วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ในที่สุด Michael Carrick ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการหรือโค้ช ของทีมฟุตบอลปีศาจแดงอย่างถาวร 2 ปี
ผมมีความคิดมานานแล้วว่าทุกองค์กร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ตั้งแต่ประเทศ บริษัท คณะแพทย์ ภาควิชา หน่วย สาขาวิชาต่างๆ สโมสรฟุตบอล ฯลฯ ความเจริญขององค์กรนั้นๆ ขึ้นอยู่กับผู้นำเพียงคนเดียว แน่ล่ะ คนเดียวจะไม่ทำให้หน่วยงานนั้น องค์กรนั้นเจริญได้ แต่การเริ่มต้นจะมาจากคนคนนั้นก่อน
จากประสบการณ์ผม ตัวอย่างที่ผมเห็น คือ Professor Dame Sheila Sherlock หรือ “ท่านผู้หญิง” ที่โด่งดังระดับโลกทางการแพทย์ทางด้านโรคตับ ที่มาเป็น Professor ที่ Royal Free Hospital ที่ตอนเริ่มแรก ที่ทำงานถูกเรียกว่า “cottage” หรือกระท่อมเล็กนิดเดียว แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เก่งระดับโลก ต่อมาที่ทำงานได้เปลี่ยนเป็นที่ทำงานใหญ่โต ที่โด่งดัง ผลิตแพทย์ทางด้านตับไปทั่วโลก
ระดับประเทศก็คือ นายกรัฐมนตรี Winston Cherchill ของอังกฤษ ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ความสามารถในการสื่อสาร จนทำให้อังกฤษเอาตัวรอดได้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จากประสบการณ์ทำให้เห็นได้เลยว่าความสามารถในการใช้ภาษาสำคัญมาก สำหรับการปลุกระดม ความรัก สามัคคี การไม่ยอมแพ้ของคนชาวอังกฤษ และชาวโลก สร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชนอังกฤษทั้งประเทศ
มีตัวอย่างเยอะแยะ แต่ผมขอยกตัวอย่างอีกคนเดียว คือ Sir Alex Ferguson อดีตผู้จัดการทีม Manchester United ที่นำชื่อเสียงมาสู่สโมสร และมีแฟนทั่วโลก อาจจะมากที่สุดในโลก ก่อนหน้านั้นแมนยูไม่ได้เป็นแชมป์มานานนมเน แต่ด้วยการเป็นผู้นำ ความเชื่อถือในปรัชญาของเขา การสร้างระบบที่เข้มแข็ง Sir Alex จึงค่อยๆ ทำให้แมนยูกลับมาเป็นแชมป์อีก และปัจจุบันนี้ยังเป็นแชมป์ Premier League ที่ชนะมากที่สุดสโมสร 1 ใน 2 อีกสโมสรหนึ่ง คือ Liverpool หรือหงส์แดง คือ ถึง 20 ครั้ง
แน่นอนผู้นำคนเดียวทำอะไรไม่สำเร็จอยู่แล้ว แต่เพราะความเป็นผู้นำที่ดี ครบเครื่อง จึงค่อยๆ ดึง สร้างทีมงานที่ดี โค้ช นักเตะ ผู้บริหารที่ดีของสโมสร
คุณสมบัติผู้นำที่ดี ผมกล้าพูดได้เลย และพูดท้าทายทุกคน ทุกแห่งมาแล้ว ให้เถียงได้ คือ เหนือสิ่งอื่นใดต้องเป็นคนดี ที่มีศีลธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล มีเหตุผล เห็นแก่ส่วนรวม ขยัน อดทนสู้ไม่ยอมแพ้ มีวินัย แต่ดีแล้วต้องเก่งด้วย จะเก่งได้จะต้องมีโอกาสเรียน เรียนรู้ตลอดชีวิต จับประเด็น สรุปเป็น และต้องเก่ง 7 อย่าง คือ 1) เก่งคิดๆ นอกกรอบ สร้างสรรค์ เจอทางตันไม่ยอมแพ้ แล้วต้อง 2) เก่งคน ดูคนออก เก่งไม่เก่งอะไร ใช้คนให้เหมาะสมกับความสามารถ มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับทุกคนได้ มีความสามารถปลุกระดมโน้มน้าว ให้มาช่วยเราด้วยความเต็มใจ แล้ว 3) ต้องเก่งงาน รู้หน้าที่ของตนเอง ล้มต้องลุกเป็น 4) ต้องเก่งเงิน หาเงินเก่ง ใช้เงินเป็น คุ้มค่า หรือทำหน้าที่โดยไม่ต้องใช้เงิน หรือใช้เงินคนอื่น 5) เก่งเวลา 6) เก่ง “ขาย” พูด เขียน อธิบายเก่ง จนคนเชื่อ แต่สิ่งที่พูดต้องเป็นความจริง และ 7) ต้องเก่งฟังด้วย ไม่ว่าใหญ่โตแค่ไหน การฟัง จะทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้น คนที่ไม่มีข้อมูลคือคนที่ตาบอด
นี่เป็นคุณสมบัติของผู้นำอย่างคร่าวๆ
หันมาดู Michael Carrick เขาเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้จัดการชั่วคราว หลังจาก Amorim ออกไป ในเดือนมกราคม 2569 ก่อนหน้านี้แมนยูมีผลงานที่ไม่ดี อยู่ในลำดับที่ 6 ของ Premier League และไม่มีท่าทีว่าจะได้เข้าไปเล่นในถ้วยยุโรปในปี 2569-2570 (ที่ 1-5 ของ Premier League) แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ถึงแม้จะมีแต่นักเตะที่มีผลงานไม่ดีภายใต้ Amorim Michael ก็พาทีมเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้ที่ 3 ของ Premier League ได้ไปยุโรป ทั้งๆ ที่นักเตะก็เป็นคนเดิมทั้งนั้น!?
ทั้งนี้ด้วยเหตุผลอะไร? ผมประเมินว่า Michael Carrick เก่งคน คือ ดูนักเตะออกว่ามีความสามารถทางไหน ควรเล่นในหน้าที่ ตำแหน่งอะไร เพราะเพียงแต่จัดนักเตะให้ลงเล่นในตำแหน่งที่เหมาะสมกับตัวนักเตะ และมีความสามารถในการโน้มน้าวใจนักกีฬา ให้ลุย ให้สู้ ให้มีความรัก สามัคคีในทีม ในสโมสร ในตำนานของสโมสร นักกีฬาก็เล่นดีขึ้นมาก
ฉะนั้นจากคุณสมบัติ “เก่ง” ผมประเมินว่า Michael Carrick เก่งคิด เก่งคน เก่งงาน และเก่ง “ขาย” เพราะคงพูดเก่ง “ขาย” เก่ง จากนักเตะสู้ตาย พยายามเต็มที่ และคงจะเก่งฟังด้วย
แต่ก็ยังมีหลายคน รวมทั้งอดีตนักเตะ และแฟนแมนยู ที่ยังคิดว่า Michael Carrick ไม่เหมาะสม เพราะอ้างว่ายังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่เคยชนะถ้วยอะไรเลย
ผมก็เพียงขอถามว่า ตั้งแต่ Michael Carrick เข้ามาเป็นผู้จัดการแมนยูตั้งแต่มกราคม พ.ศ.2569 ทีมแมนยูได้คะแนนมากที่สุด มากกว่า Arsenal ที่ได้แชมป์ไปแล้ว มากกว่า Man City ฯลฯ และแมนยูชนะทีมระดับสูงๆ หมด เช่น Arsenal, Man City, Liverpool, Aston Villa ฯลฯ แล้วจะอ้างว่า Michael Carrick ไม่มีประสบการณ์ได้อย่างไร เขาได้รับมอบหมายให้ทำช่วงนี้ แค่นี้ เขาทำได้ดีขนาดนี้ ถือว่าดีที่สุดแล้ว จะอ้างว่ายังไม่เคยชนะถ้วยอะไรเลย ผมก็ถามว่า แล้วคนดังๆ นี่เขาก็ต้องเริ่มต้นจาก 0 ใช่ไหม Michael Carrick อายุเพิ่ง 44 ปี ทำงานทางด้านโค้ชมาไม่กี่ปี และงานที่ได้รับมอบหมายทำได้แค่นี้ก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว จะอ้างว่าตอนอยู่ Middleborough ถูกไล่ออกก็จริง แต่นั่นเป็นช่วงแรกๆ กำลังเรียนรู้ และหาประสบการณ์อยู่ แล้วโค้ชดังๆ เช่น David Moyes, Louis van Gaal, Joso’Mourinho, Ralf Rangnick, Erik ten Hg Ruben A morim ฯลฯ เคยดังมาแล้วทั้งนั้น ก็ไม่ประสบความสำเร็จที่แมนยู
จุดเด่นของ Michael คืออยู่ที่นี่นาน รู้จักสโมสร DNA ของสโมสรดี และเป็นคนไม่พูดมาก ใจเย็น ไม่โอ้อวด ทำงานอย่างเงียบๆ แต่มีประสิทธิภาพ สโมสรถูกแล้วที่ให้โอกาสเขา เพราะสโมสรเคยเอาคนดังมาเป็นผู้จัดการแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ก็ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย แต่อย่างน้อยคงต้องให้โอกาสเขา และต้องสนับสนุนด้วยการซื้อนักเตะดีๆ เข้ามาด้วย คงไม่ต่ำกว่า 5-7 คน
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

เปิดใจครั้งแรก นุ่น ดำดง ควงสามี พระเอกลิเกสุดหล่อ เคลียร์ดราม่า แต่งงานเพราะท้อง?
‘ศุภจี’ ประกาศลั่น จะสู้ทุกรูปแบบ ทุกช่องทาง แก้ปัญหากุ้ง เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกร
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ให้ดำรงตำแหน่งในศาลต่างๆ จำนวน 1,450 ราย
กองทัพภาคที่ 2 ปลื้ม! กระแสเที่ยว นักท่องเที่ยวแห่เยี่ยมชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ทะลุเป้า
วงการบันเทิงจีนช็อก พระเอกดาวรุ่งชื่อดัง จินเจ๋อ เสียชีวิตกะทันหัน ในวัยเพียง 33 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี