไประหว่างประเทศ ระบบราชการของไทยจึงมีประสบการณ์มากมายและจัดได้ว่ามีประสิทธิภาพในการบริการสังคมที่ไม่เป็นรองผู้ใด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน บรรดาข้าราชการหรือพนักงานรัฐต่างๆ ในยุคสมัยที่ผ่านมาได้รับความน่าเชื่อถือและยำเกรงจากประชาชนพลเมือง เพราะมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีอุดมคติ อุดมการณ์ว่าด้วยการรับใช้บ้านเมืองเป็นที่ตั้ง
แต่ในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา ระบบราชการของไทยเราได้กลับกลายจากผู้รับใช้และผู้ให้บริการสังคม ไปเป็นระบบราชการแห่งอภิสิทธิ์ชนที่กอบโกยและตักตวงเอาผลประโยชน์เข้าตน ความละอายแก่ใจ ความคิดอ่านนึกคิดว่าด้วยบุญ-บาปก็เตลิดออกไป กลายไปเป็นการ “ด้านได้อายอด”
ในทางกลับกัน หากประชาชนชาวไทยร่วมกันเรียกร้องให้บรรดข้าราชการและพนักงานรัฐรวมประมาณ 3 ล้านคนในวันนี้กลับมาร่วมกันคิดทบทวน เพื่อระลึกถึงความรู้สึกรับผิดชอบมีจิตสำนึก และปฏิบัติตนตามหลักจริยธรรมเช่นเดียวกันกับชาวสิงคโปร์ 3 ล้านคนนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่? แล้วถ้าจะกระทำ ประเทศไทยเราจะเป็นอย่างไร? ในเมื่อสิงคโปร์เขาบ่มเพาะคนของเขา 3 ล้านคนให้เป็นมนุษย์แห่งคุณภาพได้แล้วคนไทยที่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐ
3 ล้านคนจะกระทำไม่ได้เลยหรือ
ถ้าสังคมไทยเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบ และการทุจริตคอร์รัปชันได้ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจริยธรรม สังคมไทยก็จะก้าวหน้าไปได้อย่างแน่นอน เพราะ 3 ล้านคนดังกล่าวนี้อยู่ในฐานะที่จะดำรงชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่เป็นรองชาวสิงคโปร์
3 ล้านคนนี้ เป็นข้าราชการในพระองค์ การกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณมิใช่เรื่องวาทะแต่เป็นแรงดลใจและกรอบความประพฤติอีกทั้งสังคมไทยมีคำขวัญที่เป็นคติ หลักคิดและอุดมการณ์แห่งชาติว่าด้วย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และนอกจากนั้นราชอาณาจักรไทยก็เป็นสังคมประชาธิปไตย และเมื่อต่างอาสาเข้ามารับใช้บ้านเมืองกันแล้ว ก็จะคิดและปฏิบัติเป็นอื่นมิได้ นอกจากต้องรักชาติ นับถือศาสนา จงรักภักดีต่อกษัตริย์ และเป็นนักประชาธิปไตยแล้ว
ข้าราชการไทยทั้ง 3 ล้านคนนั้นคือพลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ก็ขอให้โปรดระลึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของพวกท่านที่มีต่อประเทศไทย และปวงชนชาวไทยด้วยเถิด
กษิต ภิรมย์
[email protected]

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี