วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
วันนี้วันที่ 13 เมษายน นับเป็นวันแรกของประเพณีสงกรานต์ โดยในปีนี้ตามประกาศของสำนักพระราชวัง วันมหาสงกรานต์จะตรงกับวันอังคารที่ 14 เมษายนพรุ่งนี้ และวัน“เถลิงศก” หรือวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในปีนี้ จะเป็นวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน
ส่วนนางสงกรานต์นั้น ปีนี้ตรงกับปีมะเมียเป็นรอบของ“นางรากษสเทวี”ธิดาองค์ที่ 3 ของท้าวกบิลพรหม มี“ธาตุไฟ”เป็นเจ้าเรือน ทัดดอกบัวหลวงมีแก้วโมราหรือมรกต เป็นเครื่องประดับ เสด็จยืนเหนือหลังวราหะ (สุกรหรือหมูป่า) เป็นพาหนะ พระหัตถ์ซ้ายทรงธนูศร พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล และดื่ม“โลหิต”เป็นภักษาหาร ถ้าเป็นชาวบ้านล้อกันก็ต้องบอกว่า เทวดาหญิงหรือนางฟ้าองค์นี้คงชอบกินลาบดิบเลือดชุ่มๆ ที่คนทางภาคอีสานเรียก“ก้อย” หรือ“ลู่”ที่คนเมืองภาคเหนือเรียกกัน
เพราะอย่างนี้นี่เอง ดราม่าบ้านเราจึงร้อนลุกเป็นไฟ จากบรรดา “ติ่งสีน้ำเงิน” และ “ติ่งสีฟ้า”ว่าด้วยเรื่องที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ไปฉก “น้ำหัวเชื้อ” คือนายวีระพงษ์ ประภารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มาเป็นที่ปรึกษารองนายกฯ ให้สานงานต่อในฐานะผู้แทนการค้าไทย แบบข้ามหัวข้ามขั้ว ชนิดที่ติ่งประชาธิปัตย์บอกว่าเป็น“การไร้มารยาท”ของนางศุภจี
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 12 เมษายนวานนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว“Abhisit Vejjajiva” ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “กรณีของคุณวีระพงษ์นั้น เห็นมีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อยากเรียนข้อเท็จจริงดังนี้ครับ” ซึ่งข้อเท็จจริงที่นายอภิสิทธิ์ผู้เปรียบเสมือนเจ้าของลิขสิทธิ์“น้ำหัวเชื้อ”ตามกฎหมายนั้น มี 3 ประการด้วยกัน คือ
“1.ผมไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากคุณศุภจี แต่คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาผมว่าได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ กรณีของคุณวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการเพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นทางการและมีค่าตอบแทน ขณะนั้นผมเข้าใจว่ายังเป็นการพูดคุยในลักษณะส่วนตัว ไม่ทราบว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปจากฝั่งรัฐบาล”
“2.เราเห็นตรงกันว่า งานนี้เป็นงานที่ฝ่ายคุณวีระพงษ์มีความถนัดและความชอบเป็นพิเศษ และรัฐบาลรวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หากคุณวีระพงษ์เข้ารับหน้าที่นี้แต่โดยสถานะของคุณวีระพงษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์จะเกิดความสับสนและขัดแย้งกันในตัวในสถานะของความเป็นพรรคฝ่ายค้าน สุดท้ายจึงเห็นพ้องกันว่า หากคุณวีระพงษ์มีความประสงค์จะไปรับตำแหน่งก็ต้องออกจากรองหัวหน้าพรรคและความเป็นสมาชิกพรรคของพรรคประชาธิปัตย์”
“3.ขณะนี้จึงอยู่ที่คุณวีระพงษ์จะตัดสินใจและดำเนินการ”
เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้แล้ว ก็น่าจะจบกันเสียที และโดยเฉพาะนายวีระพงษ์ ประภา ที่เป็น“น้ำหัวเชื้อ”ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 เมษายนวานนี้ว่า“ผมได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความจริงกระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย”
สรุปแล้ว เรื่องมันก็แค่นี้จริงๆ แต่ก็อย่างว่าธรรมชาติของคนไทยนั้น “ยามสงบ” ไม่เคยสงบจริง แต่ถึงยาม“รบ”นั้นรบจริง และถ้างานนี้ยังไม่จบกันอีก ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว เพราะสถานการณ์โลกที่เป็นจริงส่อเค้าว่า สงครามรุกรานอิหร่านรอบใหม่จะลุกเป็นไฟประลัยกัลป์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากการเจรจายกแรกระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ต้อง“วงแตก”
เนื่องจากการเจรจาครั้งนี้ที่กินเวลายาวนานกว่า 21 ชั่วโมง ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ มีนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นหัวหน้าคณะ และฝ่ายอิหร่านมีนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เป็นหัวหน้าคณะ ไม่สามารถบรรลุข้อตกกันได้ โดยสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนว่าอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง ขณะที่อิหร่านต้องการให้ยอมรับสิทธิของอิหร่านในการพัฒนานิวเคลียร์ และเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
นอกจากนั้น ยังมีข้อเสนออีกหลายข้อจากทั้งหมด 10 ข้อของอิหร่าน ที่การเจรจาของทั้งสองฝ่ายยังไปไม่ถึง เช่น ข้อเสนอของอิหร่านที่จะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซตามเดิม แต่ในข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือเสรีอย่างถาวร และรวมทั้งข้อเสนออื่นๆ ของอิหร่านที่ถึงที่สุดก็ไม่น่าจะตกลงกันได้ อาทิ สหรัฐฯต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหลักและรองทั้งหมด, ชดเชยความเสียหายจากสงครามให้แก่อิหร่าน และถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นต้น
และหลังจากการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ “เจดี แวนซ์”ก็ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนจะบินกลับสหรัฐฯทันที ว่าเรื่องนี้ถือเป็นข่าวร้ายของอิหร่านมากกว่าเป็นข่าวร้ายของสหรัฐฯ ขณะที่“โดนัลด์ ทรัมป์”ซึ่งนั่งรอฟังข่าวอยู่ที่สหรัฐฯ ให้ความเห็นว่า ผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีผลต่อสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในการทหารแล้ว โดยกล่าวว่า“ไม่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ เราจะเปิดเส้นทางเดินเรือให้ปลอดภัย” ทั้งนี้ ระหว่างการเจรจาของทั้งสองฝ่ายที่กรุงอิสลามาบัด “ทรัมป์”ได้สั่งการให้เรือทำลายล้างของสหรัฐฯ เข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อปฏิบัติภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิด
ดังนั้น ฉากทัศน์ของสงครามรุกรานอิหร่านรอบใหม่โดยสหรัฐฯกับอิสราเอลนับจากนี้ไป หลังจากพักยกกันมาได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ น่าจะรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ แบบว่า“สงครามอิหร่านพลัส”อะไรทำนองนั้น เพราะเวลานี้ต่างฝ่ายต่างเสริมเขี้ยวเล็บกันเต็มพิกัดอิหร่านจะได้ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานแบบประทับบ่า (MANPADS)จากจีนลอตใหม่ เพื่อใช้ยิงเครื่องบินรบที่บินในระดับต่ำได้ ส่วนทางฟากสหรัฐฯที่ส่งเรือ“USS Frank E. Peterson” และ “USSMichael Murphy” เพื่อปฏิบัติภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิดนั้นก็แค่ข้ออ้าง เนื่องจากเรือรบทั้งสองลำนี้เป็นเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี มีขีดความสามารถสูงในการป้องกันภัยทางอากาศและเรือดำน้ำ
จึงมีเสียงคำรามจากแถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศออกมาว่า “เรือรบทุกลำที่พยายามข้ามช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องเผชิญกับการตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุด”!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

นาทีชีวิต! ลุงวัย 63 ปี ก้มล้างถัง ลื่นหัวทิ่มปักลงไปในถังน้ำ เคราะห์ดีลูกเห็นทัน
คุมตัวคนส่งมอบปืน M4 หนุ่มจีน เจ้าของคลังแสง สารภาพเป็นผู้รับเงินโอนเข้าบัญชี
WHO ยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา 6 ราย - ดับ 3 ราย ชี้โอกาสระบาดทั่วโลกต่ำ
ไอซ์ รักชนก ทะเลาะกับละคร โวย'สอดสร้อยมาลา' ด้อยค่าคณะราษฎร
นาโตสั่นคลอน นายกฯเยอรมนี ประกาศกร้าวต้องไปต่อ หลังหัก ทรัมป์ ปมช่วยรบอิหร่าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี