วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย
สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย
ประชาชนชาวไทยปัจจุบันนี้เป็นผู้สูงอายุเกินกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศหรือ 14 ล้านกว่าคน การเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่เนิ่นๆ และการดูแลผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่สำคัญมาก วันนี้ผมจึงได้เชิญท่านนายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย มาเล่าอะไรให้พวกเรารับทราบ
หลายคนอาจไม่รู้จักการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Long-term care (LTC) ผู้สูงอายุมีระดับสุขภาพที่หลากหลายแตกต่างกัน แม้จะมีอายุเท่ากัน แต่ที่แน่นอนคือผู้สูงอายุจะมีระดับความสามารถในการดูแลตนเองลดลงเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากการมีความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ ที่สะสมมาตลอดชีวิต เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม ทำให้ผู้สูงอายุในช่วงนี้ต้องการการดูแลตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ที่เรียก “กลุ่มติดบ้าน” จนถึงผู้ที่สูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองจำเป็นต้องมีคนดูแลกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้ทั้งหมด ที่เรียก “กลุ่มติดเตียง” การดูแลนี้เองที่เรียก การดูแลระยะยาว หรือ LTC ในอดีตที่ครอบครัวไทยยังอยู่กันสามชั่วคนในบ้านเดียวกัน ทำให้ครอบครัวยังสามารถให้การดูแลเกื้อกูลกันไปได้ ปัจจุบันสังคมไทยรวมทั้งสังคมโลกเปลี่ยนไป มีสัดส่วนผู้สูงอายุที่ต้องอยู่กันตามลำพังสามีภรรยาหรือแม้แต่อยู่คนเดียวมากขึ้น จากการสำรวจประชากรสูงอายุไทยปีพ.ศ. 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้สูงอายุอยู่ลำพังกับคู่สมรสเพียงร้อยละ 22.6 และอยู่คนเดียว ร้อยละ 12.9 เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 4 เท่า จากร้อยละ 3.6 ในปีพ.ศ. 2537 ยังพบอีกว่าผู้สูงอายุวัยปลายที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องมีผู้ดูแล หรือที่เรียก “care-giver” มากกว่าทุกกลุ่มอายุ ถึงร้อยละ 32.8 หรือเกือบ 1 ใน 3 ดังนั้น สังคมไทยต้องการ LTC มากขึ้นอย่างมากในอนาคต
ประเด็นสำคัญคือทรัพยากรที่ใช้ในระบบ LTC ที่ต้องเปลี่ยนจากครอบครัวช่วยกันดูแลมาเป็นแบบสวัสดิการสังคม ในประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นในญี่ปุ่น ได้เริ่มระบบการประกันการดูแลระยะยาว หรือ Long-term care insurance เริ่มในปีค.ศ. 2000 โดยประชากรวัยทำงานที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปต้องจ่ายเบี้ยประกันรายเดือนจำนวนเล็กน้อยเข้ากองทุนทุกเดือน ทำให้ระบบ LTC มีความเข้มแข็ง ประเทศไทยเริ่มมีสวัสดิการ LTC ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดสรรงบประมาณ 600 ล้านบาท และเพิ่มโดยลำดับ จนปัจจุบันได้จัดสรรงบประมาณให้รายละ 10,442 บาทต่อคนต่อปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างคนดูแลและค่าอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ นับว่ามีความก้าวหน้าอย่างมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม คุณภาพการดูแลในระบบ LTC ขึ้นกับหลายด้าน ได้แก่ การส่งเสริมสมรรถนะและความสามารถของผู้ดูแลซึ่งมีทั้งแบบผู้ดูแลที่เป็นญาติหรือเพื่อนที่ไม่ได้ผลตอบแทนใดๆ หรือผู้ดูแลที่มีอาชีพด้านนี้โดยตรง ระบบสนับสนุนผู้ดูแล กำลังทรัพยากรบุคคลที่เกี่ยวข้อง ความพร้อมของสถานดูแลระยะยาวที่มักเรียกกันว่า “บ้านพักคนชรา” หรือ “nursing home” ตลอดจนระบบที่สนับสนุนโครงสร้าง LTC ของประเทศ ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การกำกับดูแล (governance) และการติดตามควบคุมคุณภาพการดูแล ล้วนแตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างประเทศกำลังพัฒนาและประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำของความอยู่ดีมีสุขของผู้สูงอายุทั้งโลกที่ต้องการ LTC อย่างมาก
เหตุนี้เอง องค์การอนามัยโลกได้เผยแพร่ “มาตรฐานโลกสำหรับการดูแลระยะยาว” หรือ “Global Standards for Long-term Care” ฉบับร่างในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาคมโลกช่วยกันพิจารณาให้ความเห็น เพื่อปรับแก้ไขให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ก่อนที่จะสรุปเป็นมาตรฐานโลกฉบับจริงในปีพ.ศ. 2570 โดยกลุ่มองค์กรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมาตรฐานโลกนี้ เริ่มตั้งแต่ ผู้สูงอายุและครอบครัวของผู้สูงอายุผู้ดูแล care-giver โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ องค์กรภาคประชาชนทั้งที่เป็นตัวแทนผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้ให้บริการ LTC ทั้งจากภาครัฐและเอกชน นักวิชาการและบุคลากรทั้งด้านสุขภาพและด้านสังคม ผู้ควบคุมคุณภาพการบริการตลอดจนสาธารณชนทั่วไป และที่สำคัญที่สุดคือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้ที่มีอำนาจอนุมัติงบประมาณและกำหนดนโยบายและทิศทางระบบ LTC ของประเทศ มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 นั่นเอง
ตัวอย่างตัวชี้วัดคุณภาพด้านการเข้าถึงระบบบริการ LTC กล่าวว่า “ผู้ที่ต้องการการดูแลระยะยาวทั้งที่บ้านหรือในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลชนิดของการบริการทั้งด้านสุขภาพและด้านสังคมที่มีอยู่ในบริบทชุมชนของตนเองได้อย่างชัดเจน และมีแนวทางที่กำหนดให้เข้าถึงการสนับสนุนนั้นได้”
ตัวอย่างตัวชี้วัดคุณภาพด้านการประสานงานระหว่างการให้งบประมาณสนับสนุน กล่าวว่า “การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนงบประมาณด้านสุขภาพ การปกป้องทางสังคม ที่อยู่อาศัยและสวัสดิการคนพิการ ต้องทำให้มีความมั่นใจได้ว่าครอบคลุมผู้ที่ได้รับการดูแลเป็นรายบุคคลและครอบครัวของผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องและแบบบูรณาการ”
โดยมาตรฐานฉบับร่างนี้สามารถเข้าถึงได้ที่ https://cdn.who.int/media/docs/default-source/mca-documents/ageing/global-standards-ltc-consultation-draft.pdf?sfvrsn=7ea22854_8 หรือพิมพ์คำว่า WHO Global Standards Long-term Care ก็ได้เช่นกัน และส่งความเห็นไปได้ที่ e-mail : ltc@who.int ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ตุลาคม 2569
อนาคตระบบการดูแลระยะยาวเพื่อผู้สูงอายุ อยู่ในมือของทุกท่านแล้ว ด้วยการส่งความเห็นเข้าไปครับ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

ชนะต่อเนื่อง!ลูกยางสาวท็อปฟอร์มทุบแคนาดา
ชาวบ้านฮือไล่ เจ้าอาวาสวัดดัง ซดเหล้าในกุฏิ-มั่วสีกา-เล่นพนัน ขู่ใครแฉจะทำของใส่ให้ตาย
หดหู่หัวใจ ครูเยี่ยมบ้านนักเรียนหญิง อาศัยอยู่ใต้สะพาน ไร้น้ำ-ไฟฟ้า (คลิป)
ด่วน อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่เรือทุกลำห้ามเข้าใกล้ หลังอิสราเอลละเมิดหยุดยิง
อนุชา ลงพื้นที่ เหตุระเบียงอาคารถล่ม ย้ำเป็นอีกบทเรียนที่ ผู้ว่ากทม.คนต่อไป ต้องให้ความสำคัญ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี