วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ผมมีความเห็นมานานแล้วว่าประเทศไทยควรมีคณะกรรมการแห่งชาติเรื่องกำลังคน ทำไมผมมีความเห็นอย่างนี้ เอาที่ใกล้ตัวก่อนเลย คือ จากการที่ผมมีโอกาสไปเยี่ยมแพทย์ พยาบาลทั่วประเทศมาตั้งแต่ พ.ศ.2514 จนบัดนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังขาดแพทย์ พยาบาล และวิชาชีพอื่นๆ เป็นอย่างมาก รวมทั้งทุกปีในแต่ละปี จะมีนิสิตที่จบปริญญาตรีใหม่ๆ ไม่มีงานทำ ปีละประมาณแสนกว่าคน
ในแต่ละปีมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประมาณ 280,000-320,000 คน จบแล้วมีงานทำทันทีประมาณ 70-80% อีกประมาณ 20-30% ยังไม่มีงานทำ หรือทำงานไม่ตรงสาขาในช่วง 6-12 เดือนแรก หรือประมาณ 60,000-90,000 คนต่อปี อาจเป็นเพราะว่าเรียนไม่ตรง หรือดีพอสำหรับตลาดที่ต้องการ
ประเทศไทยในปี พ.ศ.2568 มีผู้เกิด 416,574 คน น้อยกว่าผู้ที่เสียชีวิตที่มียอด 559,684 คน หรือมีผู้เสียชีวิตมากกว่าผู้เกิด 143,110 คน นี่เป็นปีที่ 4 แล้วที่มีผู้เกิดน้อยกว่าผู้เสียชีวิต จำนวนประชากรไทยกำลังลดลงไปเรื่อย ณ กลางปี 2569 มีพลเมืองอยู่นี่ประมาณ 65.7 ล้านคน และจะยังคงลดลงอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากอัตราการเจริญพันธุ์ของไทยต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรมา 4-5 ปีแล้ว
ปัญหานี้ทำให้มีอัตราผู้สูงอายุมากขึ้น จำนวนแรงงานที่ลดลง นำไปสู่ปัญหาทางด้านสาธารณสุขและงบประมาณ การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ในปี 2506 มีประชากรเกิดประมาณ 1 ล้านคนต่อปี, ปี 2536 9 แสนคน, ปี 2556 7 แสนคน, ปี 2568 416,574 คน
ภายใน 60 ปี (2506-2568) จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเกือบ 60%)?
คนไทยอายุยืนขึ้นในปี พ.ศ. 2503 มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 55 ปี ปัจจุบันนี้อยู่ที่ 78-80 ปี ทำให้มีอัตราผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันคนมีลูกน้อย อัตราการเจริญพันธุ์เดิมก่อน 2513 6 คนต่อหญิง 1 คน ปัจจุบันนี้ 0.8-1.1 คน ในขณะที่ต้องมี 2.1 คน จึงจะรักษาจำนวนประชากรไว้ได้
ผลกระทบคือ แรงงานลดน้อยลง ผลิตสินค้าได้น้อยลง GDP โตช้าลง ผู้เสียภาษีน้อยลง แต่ผู้รับสวัสดิการมากขึ้น ทำให้งบสุขภาพ งบบำนาญ งบดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น โรงเรียนเด็กน้อยลง โรงเรียนต้องรวมกันในหลายจังหวัด มหาวิทยาลัยเริ่มแข่งขันแย่งนักศึกษา หลายแห่งรับไม่เต็ม รพ.มีผู้ป่วยสูงอายุมากขึ้น โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน มะเร็ง สมองเสื่อมมากขึ้นเรื่อยๆ ฯลฯ
ประเทศไทยจึงควรส่งเสริมให้คนที่ต้องการมีบุตรมีได้ง่ายขึ้น เช่น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเลี้ยงดูและการศึกษา เพิ่มการฝึกทักษะและเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และระบบอัตโนมัติส่งเสริมการทำงานของผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพ พิจารณานโยบายรับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ลงทุนด้านการป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพให้มากกว่านี้ ฯลฯ
ในขณะนี้ประเทศไทยยังมีเด็กเกิดน้อย เราควรใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการพัฒนาระบบการศึกษาและครูให้ดีขึ้น การสอนต้องให้ทันสมัย ต้องสอนให้เรียนรู้ด้วยตนเอง เก่งคิดแก้ปัญหา อยากรู้อยากเห็น เรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องมีคณะกรรมการแห่งชาติเรื่องกำลังคน หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ที่มีหน้าที่หาข้อมูลว่าประเทศชาติขาดอาชีพ วิชาชีพอะไร การเรียนการสอนต้องทันสมัย เหมาะสมกับตลาดที่ต้องการ จบแล้วต้องมีงานทำ คณะกรรมการต้องเก็บหาข้อมูลที่แน่นอน ถูกต้อง ชัดเจน ว่าความต้องการแรงงาน 5, 10, 15, 20 ปี จากนี้มีอะไรบ้าง ติดตามเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI หุ่นยนต์ พลังงานสะอาด ผู้สูงอายุ ประกาศรายชื่ออาชีพที่ขาดแคลน สมดุลและล้นตลาด แนะนำจำนวนที่สามารถรับนักเรียนได้ในแต่ละสาขา ปรับหลักสูตรทุก 2-3 ปี ติดตามเงินเดือนและอัตราการมีงานทำของบัณฑิตทุกมหาวิทยาลัย
ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังผลิตคนแบบตามใจผู้ผลิต คือ มหาวิทยาลัย หรือความนิยมของผู้สมัครที่ไม่ทราบถึงความต้องการ ขาดแคลน ของตลาด การผลิตควรอิงความต้องการทางเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน ที่เปลี่ยนเร็วมาก จาก AI และระบบอัตโนมัติ
และตอนนี้รัฐบาลกำลังมีนโยบายที่จะปฏิรูปข้าราชการเนื่องจากรัฐมีค่าใช้จ่ายประจำถึง 73% ของงบประมาณทั้งหมด จึงคิดที่จะลดจำนวนข้าราชการ และกำลังดูว่าจะให้ข้าราชการที่ต้องการ early retire ได้ตั้งแต่อายุ 40 ปี
เรื่องนี้เรายังไม่ทราบรายละเอียด อย่างไรก็ตาม เราต้องมีกำลังพลที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” แต่บางสาขาอาจลดไม่ได้ เพราะเดิมก็อาจขาดอยู่แล้ว แต่ทุกอาชีพและวิชาชีพจะต้องมีคุณภาพยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาหลายๆ ด้าน รวมทั้งทางด้านเงินเดือน ศีลธรรม จริยธรรม เทคโนโลยี ฯลฯ
ผู้บริหารประเทศ(ทุกระดับ) ต้องเก่งวางแผน
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

เฮทุกนัด!ช้างศึกทุบเมียนมาลิ่วตัดเชือกชนสิงคโปร์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พลตรี ให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ
วิปฝ่ายค้าน จ่อเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ครั้งที่4 'พนิดา' ชี้เส้นเงินชัด โยงบุคคลใหม่ใกล้ชิดพรรคการเมือง
เรือบรรทุกน้ำมัน ADNOC ของยูเออี โดนโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พุุ่งเป้าฝีมืออิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี