เมื่อรัฐบาลอนุทินโดยกระทรวงพาณิชย์ ประกาศนโยบายนำรถพุ่มพวง 3,800 คัน ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ สมัครเข้าโครงการเสมือนร้านธงฟ้าเคลื่อนที่ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งฝ่ายที่เชียร์สนับสนุนรัฐบาล และผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงผลกระทบและจุดด้อย
นโยบายการนำ “รถพุ่มพวง” เข้าสู่ระบบร้านธงฟ้าเพื่อกระจายสินค้าในราคาถูกถือเป็นกลไกที่รัฐบาลเลือกใช้เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ผ่านเลนส์ของโครงสร้างเศรษฐกิจ นโยบายนี้เปรียบเสมือนการใช้เครื่องมือทางนโยบายที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กลายเป็นการสร้างภาระงบประมาณที่ไม่ยั่งยืนหรือบิดเบือนกลไกตลาดในระยะยาว
1. นโยบายชั่วคราว : เมื่อตลาดปกติไม่ทำงาน
ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสินค้าสูง “ระบบตลาดปกติ” อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงกว่าปกติเนื่องจากต้นทุนการขนส่งและระบบพ่อค้าคนกลางไม่แข่งขัน ในบริบทนี้ การมีร้านธงฟ้าและรถพุ่มพวงธงฟ้าในฐานะ “โครงข่ายความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ” (Economic Safety Net) จึงมีความเหมาะสมในระยะสั้น เพื่อ :
• บรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน : ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนรายได้น้อย
• สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภค : เป็นเครื่องมือป้องปราม (Deterrent) ไม่ให้ผู้ค้าในพื้นที่ฉวยโอกาสตั้งราคาสูงเกินควรแต่ทั้งนี้ต้องระมัดระวังไม่ใช่ทำเปรอะไปหมดทุกพื้นที่
2. กับดักของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของนโยบายนี้คือการติดกับดัก“ประชานิยมที่ไม่ได้สร้างความยั่งยืน” หากรัฐเพียงแค่นำเงินภาษีไปอุดหนุนส่วนต่างราคา (Subsidy)หรือเจรจาขอให้ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ลดราคาพิเศษให้ชั่วคราว เพื่อหวังผลทางการเมืองหรือคะแนนนิยมโดยไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นโยบายนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี :
• ภาระงบประมาณ : การใช้เงินภาษีของประชาชนอุดหนุนสินค้าร้านธงฟ้าและผ่านรถ 3,800 คันทั่วประเทศหากทำระยะยาวถาวรจะเป็นงบประมาณมาก ซึ่งควรจะถูกนำไปใช้ในส่วนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้มากกว่า
• ความเสี่ยงต่อกลไกตลาด : การอุดหนุนที่ยาวนานเกินไปจะทำลายผู้ประกอบการรายย่อยอื่นที่ไม่ได้อยู่ในโครงการ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
3. การปฏิรูปโครงสร้างตลาด : จาก “ผู้รับ”สู่ “ผู้ผลิต”
เพื่อให้เกิดความยั่งยืน รัฐบาลต้องเปลี่ยนผ่านจากการเป็น “ผู้แจกส่วนลด” ไปสู่การเป็น “ผู้เชื่อมโยงตลาด” (Market Facilitator) ดังนี้ :
• เชื่อมโยงเกษตรกรกับรถพุ่มพวง : รัฐควรเปลี่ยนบทบาทรถพุ่มพวงให้เป็น “หน่วยขนส่งและกระจายสินค้าชุมชน” ที่เชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนในท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคโดยตรง ในเขตที่มีการผูกขาดโดยพ่อค้าคนกลาง ซึ่งจะช่วยตัดวงจรพ่อค้าคนกลางที่กินส่วนต่างมากเกินไป
• สร้างตลาดกลางระดับชุมชน : ส่งเสริมให้มีการจัดพื้นที่ให้เกษตรกรรายย่อยนำผลผลิตมาขายในราคาที่เป็นธรรม โดยรัฐเข้าช่วยดูแลเรื่องระบบโลจิสติกส์และมาตรฐานสินค้า แทนที่จะเน้นการขนสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองไปขายเพียงอย่างเดียว
แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ตลาดกลางเพื่อเกษตรกรกลายเป็นตลาด “อ.ต.ก.” ที่อยู่ติดสวนจตุจักรที่มีพ่อค้าแม่ค้าผูกขาดแผงขายของ และขายทั้งแผงและสินค้าในราคาสูง
• แก้ไขปัญหาการผูกขาด : หากราคาที่สูงเกิดจากการผูกขาดของห่วงโซ่การค้าในบางพื้นที่ รัฐต้องใช้กฎหมายป้องกันการผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมเข้ากำกับดูแล ไม่ใช่ใช้เงินภาษีไปอุดหนุนเพื่อกลบเกลื่อนปัญหาการผูกขาดนั้น
บทสรุป
นโยบาย “รถพุ่มพวงธงฟ้า” จะมีความคุ้มค่าและสง่างามก็ต่อเมื่อถูกใช้เป็น “เครื่องมือชั่วคราว”เพื่อเยียวยาในพื้นที่ที่กลไกตลาดเข้าไม่ถึงเท่านั้น แต่หากรัฐบาลมุ่งใช้เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยมโดยละเลยการปรับโครงสร้างตลาดให้แข่งขันได้และพึ่งพาตนเองได้ นโยบายนี้ก็จะเป็นเพียงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำที่ใช้เงินภาษีของทุกคนในทุกๆ ปีไปอย่างสูญเปล่าไม่คุ้มค่า
การแก้ปัญหาความยากจนและค่าครองชีพที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การทำให้สินค้าถูกลงด้วยเงินอุดหนุนแต่อยู่ที่การ “เพิ่มอำนาจการต่อรอง” ให้กับเกษตรกรและชุมชน ผ่านการสร้างตลาดที่โปร่งใส แข่งขันได้ และเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมครับ
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี