วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รพ.สต. หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากของระบบสาธารณสุขของไทย ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เป็นที่ชื่นชมในระดับโลก ที่หลายๆ ประเทศยกย่องชื่นชม และมาดูงาน เป็นที่ยอมรับของทั้งโลก และองค์การอนามัยโลก ประเทศไทยเรามีโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีศักยภาพมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ สถาบันการแพทย์ต่างๆ โรงพยาบาลศูนย์ ฯลฯ เรามีแพทย์ที่มีความสามารถ มาตรฐานไม่แพ้ต่างประเทศ เพียงแต่ว่าเราอาจมีงบประมาณจำกัด เมื่อเทียบกับต่างประเทศ แต่โดยภาพรวมถือได้ว่าจากงบประมาณที่เรามี กำลังคนที่เรามี เราทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมทีเดียว นี่เป็นเหตุผลทำไมประเทศไทยจึงเป็น medical hub แห่งหนึ่งของโลก ที่มีผู้ป่วยคนต่างชาติมารักษากันมากมาย เพราะการบริการทางการแพทย์ทั้งดีมีคุณภาพ มาตรฐาน รวดเร็ว และราคาย่อมเยา (อย่างน้อยสำหรับคนต่างชาติ)
ผมมีความเห็นว่า ระบบการแพทย์เราในคณะแพทย์ สถาบันการแพทย์ รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป ไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับงบประมาณที่จำกัดมาก ถ้าเรามีบุคลากร (ทุกวิชาชีพ อาชีพ) และงบประมาณ สวัสดิการที่ดีกว่านี้ มากกว่านี้ การบริการของเราจะยิ่งดีขึ้นมาก
แต่นี่คือ ระบบของ secondary หรือ tertiary health care (ทุติยภูมิ และตติยภูมิ) วันนี้ผมจะขอพูดเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขปฐมภูมิ หรือระบบสาธารณสุขพื้นฐาน ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญมากต่อความเป็นอยู่ของระบบ secondary และ tertiary health care และความเป็นอยู่ดี กินดี สุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ เพราะถ้า primary health care ดีมากๆ อย่างอื่นก็จะดีไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะถือได้ว่า PHC เป็นเรื่องที่สำคัญ คล้ายๆ ป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วมระบบ health care อื่นๆ ทำให้น้ำที่ “ท่วม” เข้าไปบ้าง ระบบต่างๆ สามารถจัดการได้เป็นอย่างดี
ระบบ PHC ปัจจัยที่สำคัญที่สุดขึ้นอยู่กับหน่วยที่เล็กที่สุดในชุมชน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะเรียกว่า รพ.ก็ไม่ค่อยถูก เพราะไม่มีเตียงนอน มีแต่ผู้ป่วยนอก (Out Patient Department, OPD) ลักษณะก็คล้ายๆ กับกลุ่ม GP (General Practitioner) practice ของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีแพทย์ พยาบาล ฯลฯ อาจจะมีทันตแพทย์ประจำอยู่และกระจายไปทั่วทั้งประเทศ
ปัจจุบันนี้ รพ.สต.มีอยู่ทั่วประเทศ ประมาณ 9,500 แห่ง ใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่อีกหน่อยคงรวมตัวกันจนมีขนาดใกล้เคียงและมีจำนวนประมาณ 6,500 แห่ง 1 แห่งอาจจะดูแลประชาชน 10,000 คน รวมแล้ว 65 ล้านคน หลักการคือ รพ.สต.มีหน้าที่ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกเพศ ทุกวัย ทุกโรค ให้ความรู้ สอนแนะนำให้มีพฤติกรรมที่ดีต่อชีวิต ต่อสุขภาพ มีการฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองหาโรค เช่น โรคความดันโลหิต ที่คนไทยเป็นกันถึง 14 ล้านคน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ซึ่งเป็นสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งถึง 13 ชนิด และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่โรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ สมอง โรคข้อ โรคนอนกรนและหยุดหายใจ ฯลฯ รพ.สต.จะเป็นศูนย์บริการสาธารณสุขที่ดีมาก เพราะอยู่ “ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” สถานที่ (ผมไปเยี่ยมมาแล้วหลายสิบแห่ง) ร่มรื่น กันเอง เป็นมิตร ไม่น่ากลัว เกรงขาม เหมือนไป รพ.ใหญ่ๆ ซึ่งมีคนแน่นไปหมดทุก รพ. เท่าที่เคยเห็น รพ.สต.มีประชาชนมาตรวจวันละประมาณ 50 คน มี อสม.มาช่วยประมาณ 50 คน ดูแลเน้นเรื่องการป้องกัน สร้างเสริมสุขภาพ ตรวจเลือด ทำแผล ฉีดวัคซีน ดูแลโรค NCDs โรคเบาหวาน โรคไต ฯลฯ รวมทั้งไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน
ผมชอบหลักการนี้มาก รัฐบาลได้มี พ.ร.บ.สาธารณสุขปฐมภูมิ ออกมาในปี พ.ศ.2562 ซึ่งจะทำให้การสาธารณสุขของเราเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป แพทย์ พยาบาลจะพยายามดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเกินกว่ากำลังของ รพ.สต.จึงจะมีระบบส่งต่อไปยัง รพ.ชุมชน (อำเภอ) หรือ รพ.ทั่วไป/ รพ.ศูนย์ ตามลำดับ รวมทั้งจะคอยแนะการดูแลสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้กับประชาชน ซึ่งการป้องกันเป็นหัวใจของระบบสาธารณสุข เพราะ 70-80% ของการเสียชีวิตมาจากโรคที่ไม่ติดต่อ ซึ่งก็คือโรคที่ป้องกันได้จากการมีพฤติกรรมที่ดี
ถ้าประเทศไทยทำให้ระบบ รพ.สต.ดี มีคุณภาพและมาตรฐาน จะช่วยทำให้ประชาชนผู้ป่วย-ในระยะยาว-ไม่เดินเข้า รพ.เอง นอกจากมีการนัดกับแพทย์ล่วงหน้า อันนี้จะมีประโยชน์มาก เพราะจะเป็นการลดจำนวนประชาชนที่ไม่สบายไม่มากลงไป ประชาชนที่เป็นมากจึงจะมีเวลาเข้าถึงแพทย์ในโรงพยาบาลได้โดยง่าย และมีเวลากับแพทย์มากขึ้น
ในส่วนตัวผม ระยะยาว ผมไม่อยากเห็นผู้ป่วยเดินเข้าโรงพยาบาลโดยไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า
แต่เราต้องจัดระบบ “รพ.สต.” ให้ดี
เท่าที่ผมไปเยี่ยมมา รพ.สต.หลายแห่งมีแพทย์ไปตรวจเพียงเดือนละ 2 ครั้ง ในที่สุดผมอยากเห็น รพ.สต.มีแพทย์ไปประจำทุกวัน รวมทั้ง รพ.สต.ต่างๆ ยังขาดบุคลากร สายอื่นๆ อีกมาก ทั้งพยาบาล ทันตภิบาล ฯลฯ
โอกาสหน้าอาจจะขอพูดถึงเรื่องแพทย์ที่ รพ.สต.โดยเฉพาะ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี