ที่ปวงชนชาวไทยวันนี้ สามารถที่จะมีความภูมิอกภูมิใจในความเป็นเอกราช ก็เพราะด้วยเลือดเนื้อ และสติปัญญาของบรรพบุรุษ ที่ถูกใช้ไปเพื่อแลกมาซึ่งการรักษาอำนาจอธิปไตยมาโดยตลอด นั่นจึงทำให้ความรักและหวงแหนในชาติบ้านเมืองดำรงอยู่ในสายเลือด และความคิดอ่านของปวงชนชาวไทยอย่างเข้มแข็ง ซึ่งนับเป็นเรื่องสามัญทั่วไปในสังคมไทย
คำว่า “รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย” ได้ก้องอยู่ในใจในความนึกคิดอยู่เสมอ และเมื่อใดที่คนไทยป่าวร้องออกมา ก็มักสร้างความหึกเหิม และเป็นกำลังใจให้กับสังคมไทยในที่สุด
ในเมื่อการรักษาเอกราช และอธิปไตย ได้กลายเป็นมรดกตกทอดที่สืบทอดกันมาในสังคมไทย ฉะนั้นปวงชนชาวไทยทุกคนจึงมีภาระหน้าที่ที่จะต้องรักษาไว้สืบไป และยิ่งต้องนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า และความยั่งยืนอีกด้วย
ภยันตราย และความท้าทาย ก็ย่อมมีอยู่เป็นธรรมดา ไม่ว่าจะจากภายนอก หรือภายใน ซึ่งในกรณีภายนอกก็มีเรื่องลัทธิอาณานิคม ลัทธิคอมมิวนิสต์ และลัทธิสุดโต่งทางความคิด ที่ราชอาณาจักรไทยได้ฟันฝ่ามาได้อย่างสง่างาม ส่วนกรณีภายใน ก็มักจะเป็นเรื่องของการแตกความสามัคคี ตั้งเป็นก๊กเป็นหมู่เหล่า ฝ่าฟันและชิงอำนาจเพื่อความเป็นใหญ่กันเอง แต่ในที่สุดแล้วบ้านเมืองก็สามารถกลับสู่ความสงบเรียบร้อยเป็นปึกแผ่น และก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ
มาบัดนี้ สมัยนี้ ภยันตรายต่างๆ ก็ยังมีอยู่ เช่น การก่อการร้ายสากล ความคิดอ่านทางอุดมการณ์ทางการเมืองแบบสุดโต่ง เช่น ลัทธิศาสนานำพา อาชญากรรมข้ามชาติ และสงครามไซเบอร์ เป็นต้น ซึ่งราชอาณาจักรไทยก็ได้แสดงขีดความสามารถในการรับมือกับเรื่องต่างๆ ดังกล่าวไว้ได้ โดยมีการร่วมมือกับมิตรประเทศต่างๆ อย่างเข้มแข็งด้วย
เมื่อหันมามองภายในประเทศ เราก็ยังมีปัญหากับขบวนการก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน โดยพลเมืองกลุ่มเล็กๆ ย่อยๆ หลายกลุ่ม ที่พยายามอ้างความไม่เท่าเทียมกันทางด้านศาสนา เพื่อที่จะแบ่งแยกดินแดน แต่สถานการณ์ก็จำกัดอยู่ที่พื้นที่ทางภาคใต้สุดของประเทศ และโดยทั่วไป ฝ่ายความมั่นคงของบ้านเมืองก็ยังสามารถรับมือ จำกัดขอบเขตของความรุนแรงไว้ได้ ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงในประเทศของเรา ชาวไทยมุสลิมก็ได้รับโอกาสในการดำรงชีวิต และอิสระในการดำเนินกิจทางศาสนา ไม่ต่างกับชาวไทยพุทธ คริสต์ ฮินดู ลัทธิเต๋า และขงจื้อ ทุกคน
ต่างก็มีชีวิตอยู่อย่างเสมอภาคทัดเทียมกัน ไม่มีการแบ่งแยก กีดกัน กีดขวาง เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด โดยจะเห็นว่าชาวไทยทุกคนต่างสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสรเสรีและมีความก้าวหน้าในชีวิตเหมือนๆ กันได้ ซึ่งจริงๆ แล้วฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนก็น่าจะตระหนักได้ แต่ก็ไม่ยอมรับความจริง เพราะจะต้องพยายามหาประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในท้องที่ หรือเงินสนับสนุนจากการก่อกวนความสงบสังคมไทยไปเรื่อยๆ
โดยภาพทั่วไป ก็กล่าวได้ว่า บ้านเมืองไทยนั้นมีเสถียรภาพ สังคมประชาธิปไตย ระบบเศรษฐกิจการตลาดเสรีก็ยังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เพียงแต่สังคมไทยกำลังมีปัญหาใหญ่หลวงในด้านความมั่นคงจากชาวต่างชาติสีเทา สีดำ โดยความเป็นเอกราช และอำนาจอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย เรากำลังถูกกัดกร่อน บ่อนทำลายด้วยน้ำมือคนไทยกันเอง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน ทหาร และตำรวจ ไปจนถึงนักการเมือง (ที่อ้างว่าตนเป็นผู้อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง) ที่กลับใช้อำนาจหน้าที่ไปอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติที่มีเจตนาที่จะละเมิดกฎหมายไทย และอยู่เหนือกฎหมายไทย ด้วยการทุ่มให้อามิสสินจ้างต่างๆ นานา ดังจะเห็นได้จากกรณีต่างๆ เช่น การจัดตั้งบริษัทหน้าฉาก (Shell Company) การสวมบัตรประชาชนชาวไทย การจดทะเบียนสมรสหลอกๆ การจัดตั้งบริษัทผูกขาดในเรื่องการค้าขายผลไม้สด เป็นต้น
ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่ามิจฉาชีพต่างชาติ และต่างชาติที่ต้องการเอารัดเอาเปรียบชาวไทยและสังคมไทย สามารถเดินเหิน และเฉิดฉายอยู่ในสังคมไทยได้อย่างเท่ๆ สบายๆ ก็เพราะพวกเขาเหล่านั้นได้รับการร่วมมือจากบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐไทยต่างๆ แม้จะเป็นข่าวครึกโครมอย่างเนืองนิจมากมายก็ตาม ซึ่งเมื่อใดที่เรื่องแดงขึ้นมาสังคมไทยก็จะเห็นว่าการปฏิบัติการของหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นดูอืดอาด ไม่คึกคัก และขาดความกระตือรือร้น อย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ นั่นก็คือภยันตรายต่อเอกราช และอธิปไตยของไทยในยุคสมัยนี้ ที่มาจากคนไทยกลุ่มดังกล่าว ซึ่งหากบรรพบุรุษไทยรับรู้ ก็คงจะเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก
ดังนั้น คนไทยที่รัก และหวงแหนชาติบ้านเมือง จะมัวนิ่งเฉยอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกมาเป็นพละกำลังเพื่อกดดันให้ฝ่ายคณะรัฐบาล ฝ่ายผู้แทนราษฎร ฝ่ายข้าราชการอาวุโสต่างๆ หยุดทำไม่รู้ไม่ชี้ หยุดการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และการกระทำอะไรอย่างไม่จริงจังในการรักษาเอกราชและอธิปไตย เสมือนเป็นกลุ่มพวกขายชาติกันเสียที
ในเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ก็คงไม่พ้นต้องขอนำเอาคำเก่าแก่มาใช้ว่า “ตื่นเถิดชาวไทย”
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี