วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า ประชากรหรือพลเมืองของสิงคโปร์ 3 ล้านคนนั้น เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีการศึกษา มีการใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย มีความซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต และมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สิงคโปร์ได้กลายเป็นแบบอย่างของการบริหารจัดการที่มีธรรมาภิบาลมีการเคารพและบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึงด้วยความทัดเทียมและยุติธรรม รวมถึงประสิทธิภาพของระบบราชการ และการเป็นพลเมืองที่รักชาติบ้านเมืองและมีวินัย ซึ่งถือเป็นจุดขายอันสำคัญยิ่งต่อนักลงทุนทั่วโลกของสิงคโปร์
ประเทศไทยมีจำนวนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ประมาณ 1.76 ล้านคน และยังมีลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานราชการ, พนักงานราชการ,พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานมหาวิทยาลัย และพนักงานกระทรวงสาธารณสุข อีกประมาณ 1.25 ล้านคนเมื่อรวมทั้งหมด ประเทศไทยนั้นมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้รับเงินเดือนจากหลวงหรืองบประมาณรัฐประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศสิงคโปร์
และเมื่อชาวโลกมองมาที่ประเทศไทย ก็มักมีความคิดเห็นว่าไทยนั้นเป็นรัฐราชการ (Bureaucratic State) เพราะระบบและกลไกของราชการถือเป็นกุญแจหรือหัวใจสำคัญของความเป็นไปในประเทศไทย ระบบราชการมีอำนาจมากมาย และเป็นตัวขับเคลื่อนความเป็นไปในสังคมบ้านเมือง ระบบราชการของไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยๆ ปี มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและความเป็นไประหว่างประเทศ ระบบราชการของไทยจึงมีประสบการณ์มากมายและจัดได้ว่ามีประสิทธิภาพในการบริการสังคมที่ไม่เป็นรองผู้ใด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน บรรดาข้าราชการหรือพนักงานรัฐต่างๆ ในยุคสมัยที่ผ่านมาได้รับความน่าเชื่อถือและยำเกรงจากประชาชนพลเมือง เพราะมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีอุดมคติ อุดมการณ์ว่าด้วยการรับใช้บ้านเมืองเป็นที่ตั้ง
แต่ในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา ระบบราชการของไทยเราได้กลับกลายจากผู้รับใช้และผู้ให้บริการสังคม ไปเป็นระบบราชการแห่งอภิสิทธิ์ชนที่กอบโกยและตักตวงเอาผลประโยชน์เข้าตน ความละอายแก่ใจ ความคิดอ่านนึกคิดว่าด้วยบุญ-บาปก็เตลิดออกไป กลายไปเป็นการ “ด้านได้อายอด”
ในทางกลับกัน หากประชาชนชาวไทยร่วมกันเรียกร้องให้บรรดข้าราชการและพนักงานรัฐรวมประมาณ 3 ล้านคนในวันนี้กลับมาร่วมกันคิดทบทวน เพื่อระลึกถึงความรู้สึกรับผิดชอบมีจิตสำนึก และปฏิบัติตนตามหลักจริยธรรมเช่นเดียวกันกับชาวสิงคโปร์ 3 ล้านคนนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่? แล้วถ้าจะกระทำ ประเทศไทยเราจะเป็นอย่างไร? ในเมื่อสิงคโปร์เขาบ่มเพาะคนของเขา 3 ล้านคนให้เป็นมนุษย์แห่งคุณภาพได้แล้วคนไทยที่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐ
3 ล้านคนจะกระทำไม่ได้เลยหรือ
ถ้าสังคมไทยเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบ และการทุจริตคอร์รัปชันได้ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจริยธรรม สังคมไทยก็จะก้าวหน้าไปได้อย่างแน่นอน เพราะ 3 ล้านคนดังกล่าวนี้อยู่ในฐานะที่จะดำรงชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่เป็นรองชาวสิงคโปร์
3 ล้านคนนี้ เป็นข้าราชการในพระองค์ การกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณมิใช่เรื่องวาทะแต่เป็นแรงดลใจและกรอบความประพฤติอีกทั้งสังคมไทยมีคำขวัญที่เป็นคติ หลักคิดและอุดมการณ์แห่งชาติว่าด้วย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และนอกจากนั้นราชอาณาจักรไทยก็เป็นสังคมประชาธิปไตย และเมื่อต่างอาสาเข้ามารับใช้บ้านเมืองกันแล้ว ก็จะคิดและปฏิบัติเป็นอื่นมิได้ นอกจากต้องรักชาติ นับถือศาสนา จงรักภักดีต่อกษัตริย์ และเป็นนักประชาธิปไตยแล้ว
ข้าราชการไทยทั้ง 3 ล้านคนนั้นคือพลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ ก็ขอให้โปรดระลึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของพวกท่านที่มีต่อประเทศไทย และปวงชนชาวไทยด้วยเถิด
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

อุ๊งอิ๊งค์ โพสต์ภาพน่ารัก น้องธิธาร-น้องธาษิณ จุ๊บแก้มในวันแม่ พรั่งพรูความในใจการเป็นแม่
สถานทูตจีน ยัน ส่งอาวุธให้กัมพูชา ความร่วมมือปกติ ไม่เกี่ยวขัดแย้งชายแดน ย้ำ เป็นมิตรทั้งสองฝ่าย หนุนเจรจาสันติ
มท.3 สั่ง กปภ. ลุยสอบมิจฉาชีพชุดพนักงาน อ้างตัดน้ำขู่ตุ๋นเงินร้านเสริมสวยอุดรฯ
ลุยสอบปม ชัยชนะ ตบ รองผกก. ตร.ภาค 8 ลงพื้นที่ พบนั่งดื่มสุราด้วยกัน มีปากเสียง-ทำร้าย
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมคณะสงฆ์ และบุคคล เฝ้าฯ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี