เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 สถาบันภาคเอกชน 3 สถาบัน ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องต่อฝ่ายรัฐบาล โดยมีข้อเสนอดังนี้
1.ปฏิรูปกฎหมายและลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine
2.กระตุ้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
3.ยกระดับอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
4.พัฒนาและจัดระบบแรงงาน
5.ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย
6.ปราบปรามการทุจริต
นอกจากนั้นภาคเอกชนได้มีการหยั่งเสียงเกี่ยวกับการบริหารราชการแบบไม่มีธรรมาภิบาลซึ่งมีผลออกมาว่ามีหน่วยงานระดับกรมของรัฐมีประเด็นปัญหาในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันดังนี้
1.กรมควบคุมมลพิษ: 102,160 บาท
2.กรมเจ้าท่า: 100,000 บาท
3.กรมสรรพสามิต: 94,667 บาท
4.กรมสรรพากร: 89,498 บาท
5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล): 88,750 บาท
6.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) / บริการสาธารณสุข: 74,643 บาท
7.กรมทางหลวง: 70,167 บาท
8.กรมโยธาธิการและผังเมือง: 70,000 บาท
9.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช: 68,000 บาท
10.กรมป่าไม้: 67,500 บาท
ในการนี้ผมก็ต้องขอร่วมแสดงความชื่นชมยินดีต่อภาคเอกชนในการร่วมกันแสดงออกดังกล่าวเพื่อให้ระบบราชการของไทยเรามีความโปร่งใส เป็นความหวังและฝากผีฝากไข้ของสังคมได้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง
ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทางฝ่ายรัฐบาลจะบริหารจัดการรับมือกับข้อเรียกร้องของทางฝ่ายเอกชนได้อย่างไร ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากลำบาก สลับซับซ้อน เพราะทางฝ่ายภาครัฐมีกลไกเครื่องมืออยู่มากมายที่ต้องให้บริการตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนและประชาชนอยู่แล้ว แต่ยังขาดการบูรณาการ และความบกพร่องในเรื่องความเอาใจใส่ดูแลกำกับการ เพื่อให้การบริการรับใช้สังคมนั้นราบรื่นและไม่หลงทางไปกับเรื่องการหาประโยชน์เข้าตัวฉ้อราษฎร์บังหลวง เอาเปรียบสังคม และบ่อนทำลายประเทศชาติ
ในการบริหารราชการหนึ่งใดโดยเฉพาะในเรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ฝ่ายภาครัฐก็จะต้องมีหน่วยงานหลักที่เป็นแกนกลาง และมีหัวหน้างานที่สามารถทำงานได้อย่างเต็มเวลา มิใช่เป็นงาน “ฝาก” ทั้งนี้ ก็เพื่อแสดงความเอาจริงเอาจังและแสดงความชัดเจนว่า ใครผู้ใดเป็นผู้รับผิดชอบ โดยในระหว่างนี้ ขณะที่ยังอยู่ในวาระการเตรียมการต่างๆ ก็คงจะไม่เกินวิสัยที่แต่ละปลัดกระทรวงจะตรวจสอบข้อบกพร่องต่างๆ ของกระทรวงของตนไปก่อนล่วงหน้า แล้วนำผลข้อคิดเห็นมาสู่ที่องค์กร หรือคณะกรรมการกลาง เพื่อมีข้อยุติร่วมกัน
หลายๆ ประเทศที่เจริญแล้ว ก็ได้มีการยกเลิกระบบการขออนุญาตต่างๆ มาเป็นระบบขั้นตอนที่ผู้ประกอบการ หรือผู้ขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามให้ครบถ้วน โดยที่ฝ่ายภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็มีหน้าที่เพียงการตรวจสอบว่าได้มีการปฏิบัติแล้วครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งทำให้ไม่ต้องพึ่งพาหลักการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน ที่เป็นสาเหตุพื้นฐานของความไม่ยุติธรรมมาโดยตลอด
ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า การสำรวจหยั่งเสียงที่มีผลสำรวจออกมาเกี่ยวกับ 10 กรม ที่มีปัญหาคอร์รัปชันหรือไม่มีธรรมาภิบาลดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีชื่อ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ติดเข้ามา ซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นลำดับที่เท่าไหร่หลังจากนั้น แต่ก็แน่นอนว่ามีประชาชนชาวไทยไม่น้อยที่อยากจะทราบ เพราะเป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับชาวต่างประเทศที่เข้ามายังประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นที่บ่นกันอย่างกว้างขวางถึงความไม่ค่อยจะสะดวกต่างๆ อันเนื่องมาจากการกำหนดขั้นตอนที่ถี่ยิบ มากไปด้วยหลักการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงาน
ขณะที่ประเทศไทยพยายามเดินหน้าไปสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนของนานาชาติ แต่สังคมไทยเรากลับไม่สามารถจะเชื่อมั่นในการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่เป็นประตูต้อนรับแรกของประเทศไทยอย่างเต็มที่ มันจึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้ง และควรได้รับการสนใจแก้ไขอย่างเร่งด่วน
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี