วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
สงครามในตะวันออกกลางที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่านตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงวันนี้ 21 เมษายน อีก 7 วันจะครบสองเดือน ซึ่งทำท่าว่าจะจบแต่ก็ไม่จบ ที่บริเวณ“ช่องแคบฮอร์มุซ”ก็เปิดๆ ปิดๆ ชักเข้าชักออกระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่ต่างฝ่ายต่างก็คุมเชิงกันอยู่จนเกิดการเผชิญหน้าและทำให้สถานการณ์ตึงเครียดอยู่ในเวลานี้
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่อ่าวโอมาน เรือพิฆาตติดจรวดขีปนาวุธกองทัพเรือสหรัฐฯ“ยูเอสเอส สปรู“เอนซ์” (USS Spruance) ได้ยิงเรือสินค้าของอิหร่าน ชื่อ“ทุสกา”(Touska) นอก“ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯห้ามการเดินเรือทุกชนิด ตามมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ และหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯได้เข้ายึดเรือหลังจากลูกเรือ“ทุสกา”ปฏิเสธการแจ้งเตือนของกองเรือสหรัฐฯ โดยพยายามแล่นฝ่าการปิดล้อม
ทางฝ่ายอิหร่านก็ได้ออกมาประณามสหรัฐฯต่อการปฏิบัติการดังกล่าว โดยระบุว่าเรือสินค้าของอิหร่านลำนี้แล่นอยู่ในน่านน้ำสากล ระหว่างเดินทางกลับจากจีนเพื่อจะผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ”เข้าเทียบท่าเรือของอิหร่าน ดังนั้นการปฏิบัติการของสหรัฐฯจึงเป็นการกระทำในลักษณะของโจรสลัด ที่ถือว่าเป็นการปล้นเรือด้วยอาวุธ พร้อมทั้งประกาศว่าอิหร่านจะตอบโต้กลับสหรัฐฯ
จากนั้น ในเวลาต่อมา ก็มีรายงานจากหน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งแจ้งเหตุถูกเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) โจมตีนอกชายฝั่งประเทศโอมาน ซึ่งลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยดี และหลังจากนั้น ก็ยังมีรายงานอีกว่า มีเรือบรรทุกสินค้าอีกลำหนึ่งถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิด ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนเสียหาย จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายฝั่งโอมานประมาณ 25 ไมล์ทะเล โดยไม่ได้ระบุว่าฝ่ายไหนปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนอยู่
และเมื่อวันที่ 20 เมษายนวานนี้ ก็มียังมีข่าวจากอินเดียว่า เรือที่ติดธงของอินเดีย 2 ลำก็ถูกอิหร่านโจมตีที่“ช่องแคบฮอร์มุซ” ด้วยเช่นกัน จากการถูกกองกำลัง“IRGC”บังคับให้ถอยกลับเข้าไปใน“ช่องแคบฮอร์มุซ”แต่ลูกเรือและตัวเรือปลอดภัยดี โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศอินเดีย ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงนิวเดลีเข้าพบเพื่อประท้วง ซึ่งหนึ่งในสองลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากประเทศอิรักปริมาณ 2 ล้านบาร์เรล พร้อมกันนี้กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ยังได้ร้องขอให้อิหร่านอำนวยความสะดวกให้เรือทั้งสองลำได้ผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” เพื่อกลับอินเดียโดยเร็วที่สุด
ไม่เพียงแต่เท่านั้น เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 เมษายนวานนี้ สำนักข่าว“ทัสนิม”ของอิหร่าน ยังรายงานด้วยว่า อิหร่านได้เปิดฉากใช้โดรนโจมตีเรือรบของกองทัพสหรัฐฯ ในอ่าวโอมานหลังจากที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ติดธงอิหร่าน โดยระหว่างการรายงานข่าวของ“ทัสนิม”ยังไม่มีรายละเอียดความเสียหายจากปฏิบัติการของอิหร่านในครั้งนี้
ส่วนการเจรจารอบสองระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน หลังจากครั้งแรกล้มเหลวมาแล้วก่อนหน้านี้นั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 เมษายนวานนี้ว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อ และโพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียล ว่าคณะผู้แทนของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อเจรจากับอิหร่านรอบใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนักในสหรัฐฯระบุว่า คณะผู้แทนดังกล่าวยังคงเป็นชุดเดิมที่เจรจาล้มเหลวในรอบแรก นำโดย เจดี แวนซ์รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมทั้ง“สตีฟ วิตคอฟฟ์” ทูตพิเศษและ“จาเร็ด คุชเนอร์” ลูกเขยของ“ทรัมป์”
แต่ถึงกระนั้นข่าวจากทางฟากฝั่งอิหร่านกลับตรงกันข้ามกับที่สหรัฐฯประโคมข่าว โดยสำนักข่าว “IRNA” ของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า รายงานทั้งหมดของสหรัฐฯนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมทั้งยังระบุว่า สหรัฐฯมีการยื่นข้อเรียกร้องมากเกินไป อีกทั้งยังพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอยบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีที่สหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านและการใช้คำพูดข่มขู่ ซึ่งอิหร่านถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดขวางความคืบหน้าของการเจรจามาโดยตลอด ดังนั้นรัฐบาลเตหะรานเห็นว่า “ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงยังไม่มีแนวโน้มที่สดใสสำหรับการเจรจาที่จะผลิดอกออกผล”
อย่างไรก็ตาม นาทีนี้ต้องถือว่าอิหร่าน“ถือไพ่”เหนือกว่าสหรัฐฯ เพราะยิ่งสงครามยืดเยื้อออกไปนานเท่าไร “ทรัมป์”ก็ยิ่งลำบาก ดูได้จากผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุด ที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 เมษายนวานนี้ว่า คะแนนนิยมของ“โดนัลด์ ทรัมป์”ลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการสงครามรุกรานอิหร่าน
ผลสำรวจ ระบุว่า มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 37 ที่ให้การสนับสนุนการทำงานของ“ทรัมป์” ขณะที่ร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วยกับผลงานของเขา โดยที่ในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 50 ที่ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นการสะท้อนกระแสความไม่พอใจ“ทรัมป์”ของชาวอเมริกันที่เพิ่มสูงขึ้น
เมื่อเจาะเฉพาะประเด็นเฉพาะ“สงครามกับอิหร่าน”พบว่า มีเพียงร้อยละ 33 ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายของ“ทรัมป์” ซึ่งร้อยละ 67 ระบุว่าไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะในระดับมากหรือน้อยนอกจากนั้นผลสำรวจยังสะท้อนความแตกแยกทางการเมืองอย่างชัดเจนของคนอเมริกัน โดยร้อยละ 82 ของชาวอเมริกันที่สนับสนุนพรรคเดโมแครต และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ไม่เห็นด้วยกับสงคราม ขณะที่ร้อยละ 74 ทางฝั่งพรรครีพับลิกันที่“ทรัมป์”สังกัดกลับให้การสนับสนุน
ประเด็นที่สำคัญจากผลสำรวจดังกล่าว พบว่าคนรุ่นใหม่ชาวอเมริกัน มีแนวโน้มไม่เห็นด้วยกับสงครามมากเป็นพิเศษ โดยรวมแล้ว ร้อยละ 61 ของชาวอเมริกันที่มีอายุเกิน 30 ปี เห็นว่าสหรัฐฯไม่ควรดำเนินการทางทหารเพิ่มเติมในอิหร่าน และตัวเลขนี้พุ่งสูงถึงร้อยละ 74 ในกลุ่มชาวอเมริกันที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี
มิน่า“ทรัมป์” จึงอยากจะให้สงครามจบโดยเร็ว ด้วยการทั้งขู่และปลอบอิหร่านประเภท“หมาเห่าใบตองแห้ง” ว่า“หมดเวลาแล้วสำหรับความใจดี” ถ้าหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ พร้อมทั้งยังสำทับแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า สหรัฐฯอาจจะใช้มาตรการทางทหารขั้นรุนแรงเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน ซึ่งเป็นคำพูดเดียวกับที่“ทรัมป์”ได้เคยประกาศไว้ ก่อนจะมีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวสองสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา เพื่อขึ้นโต๊ะเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด
จับตาดูกันว่า หลังจากวันที่ 22 เมษายนพรุ่งนี้จะครบกำหนดหยุดยิงชั่วคราวสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน หากการเจรจารอบสองที่กรุงอิสลามาบัดเดินหน้าไม่ได้ สหรัฐฯจะกล้าถล่ม“โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน”ให้ย่อยยับกลับไปสู่“ยุคหิน”อย่างที่พูดหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

สกสค.ตรึงราคาสินค้า ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ลดภาระผู้ปกครอง
เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คลิป จนท.กระโดดตัวปลิวกลางสายฝน ดีใจช่วยบรรเทาดับไฟป่าได้
หนุ่มซิ่ง จยย.ฝ่าไม้กั้น ล้มคารางรถไฟ พลเมืองดีช่วยทันเสี้ยววินาที
ญี่ปุ่น ยกเลิกเตือนสึนามิแล้ว แต่ยังเสี่ยง Mega-quake หลังแผ่นดินไหว 7.7
อัษฎางค์ ชำแหละช็อต ถุย นายกฯ เดิมพันแบรนด์ จริงใจ หรือ วุฒิภาวะ ถูกกัดเซาะ?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี