วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ในความเห็นของผม ในที่สุด รพ.สต.ควรมีแพทย์มาตรวจทุกวัน มีทันตแพทย์ และหรือทันตภิบาล เภสัช นักกายภาพ นักโภชนาการ และพยาบาลฝ่ายต่างๆ ด้วย แต่ผมไม่คิดว่าการที่เอาแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวคนหนึ่งคนใดมาประจำอยู่ที่ รพ.สต. ทุกวันจะดีต่อแพทย์ผู้นั้น (ถึงแม้จะมาทุกวันเช้า-เย็นกลับ) เพราะแพทย์ท่านนี้จะมีแต่ให้ความรู้แก่บุคคลอื่นๆ แต่ตนเองไม่ได้ความรู้ใหม่เข้ามาเลย (ยกเว้นการอ่านติดตามความรู้เอง) แต่ควรให้แพทย์ผู้นี้ประจำอยู่ที่ รพ.ทั่วไป หรืออย่างน้อย รพ.ชุมชน โดยอาจจัดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว 2 คนต่อ 1 รพ.สต. โดยให้ผลัดกันไปที่ รพ.สต.วันเว้นวัน เสาร์-อาทิตย์อาจหยุดหรือทำคนละครึ่งวัน ถ้าทำแบบนี้อีกวันที่แพทย์อยู่ที่ รพ.ทั่วไปหรือชุมชน จะได้รับความรู้จากการทำงานร่วมกับแพทย์อื่นๆ จากมีการประชุมวิชาการ ฯลฯ
ถ้าคิดแบบนี้ และในอนาคตมี รพ.สต. 6,500 แห่งประเทศไทยจะต้องมีแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว อย่างน้อย 13,000 คนครับ แต่นี่คิดเฉพาะ Fam Med ที่จะไปดูแลเฉพาะที่ รพ.สต.นะครับ รพ.อื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนก็มีความต้องการ Fam Med ด้วย
แต่นี่เป็นเพียงการตั้งประเด็นให้ท่านผู้เกี่ยวข้องคิดครับ อาจไม่ทำอย่างนี้ก็ได้ แต่อยากให้คิดๆๆ คิดนอกกรอบ คิดให้ครบวงจร ฯลฯ
ผมถึงบอกว่าระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ - รพ.สต. - มีความสำคัญมากต่อความอยู่ดี กินดี สุขภาพของประชาชน แต่ด้วยการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสายต่างๆ รัฐบาลน่าจะมีการประชุมร่วมกันระหว่างฝ่ายรัฐบาล (ผู้ให้งบประมาณและตำแหน่ง) เช่น ก.พ. สำนักงบประมาณ ฝ่ายผู้ผลิต แพทยสภา คณะแพทยศาสตร์ ราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ต่างๆ และผู้ใช้ คือ กระทรวงสาธารณสุข กลาโหม มหาดไทย ฯลฯ โดยควรมีมติออกมาร่วมกันว่า ประเทศไทยควรมีแพทย์ 1 คนต่อประชากรเท่าไหร่ และแยกออกเป็นสาขาและอนุสาขาแพทย์ต่างๆ เท่าไหร่ เช่น แพทย์ 1 คนต่อประชากร 800 คน (สหราชอาณาจักรมีประชาชน 69 ล้านคน แต่มีแพทย์ 330,000 คน หรือแพทย์ 1 คนต่อประชากร 210 คน แต่ยังบอกว่ามีแพทย์ไม่พอ) แล้วแยกออกเป็นสาขาใหญ่ๆ เช่น สูติ ศัลย์ อายุรศาสตร์ เด็ก(กุมาร) เท่าไหร่ และอนุสาขาต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด ฯลฯ เท่าไหร่ โดยอาจพิจารณาปรับเป็นช่วงๆ เวลาก็ได้ เมื่อตกลงแล้วก็ควรพยายามเดินตามแผนที่วางไว้ โดยต้องมีงบประมาณ มีตำแหน่ง จะผลิตแพทย์สาขาต่างๆ ปีละกี่คน เพิ่มที่ไหน ตั้งโรงเรียนแพทย์ใหม่ หรือเพิ่มศักยภาพของโรงเรียนแพทย์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนที่ถูกและคุ้มกว่า
ถ้าถามผม ซึ่งได้ไปเยี่ยมโรงพยาบาลมาตลอดชีวิตทั่วประเทศ จนแม้กระทั่งทุกวันนี้ ในฐานะต่างๆ กันถึงแม้ไปพักผ่อนก็จะขออนุญาตไปเยี่ยม รพ.ที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะ รพ.สต. (อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปงานสภากาชาดที่นครปฐมเมื่อเสร็จงานได้ขอไปเยี่ยม รพ.นครปฐม และ รพ.สต. สามควายเผือก) ยังเห็นความขาดแคลนของแพทย์เป็นจำนวนมาก ทำให้การรักษาไม่ดีเท่าที่ควร ต้องส่งต่อซึ่งก็ไม่สะดวกนัก ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย ฯลฯ
สายพยาบาล วิชาชีพอื่นๆ ก็ขาดเช่นกัน รัฐบาลต้องเอาจริง เท่าที่เห็นในปัจจุบันนี้กระทรวงสาธารณสุขโดยท่านปลัดก็พยายามทำอะไรหลายอย่างเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้น ได้มาประชุมร่วมกับแพทยสภาทุกเดือน และเสนอการบริหารจัดการที่ดีขี้น รวมทั้งพยายามทำงานร่วมกับแพทยสภา ราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด
สำหรับ รพ.สต. ผมมีความเห็นว่าผู้บริหารของประเทศที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยกันอย่างจริงจังกับแพทยสภา กับราชวิทยาลัยเวชศาสตร์ครอบครัว กระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ ว่าเราจะผลิตแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเพิ่มได้เท่าไหร่ อย่างไรต้องประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้ นศ.แพทย์ที่จบใหม่ๆ เช่น แพทย์ที่กำลังใช้ทุน สนใจการเป็นแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว รัฐบาลต้องพิจารณาสวัสดิการต่างๆ ให้แพทย์สาขานี้อย่างเหมาะสมทางด้านเงินเดือน ค่าล่วงเวลา ที่พัก โรงเรียนลูก ความก้าวหน้าทางวิชาการ อาชีพ เช่น การเข้าถึงความรู้ต่างๆ ทาง internet รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ ฯลฯ ต้องทำให้สังคมยอมรับว่าแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้ชำนาญการทางสาขาหนึ่งของการแพทย์ ที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่แพ้แพทย์สาขาอื่น ต้องดูแลเรื่องค่าตอบแทนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษ เพราะถ้าเขาต้องมาอยู่ใน “ตำบล” เขาคงหารายได้พิเศษจากการทำการตรวจนอกเวลา “คลินิก” หรือทำเอกชนยาก เพราะจะไม่มีคนไข้ที่สามารถเสียค่ารักษาพยาบาลจากงบตนเอง ต้องทำให้แพทย์สนใจสาขาวิชานี้และมีความภาคภูมิใจทางสาขานี้ ทำด้วยความรักและเต็มใจ ผมเองมีความเห็นมานานแล้วว่าแพทย์สาขานี้มีความสำคัญมากต่อระบบสาธารณสุขของไทย ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาปรึกษาหารือกันเพื่อทำให้ประเทศไปถึงเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ใน พ.ร.บ.ระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ 2562
รวมทั้งเราต้องดูแพทย์สาขา อนุสาขาอื่นไปด้วย รวมทั้งบุคลากรทางด้านสาธารณสุขสายอื่นๆ แต่ในระยะนี้เราเห็นปัญหาที่ชัดเจนของระบบ รพ.สต.ที่ยังขาดบุคลากรสายต่างๆ เป็นจำนวนมาก ต้องเติมให้เต็มแล้วระบบอื่นๆ จะดีขึ้นไปด้วย
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

หมอสมอง เปิดข้อควรรู้ และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ อาการเวียนศีรษะ ที่หลายคนยังไม่รู้
โซเซียลถาม กระแต นับถือศาสนาอะไร? กันแน่! แถมควักเงินล้าน ซื้อหินมาบูชา เพื่ออะไร?
ฮุน เซน โพสต์ภาพรับเสด็จ กษัตริย์นโรดมฯ เสด็จกลับเขมร หลังรักษาโรคมะเร็งที่จีนนาน 3 เดือน
ดร.ดิเรกฤทธิ์ แนะ อนุทิน ควรทำ-ไม่ควรทำ รับมือคดีโกงสอบท้องถิ่น
ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี