วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 สถาบันภาคเอกชน 3 สถาบัน ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องต่อฝ่ายรัฐบาล โดยมีข้อเสนอดังนี้
1.ปฏิรูปกฎหมายและลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine
2.กระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
3.ยกระดับอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
4.พัฒนาและจัดระบบแรงงาน
5.ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
6.ปราบปรามการทุจริต
นอกจากนั้นภาคเอกชนได้มีการหยั่งเสียงเกี่ยวกับการบริหารราชการแบบไม่มีธรรมาภิบาลซึ่งมีผลออกมาว่ามีหน่วยงานระดับกรมของรัฐมีประเด็นปัญหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันดังนี้
1.กรมควบคุมมลพิษ: 102,160 บาท
2.กรมเจ้าท่า: 100,000 บาท
3.กรมสรรพสามิต: 94,667 บาท
4.กรมสรรพากร: 89,498 บาท
5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล): 88,750 บาท
6.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข: 74,643 บาท
7.กรมทางหลวง: 70,167 บาท
8.กรมโยธาธิการและผังเมือง: 70,000 บาท
9.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช: 68,000 บาท
10.กรมป่าไม้: 67,500 บาท
ในการนี้ผมก็ต้องขอร่วมแสดงความชื่นชมยินดีต่อภาคเอกชนในการร่วมกันแสดงออกดังกล่าวเพื่อให้ระบบราชการของไทยเรามีความโปร่งใส เป็นความหวังและฝากผีฝากไข้ของสังคมได้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง
ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทางฝ่ายรัฐบาลจะบริหารจัดการรับมือกับข้อเรียกร้องของทางฝ่ายเอกชนได้อย่างไร ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากลำบาก สลับซับซ้อน เพราะทางฝ่ายภาครัฐมีกลไกเครื่องมืออยู่มากมายที่ต้องให้บริการตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนและประชาชนอยู่แล้ว แต่ยังขาดการบูรณาการ และความบกพร่องในเรื่องความเอาใจใส่ดูแลกำกับการ เพื่อให้การบริการรับใช้สังคมนั้นราบรื่นและไม่หลงทางไปกับเรื่องการหาประโยชน์เข้าตัวฉ้อราษฎร์บังหลวง เอาเปรียบสังคม และบ่อนทำลายประเทศชาติ
ในการบริหารราชการหนึ่งใดโดยเฉพาะในเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ฝ่ายภาครัฐก็จะต้องมีหน่วยงานหลักที่เป็นแกนกลาง และมีหัวหน้างานที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มเวลา มิใช่เป็นงาน “ฝาก” ทั้งนี้ ก็เพื่อแสดงความเอาจริงเอาจังและแสดงความชัดเจนว่า ใครผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบ โดยในระหว่างนี้ ขณะที่ยังอยู่ในวาระการเตรียมการต่างๆ ก็คงจะไม่เกินวิสัยที่แต่ละปลัดกระทรวงจะตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆ ของกระทรวงของตนไปก่อนล่วงหน้า แล้วนำผลข้อคิดเห็นมาสู่ที่องค์กร หรือคณะกรรมการกลาง เพื่อมีข้อยุติร่วมกัน
หลายๆ ประเทศที่เจริญแล้ว ก็ได้มีการยกเลิกระบบการขออนุญาตต่างๆ มาเป็นระบบขั้นตอนที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามให้ครบถ้วน โดยที่ฝ่ายภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่เพียงการตรวจสอบว่าได้มีการปฏิบัติแล้วครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งทำให้ไม่ต้องพึ่งพาหลักการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน ที่เป็นสาเหตุพื้นฐานของความไม่ยุติธรรมมาโดยตลอด
ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า การสำรวจหยั่งเสียงที่มีผลสำรวจออกมาเกี่ยวกับ 10 กรม ที่มีปัญหาคอร์รัปชันหรือไม่มีธรรมาภิบาลดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีชื่อ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดเข้ามา ซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นลำดับที่เท่าไหร่หลังจากนั้น แต่ก็แน่นอนว่ามีประชาชนชาวไทยไม่น้อยที่อยากจะทราบ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นที่บ่นกันอย่างกว้างขวางถึงความไม่ค่อยจะสะดวกต่างๆ อันเนื่องมาจากการกำหนดขั้นตอนที่ถี่ยิบ มากไปด้วยหลักการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน
ขณะที่ประเทศไทยพยายามเดินหน้าไปสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนของนานาชาติ แต่สังคมไทยเรากลับไม่สามารถจะเชื่อมั่นในการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นประตูต้อนรับแรกของประเทศไทยอย่างเต็มที่ มันจึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้ง และควรได้รับการสนใจแก้ไขอย่างเร่งด่วน
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

จับบิ๊กเครือข่าย 'นักบิน ชนแดน' ขนยาบ้าลอตมหึมาเฉียด 7 ล้านเม็ด
ดร.ประยูร ครองยศ ลงชิงผู้ว่าฯกทม. ประกาศ ขอโอกาส นำประสบการณ์บริหารพัฒนาเมืองหลวง
สื่อรัฐบาลเตหะราน หลุดร่างดีล MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน เดิมพันด้วยกฎหมายสากล
'อุ้ม'ซ้ายฟ้าสั่ง! ซัดชัยพาบุรีรัมย์แชมป์อาเซียนคัพ
พีคกว่านี้มีอีกไหม เปิดคำตอบการบ้านนักเรียนวิชาสังคมฯ ที่ทำเอาทำชาวเน็ตแห่เอ็นดู

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี